โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต.มีมติไม่นับคะแนนใหม่ เลือกตั้ง สส. เขต 1 ชลบุรี

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 19.19 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 12.19 น.

กกต. แถลงหลังประชุมเกือบ 5 ชั่วโมง ชี้คำร้องเขต 1 ชลบุรีมีแต่ข้อกล่าวอ้าง ไม่พบหลักฐานบ่งชี้นับคะแนนผิดพลาด สั่งนับใหม่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ย้ำใช้เวลาไต่สวน 2 วัน กฎหมายให้ 60 วันรับรอง ส.ส. ไม่ได้ล่าช้า พร้อมยืนหยัดทำตามหลักกฎหมายแม้ถูกกดดัน

12 กุมภาพันธ์ 2569 - เวลา 17.20น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. และ ว่าที่ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไปปี 2569 และการออกเสียงประชามติ ภายหลังมีการประชุมมาตั้งแต่ช่วงเวลา 10.00 น.

นายณรงค์ กล่าวว่า ตนและคณะทำงาน จะแถลงเรื่องความจริงทุกประเด็นไม่มีปิดบัง และยินดีให้ซักถามทุกประเด็น โดยกกต.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ทำตามรัฐธรรมนูญ ทำตามกฎหมายทำตามระเบียบทุกอย่าง

ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่แรกคือ เขตคันนายาวเขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 แขวงคันนายาว เนื่องจากมีเหตุพายุฝนฟ้าตกทำให้บัตรเลือกตั้ง และแบบขีดคะแนนเกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งกกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการรายงานของผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้วอาศัยอำนาจตามมาตรา 121 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ซึ่งมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งสส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อรวมถึงการออกเสียงประชามติในหน่วยนี้ ในวันที่ 22 ก.พ 2569

ส่วนจังหวัดที่ 2 คือจังหวัดที่น่านเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน กรณีที่ กปน.ประกาศงดการนับคะแนนหลังพบว่ากปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ คล่อมกับหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดี หรือบัตรเสียอย่างไร จึงประกาศงดนับคะแนน และรายงานต่อกกต. เขตและเสนอต่อกกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยอาศัยมาตรา 121 แห่งพ.ร.ป. สส. ให้จัดการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน ใหม่ ในวันที่ 22 ก.พ 2569 พร้อมเปลี่ยนแปลงกปน.ชุดใหม่

ส่วนที่ 3 จังหวัดอุดรธานี กรณีกปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ ค่อมหมายเลขของพรรคการเมือง ซึ่งกรณีนี้ กปน.ตรวจสอบพบระหว่างการนับคะแนนจึงประกาศงดการนับคะแนน และรายงานกกต.เขตเพื่อเสนอกกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนั้นกกต.จึงสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ในวันที่ 22 ก.พ 2569 พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน. ชุดใหม่

กรณีที่ 4 จังหวัดมหาสารคามในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนซึ่งติดตั้งณบริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อนซึ่งกกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้ว พบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้วได้มีการดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ ซึ่งกรณีนี้กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 ของพ.ร.ป.สส.

กรณีที่ 5 จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกมีนักศึกษาได้ทักท้วงคัดค้านว่าการนับคะแนนไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อกกต.จังหวัด และกกต.เขตรับทราบก็มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยน้องๆนักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่นั้นเป็นอำนาจของกกต.ใหญ่ ดังนั้นกกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่งพ.ร.ป.สส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต นอกราช ของเขตเลือกตั้งที่ 7 บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย

"กระบวนการพิจารณาสั่งนับคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีคือ 1 เป็นไปตามมาตรา 122 ของพ.ร.ป. สส.คือ กรณีบัตรเลือกตั้งกับผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกันซึ่งกกต.สามารถพิจารณาสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ได้ แต่ในมาตรานี้กำหนดว่ากรณีที่การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมไม่มีผลทำให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้งกกต.อาจสั่งยุติเรื่องได้ กรณีที่ 2 ตามมาตรา 124 การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งกรณีนี้กกต.ถึงจะสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้"ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าว

ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองชลบุรี หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้วมีมวลชนบางส่วนได้เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นสถานที่บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ย้ำว่าขนาดนั้นเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วและส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมาส่งยังสถานที่ที่กกต.เขตกำหนดเมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็น กระบวนการที่กกต.เขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกัน ให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบเพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่งผอ.กกต.จังหวัด

แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้นน้องๆไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตรแล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ แต่อย่างที่บอกว่าการสั่งนักคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีเท่านั้น ดังนั้นกรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายกกต.จึงมอบให้ นายครรชิต รองเลขากกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีกระบวนการอย่างไร ทั้งกระบวนการทักท้วง ซึ่งกฎหมายเขียนชัดว่ากระบวนการลงคะแนน นับคะแนนหากมีข้อบกพร่องผิดพลาดในกระบวนการนับคะแนนผู้สังเกตการณ์สามารถทักท้วงคัดค้านระหว่างการนับคะแนนได้ รวมไปถึงระหว่างการรวมคะแนนจนเสร็จสิ้นการลงคะแนน

นายครรชิต กล่าวว่า จากการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสส.เขต 1 จังหวัดชลบุรี ตามที่มีผู้ชุมนุม แต่มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 ราย มี 3 ประเด็นที่ได้ตั้งเอาไว้ มีผู้มาให้ถ้อยคำ 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนให้ถ้อยคำว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ประเด็นแรก 1.เรื่องไฟดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง น้องๆ ที่ร้องอ้างคลิปมี ไฟดับแล้วยังมีพัดลมหมุน แต่ไปที่ทราบแล้วว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรีแต่เกิดที่จังหวัดนนทบุรี แล้วเราได้ตรวจสอบถามไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าแขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟฟ้าดับหรือไม่ ได้รับการยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับ 4 หน่วย คือหน่วย 36, 37, 38, 39 ตำบลแสนสุข ดับไป 40 นาที แต่หน่วยที่ 37, 38, 39 นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงหน่วย 36 ที่นับคะแนนไม่เสร็จและกปน.ได้หยุดนับคะแนน รอไฟฟ้ากลับมา 40 นาทีแล้วนับใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ทักท้วง

ประเด็นที่ 2 จำนวนผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้องตรงกัน ตรงนี้ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุ ว่าหน่วยไหนเพียงแต่บอกว่ามีหน่วยที่ 11 ถึง 15 กรรมการรวบรวมผลคะแนนบวกคะแนนช้าใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง จึงไปสอบสวนทั้งหน่วยที่ 11 ถึง 15 ใช้เวลาใกล้เคียงกันไม่มีอะไรผิดปกติและออกจากหน่วยประมาณ 20:00 นไปถึงที่ส่งหีบบัตรประมาณเที่ยงคืน ไม่มีเหตุผิดปกติ และประเด็นที่ 3 การนับคะแนน อ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน เราจึงตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วยไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน ดังนั้นถือ ว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว

นอกจากนี้กกต.ยังให้คณะตรวจสอบไปตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีที่ปรากฏตามสื่อต่างๆว่าบัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สายรัด และมีบัญชีแบบปิดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อส่งหีบบัตรเดิมจะไปส่งที่ศาลาประชาคมแต่เนื่องจากศาลาประชาคมที่เคยใช้ในครั้งก่อนพื้นที่แคบไม่สะดวก ทาง ผอ.เขตและกกต.เขตจึงไปขอใช้โรงยิมสนามแบดมินตันของเทศบาล ซึ่งเป็นจุดที่รถเข้าออก สะดวกและจัดยุบรวมหีบบัตรที่นั่น เจตนาก็เพื่อความสะดวกจากนั้นจะขนไปที่ศาลา ประชาคมเพื่อจัดการให้เรียบร้อยก่อนส่งไปที่โกดังที่สำนักงานกกต.ชลบุรีเช่าอยู่ซึ่งทุกเขตจะไปรวมกันที่นั่น แต่ระหว่างที่ยุบรวมหีบบัตร

