โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมียสุดช็อกร่ำไห้ หลังรู้ข่าวสามีขับรถออกไป คัดทุเรียน ก่อนพบร่างนอนเสียชีวิต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 03.10 น. • som
วันที่ 9 มี.ค.2569 ร.ต.ท.อนุสรณ์ เวียงสิมา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิต

วันที่ 9 มี.ค.2569 ร.ต.ท.อนุสรณ์ เวียงสิมา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ริมถนนพหลโยธินขาออก ช่องทางด่วน กม.35+300 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน เพชรบูรณ์ จอดอยู่ริมถนน บริเวณกระบะท้ายมีเข่งใส่ทุเรียนอยู่ 4 ลูก ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่ข้างถนน อายุ 52 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างออกมาจากรถก่อนหน้านี้เพื่อพยายามช่วยเหลือแต่พบว่าเสียชีวิตไปก่อนแล้ว

จากการสอบถาม ภรรยาของผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่เกิดเหตุด้วยความโศกเศร้า ว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.ของวันที่ 8 มี.ค. สามีขับรถออกจากบ้านไปคัดทุเรียนที่ตลาดสี่มุมเมืองเพื่อมาขายตามปกติต่อมาเวลาประมาณ 01.00 น. ยังโทรศัพท์คุยกันอยู่ แต่เมื่อถึงเวลา 03.00 น. ตนโทรหาอีกครั้งสามีก็ไม่รับสายแล้ว จนกระทั่งรุ่งเช้าเจ้าหน้าที่กู้ภัยโทรมาแจ้งว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ สามีมีโรคประจำตัวหลายโรค และคาดว่าอาการน่าจะกำเริบขณะขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านย่านคลองหลวง

พร้อมตัดพ้อด้วยความเสียใจว่า ถ้าเมื่อคืนให้ลูกชายมาเป็นเพื่อนด้วย สามีก็คงไม่เสียชีวิตแบบนี้ ด้าน ร.ต.ท.อนุสรณ์ ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย จึงมอบร่างให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...