RCL มีอัพไซด์ทางอ้อมของตู้คอนเทนเนอร์จากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
บล.กสิกรไทย มอง RCL มีอัพไซด์ทางอ้อมของตู้คอนเทนเนอร์จากความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 69 เป็น 33 บาท จาก 28.5 บาท
บล.กสิกรไทย มองว่า ความเสี่ยงในทะเลแดงที่สูงขึ้นจะช่วยหนุนค่าระวาง แม้จะมีแรงกดดันระยะสั้น
ทั้งนี้การข่มขู่โจมตีของกลุ่มฮูตีในทะเลแดงที่กลับมาอีกครั้ง ภายหลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ทำให้ความเป็นไปได้ที่เส้นทางเดินเรือผ่านคลองสุเอซจะกลับมาใช้ได้ตามปกติลดลง ส่งผลให้เรือยังคงต้องอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ปัจจัยสำคัญนี้เป็นแรงหนุนอัตราค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม RCL มีสัดส่วนปริมาณขนส่งราว 15% ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง โดยผู้บริหารให้แนวโน้มว่าปริมาณขนส่งในไตรมาส 1/2569 อาจอ่อนตัวลงจากความไม่แน่นอนและค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะคิดเป็นเพียงประมาณ 3% ของการค้าตู้คอนเทนเนอร์โลก แต่การปรับเปลี่ยนเส้นทางเรือออกจากภูมิภาคดังกล่าวอาจเพิ่มอุปทานในเส้นทางอื่นและทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น
ผู้บริหารบมจ. อาร์ ซี แอล ( RCL) คาดว่า ค่าเบี้ยประกันภัยและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ มีแผนทยอยส่งผ่านภาระต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้า ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนราว 20–25% ของต้นทุนรวม ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของบล.กสิกรไทย ทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 1% จะกระทบกำไรลดลงประมาณ 54 ล้านบาท ขณะที่ทุกการเพิ่มขึ้นของค่าระวาง 1% จะช่วยเพิ่มกำไรประมาณ 305 ล้านบาท
บล.กสิกรไทย ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น RCL เป็น 33 บาท จาก 28.5 บาท โดยอิง PBV ที่ 0.45 เท่า จากมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (BVPS) ที่ 73 บาท
ยังคงคำแนะนำ“ถือ” หุ้น RCL เนื่องจากราคาเป้าหมายสะท้อนผลตอบแทนรวมผู้ถือหุ้นเพียง 5.5% มองว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมต่อ RCL จากความไม่สงบในทะเลแดงที่รุนแรงขึ้น แต่มีความเสี่ยงระยะสั้นจากปริมาณขนส่งที่อ่อนตัว การเปลี่ยนแปลงอุปทานที่เพิ่มการแข่งขัน และต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเรือคอนเทนเนอร์ยังเผชิญความเสี่ยงอุปทานล้นตลาดจากคำสั่งต่อเรือใหม่จำนวนมาก
RCL เป็นสายการเดินเรือที่ประกอบธุรกิจขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลที่มีฐานประกอบกิจการในประเทศไทยก่อตั้งในปี 2523 กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในสายธุรกิจหลักสามประเภท ได้แก่
- Shipper Owned Container (SOC) หรือตู้สินค้าของเรือเดินสมุทรข้ามทวีป
- Carrier Owned Container (COC) หรือตู้สินค้าของกลุ่มบริษัทฯ ที่ให้บริการภายในภูมิภาค
- การให้บริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มในด้านโลจิสติกส์ โดยมีเครือข่ายการให้บริการในทวีปเอเชีย โดยมีกิจกรรมทางธุรกิจที่ครอบคลุม เอเชียเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อนุทวีปอินเดีย ตะวันออกกลาง ทะเลแดง และแอฟริกาตะวันออก