จากการตรวจตามรถสีแดงที่บรรทุกรถมีบัตรไปศาลาประชาคม ก็ดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% เอกสารต่างๆ ยังกองอยู่ที่สนามแบดมินตัน ซึ่ง 2 จุดนี้ห่างกัน 500 เมตร แต่ระหว่างที่กำลังจะขนปรากฏว่า มีมวลชนกลุ่มน้องๆ เข้าไปตรวจสอบว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ซึ่งมีมวลชนไปเยอะจึงไม่สามารถเคลื่อนรถมาได้และน้องๆได้เข้าไปในสนาม ซึ่งเข้าไปก็จะไปเจอกองเอกสารที่ยังจัดเก็บให้เรียบร้อยประมาณ 10% น้องๆ ก็จะใช้และอ้างว่าเก็บมาจากถังขยะ ซึ่งในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กรองเอกสารที่เตรียมจะเคลียร์อยู่ 10% ซึ่งย้ำว่าเป็นเอกสารที่ไม่ได้ทิ้ง

ส่วนกรณีมีข้อสงสัยว่าทำไมไม่ใช้สายรัดตามที่เรียนมาแล้วว่าจากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคมประมาณ 500 เมตร เหตุที่ไม่ใช้สายรัดและทำกล่องไม่เรียบร้อยเนื่องจากผอ. เขตหรือกกต.เขตขอใช้พื้นที่เทศบาลตรงนี้ถึงวันที่ 9 ก.พ. แล้วเทศบาลมาเร่งรัดว่าต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในวันที่ 9 ก.พ. เพราะจะใช้งานวันที่ 10 ก.พ.จึงต้องรีบเอาออกจากตรงนี้ก่อนโดยตั้งใจจะไปใช้ที่ศาลาประชาคม ทั้งนี้ สายรัดตามคลิปที่ปรากฏตามสื่อ ซึ่งน้องๆบอกว่าสายรัดมีจำนวนมากทำไมไม่ใช้ แต่จริงๆแล้วสายรัดพวกนี้มาจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งในการจัดการเลือกตั้งกกต.เขตจะแกะสายรัดไปตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ แล้วมีเผื่อสายรัดเอาไว้ 1 เส้น เผื่อเกิดการชำรุด เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้วรัดสายเรียบร้อยแล้ว เมื่อยุบรวมหีบบัตรผู้ที่ยุบรวมหีบบัตรก็ต้องตัดสายรัดออก ใส่ถุงรวมกันไว้ตรงนี้ แล้วน้องก็ถามว่าทำไมไม่ใช้แต่จริงๆ ใช้ไปแล้วส่วนอีก 3-4 อันที่สมบูรณ์อยู่คือกรณีที่เหลือจากหน่วย ไม่ใช่กรณีที่เจตนาจะใช้ในการยุบรวมหีบบัตรที่ศาลาประชาคม ดังนั้นสายรัดที่โรงยิมจะไม่มีใช้

"จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องจึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่งพรปสส. ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบกกตว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส เห็นควรยุติเรื่อง." นายครรชิต กล่าว

ส่วนประเด็นคือ บัตรขีดคะแนน สส.5/11เหตุใดจึงสามารถนำมาโชว์ถ่ายรูปได้ขอเรียนว่าที่กปน.เมื่อดำเนินการเสร็จจะมีการบรรจุในหีบบัตรเลือกตั้งประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็น 3 ถุงเรียกว่าถุงชั้นใน ส่วนถุงชั้นนอก จะประกอบด้วยเอกสารต่างๆ รวมถึงแบบขีดคะแนน 5/11 นี้ด้วย ก่อนจะเก็บรวมในหีบบัตร แต่ปรากฏจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงหน่วยที่สามารถเอามาถ่ายรูปและโชว์ได้เขาไม่ได้ใส่ไว้ในถุงชั้นนอก คือรัดถุงเสร็จก็วางไว้ข้างบนก่อนปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เมื่อเปิดหีบบัตรเลือกตั้งบัตรตรงนี้จึงไม่ได้อยู่ในถุง สามารถหยิบได้

ประธานกกต. กล่าวเสริมว่าเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทางกกต.ก็นัดประชุมทันทีไม่ได้นิ่งนอนใจแต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอ ในการวินิจฉัยจึงแต่งตั้ง ให้ไปสอบข้อเท็จจริงใช้เวลา 2 วัน ซึ่งจากสำนวนการสอบข้อเท็จจริงมาทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ร้อง กับ ฝ่ายที่ปฏิบัติ ฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อชั่งน้ำหนักซึ่งเหมือนกับทานเขียนคำพิพากษาดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่แถลงตามคำร้องมี 3 ประเด็นที่แถลงไปแล้ว แต่กกต.ก็ได้มอบหมาย ให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ในการนับคะแนนนั้น เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

