AWC ผนึก แมริออท ปักธง “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา” รับบิ๊กโปรเจกต์ Aquatique-รีแบรนด์พรีเมียมเกาะสมุย
ยกระดับเมืองพัทยาสู่ลักชัวรีเดสติเนชันผ่านเมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูส Aquatique รับอานิสงส์โครงสร้างพื้นฐาน EEC ปรับกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอภาคใต้ รีโพสิชันนิ่ง "เชอราตัน สมุย" สู่แบรนด์แฟลกชิป "แมริออท" เจาะฐานลูกค้าคุณภาพสูง ตอกย้ำความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว มุ่งสร้างมูลค่าสินทรัพย์ผ่านแนวคิดการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
29 มกราคม 2569 - บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ของไทย แถลงลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) เพื่อพัฒนาโครงการโรงแรมระดับลักชัวรีในสองพื้นที่ยุทธศาสตร์ริมทะเล ได้แก่ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมบริการในระดับสากล
ไฮไลต์สำคัญของการผนึกกำลังครั้งนี้ คือ การเปิดตัว โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา (The Ritz-Carlton Pattaya) ภายในโครงการ Aquatique ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสระดับแฟลกชิปของ AWC
โดยโรงแรมดังกล่าวจะมีห้องพักรวม 224 ห้อง บนพื้นที่รวมกว่า 34,505 ตารางเมตร ตั้งอยู่ริมชายหาดพัทยากลาง ซึ่งถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดจากการสนับสนุนของโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และการขยายสนามบินอู่ตะเภา
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC ระบุว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสานต่อยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ผ่านแบรนด์ระดับโลก โดยเฉพาะในทำเลที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้ทั่วโลก ซึ่งโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา จะเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศของโครงการ Aquatique ที่รวบรวมทั้งโรงแรม ค้าปลีก และแหล่งบันเทิงระดับสากลเข้าไว้ด้วยกัน
“โครงการโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ในโครงการ Aquatique พัทยา จะเป็นโครงการลักชัวรีระดับแฟลกชิปที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย” - นางวัลลภา ไตรโสรัส CEO AWC
นอกจากโครงการในพัทยา AWC ยังประกาศปรับภาพลักษณ์ (Repositioning) โรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท สู่การเป็น โรงแรมแมริออท เกาะสมุย (Marriott Hotel Koh Samui) เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Travel) บนเกาะสมุยที่มีความต้องการพุ่งสูงขึ้น โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นระดับพรีเมียม อาทิ วิลล่าริมชายหาดพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว และบริการสำหรับตลาดงานแต่งงานระดับพรีเมียม
ด้าน นายแบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์แฟลกชิปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของเอเชีย โดยเชื่อมั่นว่ามาตรฐานของแมริออทจะสามารถตอบโจทย์สมาชิก Marriott Bonvoy ทั่วโลกที่มองหาความหรูหราและความเป็นเลิศในระดับสากล
“การนำเสนอแบรนด์แฟลกชิปอย่าง Marriott Hotels สู่เกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของเอเชีย จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก รวมถึงสมาชิก Marriott Bonvoy ได้อย่างครบถ้วน” - นายแบรด เอ็ดแมน Marriott International
ในส่วนของโครงการ Aquatique พัทยา นอกเหนือจากส่วนของโรงแรมแล้ว ยังประกอบด้วยพื้นที่รีเทลริมชายหาดขนาดใหญ่กว่า 110,000 ตารางเมตร และสวนน้ำมาตรฐานสากลที่ร่วมพัฒนากับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้าง "Lifestyle Destination" ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี (Year-round Travel) สอดรับกับแผนการส่งมอบโครงการแบบเป็นระยะ (Phase development) ของ AWC
ความร่วมมือระหว่าง AWC และแมริออทในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการเติบโตของสินทรัพย์ในมือ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงทิศทางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่กำลังขยับสู่เซกเมนต์ลักชัวรีและพรีเมียมมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว
“ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของเรา ในการร่วมสนับสนุนอนาคตของอุตสาหกรรมโรงแรมและบริการ ผ่านการพัฒนาโครงการที่มุ่งสร้างประสบการณ์เพื่อก่อให้เกิดคุณค่าในระยะยาว”
ท้ายที่สุด การพัฒนาโครงการทั้งสองแห่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริง โดยผสานจุดแข็งระหว่างความเชี่ยวชาญในการพัฒนาที่ดินของ AWC และเครือข่ายการบริหารจัดการโรงแรมระดับสากลของแมริออทเข้าด้วยกันอย่างลงตัว