โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมหลายคนถึงรังเกียจคำว่า ‘ความเท่าเทียม’ และมักหยิบใช้แบบสุดโต่ง หรือตั้งใจประชดประชันเพื่อสื่อว่าความเท่าเทียมนั้นเป็นเพียงความเอาแต่ใจ

Mirror Thailand

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 10.50 น.
ภาพไฮไลต์

จากหลายๆ ประเด็นดราม่าทุกวันนี้ เราน่าจะได้เห็นกันแล้วว่ามีชาวเน็ตจำนวนหนึ่งทีเดียว ที่มองว่าการเรียกร้องความเท่าเทียมนั้นไม่ยุติธรรม จนพาลต่อต้านและโจมตีเรื่องความเท่าเทียมอยู่เนืองๆ ด้วยความเข้าใจผิดๆ และความรู้สึกไม่มั่นคงบางประการ โอกาสนี้เราจึงอยากชวนมาดูกันสักหน่อย ว่าอะไรบ้าง ที่ทำให้คนบางส่วนรังเกียจคำว่าความเท่าเทียมนักหนาและมักจะหยิบมาใช้ด้วยการประชดประชันเสมอ

1. การมองความเท่าเทียม (Equality) โดยละเลยความเสมอภาค (Equity): ความเสมอภาคคือการมองไปถึงปัจจัยพื้นฐานของแต่ละคนที่มีไม่เท่ากันมาตั้งแต่ต้น และสังคมควรเติมฐานของแต่ละคนให้เท่ากันเสียก่อน และเมื่อคนกลุ่มที่เสียเปรียบเรียกร้อง Equity (เช่น การเรียกร้องสิทธิสตรีหรือกลุ่ม LGBTQ+) คนที่ยึดติดกับ Equality จะมองว่านั่นคือการขอ ‘Privilege’ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือการขอฐานที่เท่ากัน ยกตัวอย่างง่ายที่สุดก็เช่นก่อนหน้านี้ที่คนรักเพศตรงข้ามมีสิทธิจดทะเบียนสมรสกัน แต่คนที่รักเพศเดียวกันไม่มี การให้สิทธิสมรสเท่าเทียมจึงเป็นการสร้างความเสมอภาค โดยที่ไม่ได้ริดรอนสิทธิของคนรักเพศตรงข้ามมาให้แต่อย่างใด

2. การมองโลกแบบ Zero-Sum: หลายคนเข้าใจว่าการเรียกร้องความเท่าเทียมคือเกมที่ต้องมีคนแพ้และคนชนะ โดยกังวลว่าหากผู้หญิงหรือผู้มีความหลากหลายทางเพศได้รับสิทธิหรือโอกาสที่มากขึ้น เท่ากับว่าผู้ชายต้องสูญเสียสิทธิประโยชน์หรืออำนาจที่เคยมีไป ทั้งที่ในความเป็นจริง ความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึงการริดรอนสิทธิจากใคร แต่คือการขยายโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิใช้ชีวิตอย่างเสรี ภายใต้กรอบที่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

3. การมองความเท่าเทียมผิดบริบท: หลายๆ ครั้งที่ความเท่าเทียมทางสิทธิไปปนกับความเท่าเทียมทางกายภาพ จนนำไปสู่การประชดประชันว่า “ก็ลองมายกของหนักๆ เหมือนกันสิ” หรือกระทั่งนำไปปนกับเรื่องความรุนแรงเช่น “ถ้าอยากเท่าเทียม ผู้ชายก็ย่อมต่อยผู้หญิงได้” ทั้งที่จริงเรื่องความรุนแรงหรือการแบกรับแรงงานโดยไม่สนใจความแตกต่างทางกายภาพของคนไม่ว่าจะเพศไหนๆ ไม่ควรถูกหยิบมาจับกับเรื่องความเท่าเทียมตั้งแต่ต้น

4. ประสบการณ์ลบๆ จากการสื่อสารเรื่องความเท่าเทียมแบบสุดโต่ง: บางครั้งการสื่อสารเรื่องความเท่าเทียมจากบางกลุ่ม อาจดูรุนแรง หรือมีการใช้ถ้อยคำที่ทำให้บางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายรู้สึกเหมือนเป็น ‘จำเลย’ ของสังคม ทำให้เกิดปฏิกิริยาโต้กลับเช่นการประชดประชันเพื่อเป็นเกราะป้องกันตนเอง หรือถามท้าเรื่องความเท่าเทียมอย่างผิดฝาผิดตัว

5. ความเบื่อหน่ายต่อ ‘ความถูกต้องทางการเมือง’: ในยุคหนึ่งที่คนเริ่มเข้มงวดเรื่องการใช้ภาษาและการแสดงออกให้ต้องมีความถูกต้องทางการเมือง (Political Correctness) บางคนจึงรู้สึกว่าตนเองถูกตีกรอบจนเกินไป หรือถูกตำหนิได้ง่ายๆ แม้จะไม่ได้มีเจตนาร้าย และพาลไม่อยากเปลี่ยนแปลง การประชดประชันเรื่องความเท่าเทียมจึงเป็นช่องทางหนึ่งในการระบายความอึดอัดที่มีต่อกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ในสังคม

บทความต้นฉบับได้ที่ : ทำไมหลายคนถึงรังเกียจคำว่า ‘ความเท่าเทียม’ และมักหยิบใช้แบบสุดโต่ง หรือตั้งใจประชดประชันเพื่อสื่อว่าความเท่าเทียมนั้นเป็นเพียงความเอาแต่ใจ

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...