โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับ หมอเถื่อน อดีตผอ.ศูนย์ผึ้ง เปิดคลินิกพิสดาร ใช้เหล็กในรักษาโรค

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จับ หมอเถื่อน อดีตผอ.ศูนย์ผึ้ง เปิดคลินิกพิสดาร ใช้เหล็กในรักษาโรค

จับ หมอเถื่อน อดีตผอ.ศูนย์ผึ้ง เปิดคลินิกพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดเปลือกตา อ้างรักษาโรคตาสารพัด ผงะ คนใช้บริการเพียบ พบไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

วันที่ 6 มี.ค.2569 พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี

เข้าตรวจสอบและจับกุม หมอเถื่อน รายหนึ่ง ภายในพื้นที่ตลาดน้ำประชารัฐ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังรับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี (สสจ.นนทบุรี) และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีการโฆษณารักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา

หมอเถื่อน

จับ หมอเถื่อน อดีตผอ.ศูนย์ผึ้ง เปิดคลินิกพิสดาร ใช้เหล็กในผึ้งสะกิดเปลือกตา อ้างรักษาโรคตาสารพัด ผงะ คนใช้บริการเพียบ

จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวมีการโฆษณาว่าสามารถรักษาอาการเกี่ยวกับดวงตาได้หลายชนิด อาทิ ตามัว ตาพร่า ตาฟาง วุ้นในตาเสื่อม ต้อลม ต้อหิน รวมถึงปัญหาสายตาอื่น ๆ โดยใช้วิธีนำ "เหล็กในผึ้ง" สะกิดบริเวณเปลือกตาเพื่อรักษาโรคให้กับประชาชนทั่วไป

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบชายรายหนึ่งทราบชื่อคือ นาย ป. (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 72 ปี กำลังให้บริการรักษาอาการทางสายตาแก่ประชาชน โดยใช้เหล็กในผึ้งสะกิดบริเวณเปลือกตาทั้ง 2 ข้าง และยังพบประชาชนหลายราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ นั่งรอรับการรักษาอยู่ภายในบริเวณดังกล่าวด้วย

หมอเถื่อน

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นาย ป. ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยแต่อย่างใด โดย นาย ป. ให้การว่า เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ผึ้งในจังหวัดหนึ่ง และมีความสนใจศึกษาเรื่องผึ้งมาอย่างต่อเนื่อง

จนเชื่อว่าเหล็กในผึ้งสามารถช่วยรักษาอาการตาพร่าและตามัวได้ จึงเปิดให้บริการบำบัดแก่ประชาชน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และเปิดรักษาเป็นช่วง ๆ ไม่ได้เปิดทุกวัน ดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 ปีเศษ

เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมพร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ อาทิ แอลกอฮอล์ สำลี กระดาษทิชชู่ อุปกรณ์คีบเหล็กในผึ้ง และรายชื่อผู้เข้ารับบริการ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.

เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน หรือคลินิก มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่หวังดีลักลอบเปิดคลินิกเถื่อน หรือแอบอ้างเป็นแพทย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับบริกาทางการแพทย์ ขอให้ประชาชนตรวจสอบหลักฐานสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

  • ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก
  • ต้องมีใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก และเลขใบอนุญาตต้องตรงกับป้ายชื่อคลินิก
  • มีใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ระบุชื่อผู้ประกอบวิชาชีพอย่างชัดเจนและเป็นปัจจุบัน
  • มีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิกของปีปัจจุบัน
  • มีหลักฐานแสดงตัวของแพทย์ผู้ให้บริการ พร้อมชื่อ–นามสกุล และภาพถ่ายติดหน้าห้องตรวจ

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกถือเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา แต่ต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานทางวิชาชีพที่ถูกต้อง

โดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาต และในสถานที่ที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเท่านั้น การนำวิธีการที่อยู่นอกตำรา หรือไม่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ มาใช้กับอวัยวะที่บอบบางอย่างดวงตา ถือเป็นความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อประชาชน

พร้อมย้ำว่า ตำรวจสอบสวนกลางจะยังคงเดินหน้าทำงานเชิงรุก ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อกวาดล้างคลินิกเถื่อนและหมอเถื่อนให้หมดไปจากสังคม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับ หมอเถื่อน อดีตผอ.ศูนย์ผึ้ง เปิดคลินิกพิสดาร ใช้เหล็กในรักษาโรค

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...