โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามซัดนักท่องเที่ยวหดหาย "อรรถกร"จี้ ททท.หาตลาดพยุงไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน

Thairath Money

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประเมินและรับมือผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ว่า ได้สั่งการให้เร่งหาตลาดทดแทนทั้งระยะใกล้และระยะกลางเพื่อรักษาระดับนักท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์และอีสเตอร์ มุ่งเป้าคงจำนวนนักท่องเที่ยวรวมตลอดปีนี้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ได้ประเมินฉากทัศน์ไว้ 2 แนวทาง หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) ที่ปัญหาลากยาว อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมทั้งปีลดลง 6-8% จากปีที่แล้ว 33 ล้านคน แต่ในทางกลับกัน หากสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี (Best Case) ทิศทางนักท่องเที่ยวยังคงมีสัญญาณบวกและอาจเติบโตได้ 4-6% โดย ททท. ขอยืนยันเป้าหมายขั้นต่ำที่จะต้องรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวรวมให้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคนในปีนี้ จากเดิมได้ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2569 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคน

โดยกรณีบริหารจัดการได้ดี ททท.มองเห็นโอกาสสำคัญท่ามกลางวิกฤตนี้ ถือเป็นจังหวะในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบิน เพื่อทดแทนการแวะพักในตะวันออกกลาง จากการหารือกับผู้อำนวยการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งพร้อมจัดสรรสล็อตการบิน ที่ยังพอมีเหลืออยู่ให้กับสายการบินจากยุโรป เช่น Air France, Lufthansa รวมถึงกลุ่มสายการบินโลว์คอสต์ ที่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางบินหรือต้องการฮับใหม่

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวว่า จากเป้า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งไว้ในปีนี้ 36.7 ล้านคน เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลาง มีการคาดการณ์ ผลกระทบ ใน 3 รูปแบบ ดังนี้ กรณีที่ดีที่สุด (Best Case)หากสถานการณ์ยุติภายใน 2-4 สัปดาห์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35-36 ล้านคน โดยตลาดระยะไกลจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ขณะที่กรณีฐาน (Base Case) หากใช้เวลา 1-3 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเหลือ 30-31 ล้านคน หรือลดลง 18% จากเป้าหมาย เนื่องจากการฟื้นตัวของตลาดระยะไกลเป็นไปอย่างช้าๆ และมีความผันผวนของค่าเงิน และกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือนขึ้นไป อาจกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือเพียง 27-29 ล้านคน หรือ ลดลง 25% จากเป้าหมาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดตะวันออกกลางและยุโรปทั้งหมดที่ต้องบินผ่าน Gulf Hub รวมถึงต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อราคาบัตรโดยสารเครื่องบินโดยตรง

นางจิระวดี กล่่าวถึงรายละเอียดการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกว่า เพื่อให้ครอบคลุมที่สุด ททท. ได้นำตัวเลขตลาดอิสราเอลซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย 400,000 คนในปีที่ผ่านมา มาประเมินตลาดยุโรปด้วย ซึ่งเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางเข้าไทย 854,963 คน เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบปะทุขึ้นในวันที่ 1 มี.ค.69 พอดี ทำให้ยอดการจองล่วงหน้า ชะงักงันและไม่สามารถเดินทางได้ โดยภาพรวมของตลาดระยะไกลลดลง 9% แบ่งเป็นตลาดยุโรป 9% อเมริกา 6% แอฟริกา 27% และที่ทรุดหนักที่สุดคือตะวันออกกลางลดลง 6% เนื่องจากเผชิญทั้งปัจจัยสงครามและตรงกับช่วงเดือนรอมฎอน

นอกจากนี้ราคาตั๋วเครื่องบินในตลาดยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ปรับราคาเพิ่มถึง 70,000 บาท แต่เที่ยวบินก็ยังคงเต็ม 100% ทำให้นักท่องเที่ยวต้องพยายามหาช่องทางอื่นในการเดินทาง เช่น บางรายต้องใช้วิธีบินไปลงปากีสถานและยอมทำวีซ่าเพื่อต่อเครื่องไปยังจุดหมายอื่น อย่างไรก็ตาม ทิศทางของนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลในขณะนี้ ส่วนใหญ่ใช้วิธีเลื่อนวันเดินทาง ออกไปก่อนแทนการยกเลิกการจอง

“หากความขัดแย้งยืดเยื้อลากยาวว่า จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งระยะใกล้และระยะไกล การอัดฉีดแคมเปญส่งเสริมการตลาด จะไม่มีประโยชน์และ สูญเปล่า ซึ่งททท. ได้สั่งระงับแคมเปญแล้ว รอดสถานการณ์ หากเลยช่วงรอมฎอน ยังไม่จบ ตลาดตะวันออกกลางจะยิ่งได้รับผลกระทบหนัก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามซัดนักท่องเที่ยวหดหาย "อรรถกร"จี้ ททท.หาตลาดพยุงไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...