โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่างไฟเตือนเอง! 7 พฤติกรรมใช้ ตู้เย็น ผิดวิธี ทำค่าไฟพุ่งสูง

สยามนิวส์

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 03.41 น. • Nick
ตู้เย็น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบจะต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในทุกครัวเรือน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนที่ความต้องก

ตู้เย็น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบจะต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในทุกครัวเรือน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนที่ความต้องการเก็บรักษาอาหารและทำความเย็นเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่รู้ว่า การใช้งานผิดวิธี สามารถทำให้ตู้เย็นกินไฟมากกว่าปกติ และยังทำให้อายุการใช้งานของเครื่องสั้นลงอีกด้วย

ช่างไฟและช่างเครื่องทำความเย็นหลายคนระบุว่า มีพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างที่หลายบ้านทำกันเป็นประจำ ซึ่งทำให้ ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือ แทบทุกบ้านมักทำผิดอย่างน้อย 2–3 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. ตั้งตู้เย็นชิดกำแพงเกินไป

หลายคนมักวางตู้เย็นติดกำแพงเพื่อประหยัดพื้นที่ แต่จริง ๆ แล้วถือเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก

ตู้เย็นต้อง ระบายความร้อนผ่านแผงด้านหลังหรือด้านข้างของเครื่อง หากวางชิดกำแพงเกินไป ความร้อนจะระบายออกได้ยาก ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน

ผลที่ตามมาคือ กินไฟมากขึ้น เครื่องเสื่อมเร็วขึ้น

ช่างไฟแนะนำให้ เว้นระยะห่างจากกำแพงอย่างน้อย 10–15 ซม. เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี

2. ใส่อาหารแน่นเกินไป

หลายครอบครัวมักพยายามใช้พื้นที่ในตู้เย็นให้คุ้มที่สุด โดยเฉพาะหลังจากไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือซื้ออาหารมาตุน แต่การยัดอาหารแน่นเกินไปจะทำให้เกิดปัญหา เช่น ลมเย็นหมุนเวียนได้ยาก ความเย็นกระจายไม่ทั่วตู้ คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานนานขึ้น ผลคือ ตู้เย็นกินไฟมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพการทำความเย็นกลับลดลง

คำแนะนำคือ ควรให้ตู้เย็นมีอาหารประมาณ 70–80% ของความจุ จะช่วยให้ลมเย็นไหลเวียนได้ดีและประหยัดไฟมากกว่า

3. เปิดตู้เย็นบ่อยเกินไป

พฤติกรรมที่พบได้บ่อยคือ เปิดตู้เย็นบ่อย ๆ เพื่อหาอาหาร หรือเปิดค้างไว้คิดว่าจะกินอะไรดี ทุกครั้งที่เปิดประตู อากาศเย็นภายในจะไหลออก อากาศร้อนจากภายนอกจะเข้าไปแทน หลังจากนั้นตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้อุณหภูมิลดลงอีกครั้ง

วิธีที่ดีกว่า คือ คิดก่อนว่าจะหยิบอะไร เปิดและปิดประตูให้เร็ว

4. ใส่อาหารที่ยังร้อนเข้าไปในตู้

หลายคนมักเอาอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่ตู้เย็นทันที ความร้อนจากอาหารจะทำให้อุณหภูมิในตู้สูงขึ้นทันที ทำให้ระบบทำความเย็นต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิกลับมา นอกจากจะ เปลืองไฟมากขึ้น ยังอาจกระทบกับอาหารอื่น ๆ ในตู้ด้วย ควร รอให้อาหารเย็นก่อนแล้วค่อยนำเข้าแช่

5. ไม่ทำความสะอาดยางขอบประตู

ยางขอบประตู (ยางซีล) มีหน้าที่ ปิดกั้นไม่ให้อากาศเย็นรั่วออก เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจเกิดปัญหา เช่น มีฝุ่นเกาะ บิดงอ เสื่อมสภาพ เมื่อประตูปิดไม่สนิท ความเย็นจะรั่วออก ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานมากขึ้น

ช่างไฟแนะนำให้ เช็ดทำความสะอาดเดือนละครั้ง และเปลี่ยนใหม่หากพบว่าเสื่อม

6. ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป

หลายคนคิดว่า ตั้งให้เย็นที่สุดจะช่วยถนอมอาหารได้ดีที่สุด แต่จริง ๆ แล้วการตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไปทำให้ คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานตลอดเวลา กินไฟมากขึ้น เครื่องสึกหรอเร็ว

อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ

ช่องธรรมดา: ประมาณ 3–5°C

ช่องแช่แข็ง: ประมาณ -18°C

อุณหภูมินี้เพียงพอสำหรับการเก็บอาหาร และยังช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดไฟ

7. ไม่ละลายน้ำแข็งหรือทำความสะอาดเป็นประจำ

ตู้เย็นรุ่นเก่าที่ ไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ มักมีน้ำแข็งเกาะหนาในช่องแช่แข็ง ชั้นน้ำแข็งนี้จะทำหน้าที่เหมือน ฉนวนกันความเย็น ทำให้ตู้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิ

นอกจากนี้ ฝุ่นที่เกาะแผงระบายความร้อนด้านหลังยังทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี

จึงควร ทำความสะอาดตู้เย็นทุก 3–6 เดือน เพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดไฟมากขึ้น

เรียบเรียงโดย ทีมข่าวสยามนิวส์

ที่มา soha

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...