โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PCE ปี 69 ลุยสร้างโรงสกัด CPO เฟส 3 รุก B2C–B2B ดันส่งออกแตะ 50%

ทันหุ้น

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกปี 69 เร่งก่อสร้างและเพิ่มกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เฟส 3 หวังคุมต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ ฟากผู้บริหาร “พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล” ระบุพร้อมขยายตลาดครบวงจร ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกแตะ 50% ผลักดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10–15% จากปีก่อน ตอกย้ำวิสัยทัศน์สู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2569 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงผ่านการขยายฐานลูกค้าเชิงรุก และการบริหารต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ภายหลังโครงการโรงสกัด CPO เฟส 2 มูลค่า 180 ล้านบาท เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว จะทำให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันผลปาล์มสดต่อวัน จะช่วยลดสัดส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกเหลือ 50% จากเดิม 75% ภายในปีนี้

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงสกัด CPO เฟส 3 มูลค่าลงทุน 310 ล้านบาท กำลังการผลิต 60 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมงหรือ 1,440 ตันผลปาล์มสดต่อวัน โดยจะทำให้กำลังการผลิตรวมทั้งหมดของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันผลปาล์มสดต่อวัน ซึ่งคาดว่าเฟส 3 จะแล้วเสร็จต้นปี 2570 เสริมศักยภาพการผลิตรองรับดีมานด์ ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเพิ่มอำนาจต่อรองด้านต้นทุนวัตถุดิบในระยะยาว

สำหรับตลาดในประเทศ PCE ขยายสู่ตลาดผู้บริโภครายย่อย (B2C) ชัดเจน ผ่านการวางจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวดแบรนด์ “รินทิพย์” ในช่องทาง Modern Trade ควบคู่กระจายสินค้าผ่าน Cash Van นำร่องในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ สุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช ก่อนขยายครอบคลุมทั่วภาคใต้ภายในปีนี้ และต่อยอดสู่ภูมิภาคอื่น เพื่อสร้างแบรนด์และเพิ่มมาร์จิ้นในระยะยาว

ด้านตลาด B2B บริษัทฯ มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มคุณภาพสูงมาตรฐานสากล RSPO ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร ขนมขบเคี้ยว และร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ พร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับ Intercontinental Specialty Fats Sdn. Bhd. (ISF) ในเครือ The Nisshin OilliO Group, Ltd. เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 50% จากปัจจุบันราว 40%

“ความร่วมมือดังกล่าวเปิดโอกาสต่อยอดสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูง (High Margin) อาทิ วัตถุดิบเบเกอรี่ ไขมันโกโก้ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ Oleochemical สร้างความหลากหลายของรายได้และลดความผันผวนจากธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์”

นายพรพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า จากการลดต้นทุนผ่านการลงทุนโรงสกัด การเพิ่มสัดส่วนส่งออก และการรุกตลาดผู้บริโภครายย่อย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้รายได้ปี 2569 เติบโตในกรอบ 10–15% พร้อมสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ และมีกำไรสุทธิ 310.3 ล้านบาท

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตรา 0.08 บาทต่อหุ้น รวม 220 ล้านบาท ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 22 เมษายน 2569 และ จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...