“กกต.ทุกคนวันนี้ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ในการดูประเด็นต่างๆ เรายืนยันได้ว่า กกตไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้และเราไม่จำเป็นต้องทำเพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว รอตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปต่อ ยืนยันว่าเราตรวจสอบทุกมิติดูแลอย่างละเอียดเพราะเป็นเรื่องสำคัญ” ประธานกกต.กล่าว ส่วนที่มีผู้แจ้งความกลับว่ากกต.แจ้งคงามเท็จที่ ชลบุรีนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงคิดว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการพูดถึงบัตรลงคะแนนมีการสแกนบาร์โค้ดทำให้เห็นข้อมูลผู้เลือกตั้ง ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า น่าจะ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดนั้น คือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า บัตรนั้นเป็นบัตรล็อตไหน ของหน่วยไหนเพื่อเป็นมาตรการควบคุมของกกต. ซึ่งบาร์โค้ดเป็นมาตรการ รักษาความปลอดภัยชั้นดี เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปไม่ใช่ว่าเป็นของพรรคการเมืองไหนอันนี้ขอยืนยัน

ถามว่าการแจ้งความกับเด็กกังวลว่าจะเกิดกระแสลุกฮือหรือไม่ ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เนื่องจากว่ากรณีแจ้งความนั้นเป็นกรณีของผู้เสียหายเมื่อกกตประจำเขตเลือกตั้งซึ่งถือเป็นผู้เสียหาย เมื่อมีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเขาเขาก็ต้องตรวจสอบแจ้งความรวมถึงกรณีมีการนำเอกสารของเขาซึ่งเป็นเอกสารราชการซึ่งผู้เสียหายที่เป็นผู้รับผิดชอบ เขาจึงมีความจำเป็นที่ต้องแจ้งความ เพื่อเป็นการคุ้มครองตัวเองด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเอกสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขาไปอยู่ตรงไหนอย่างไร

เมื่อถามว่าเมื่อเช้านี้มีประชาชนมาปาปลาร้าที่หน้าสำนักงานกกต.เราจะมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและคิดว่าได้ทำเต็มที่เรื่องความปลอดภัยก็ตามที่สื่อเห็น มีการดูหมิ่นดูแคลนอาฆาตมาดร้ายกกต. บอกว่าต้องเปลี่ยนที่นอนก็ไม่เป็นไร เราจะยืนหยัดทำหน้าที่ตามกฎหมาย เราก็กลัวกันหมด แต่เราก็ต้องยืนหยัดทำหน้าที่

เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหาของกกต.มีความล่าช้า นายณรงค์ กล่าวว่า ความล่าช้าคืออะไร ไม่ใช่เอาตามอำเภอใจ อย่างของชลบุรีบอกว่าต้องนับใหม่ทันที ถ้ากฎหมายบอกว่าให้ทำได้เราก็ทำแล้ว ตามกฎหมายมีกระบวนการขั้นตอนอยู่ท่านไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ในชลบุรีเราดำเนินการสืบสวนสอบสวน 2 วัน และตามกฎหมายการรับรองสส.กำหนด ไว้60 วัน เราไม่ได้ล่าช้าเราทำงานทุกวันตลอดเวลา

ด้านนายณรงค์ กล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้งกกตติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และพยายามตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการร้อง แม้บางเรื่องจะไม่เข้าข้อกฎหมาย อย่างกรณีของชลบุรี 3 ข้อที่ร้องก็ไม่เข้าเงื่อนไขของกฎหมายเลย แต่เราก็พยายามดู ให้ไปดูเรื่องการนับคะแนนว่าสุจริตหรือไม่ก็ต้องทำให้การเลือกตั้งเกิดความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ ยืนยันพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง ไม่เคยปิดบัง และพร้อมทำความเข้าใจในทุกเรื่อง

ถามอีกว่ากกต.ได้มีการประเมินการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า ผมคงประเมินเองไม่ได้ เป็นเรื่องที่ท่านต้องประเมิน แต่อยากให้ดูว่าวันที่ 8 ก.พ. มีเหตุการณ์ที่ไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ ทั้งเรื่องการนับคะแนนและเรื่องการอำนวยความสะดวกก็ดี ในวันเลือกตั้งมันเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นท่านคิดเอาเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...