24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 มกราคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 มกราคม 2569
>> ไทยแถลงฯ ยึดมั่นและปฏิบัติตามถ้อยแถลง ปฎิเสธกรณีข้อกล่าวหา การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ของฝ่ายกัมพูชา
09.00 น. ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย - กัมพูชา ได้รับทราบรายงานจากฝ่ายกัมพูชาที่แจ้งต่อคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าฝ่ายไทยได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ในช่วงวันที่ 12 - 22 มกราคม 2569
ประเทศไทยขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารหรือเสริมกำลังใด ๆ เกินกว่าแนวการวางกำลัง (Troop Deployment Line) ตามที่ได้ตกลงไว้ร่วมกัน สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับ คือ การใช้โดรน, การติดตั้งสิ่งกีดขวางชั่วคราว, การเก็บกู้หรือทำลายวัตถุระเบิด และ การปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่
ฝ่ายไทยขอชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อการลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล ภายในพื้นที่แนวการวางกำลังของฝ่ายไทย มิได้เป็นการละเมิดอธิปไตยของฝ่ายใด และไม่ขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยเคารพบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานข้อเท็จจริงในพื้นที่ พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ภายใต้กรอบที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน
ทั้งนี้ ประเทศไทยขอย้ำถึงความสำคัญของการยึดถือความเข้าใจร่วมกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามถ้อยแถลงร่วมดังกล่าว และขอให้ทุกฝ่ายใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง บนพื้นฐานของความโปร่งใส และความยับยั้งชั่งใจ เพื่อธำรงไว้ซึ่งบรรยากาศแห่งสันติภาพ และเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาอย่างยั่งยืน
>> ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ เหตุโรงงานพลุระเบิด! ในพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย
09.00 น. นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุโรงงานพลุระเบิด ณ หมู่ที่ 6 ตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เหตุเกิดเวลา 07.52 น. ของวันนี้
เบื้องต้นพบโรงเรือนชั้นเดียว เสียหายทั้งหลัง แรงระเบิดส่งผลให้อาคารข้างเคียงเสียหายอีก 2 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เพศชาย อายุ 58 ปี และมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เพศชาย อายุ 38, 49, 58 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลดอนเจดีย์แล้ว ทั้งนี้ สาเหตุการระเบิดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและจะรายงานให้ทราบต่อไป
สืบเนื่องจากเหตุดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต เป็นบุคคลเพศชาย จำนวน 1 ราย ทราบอายุ 58 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นบุคคลเพศชายจำนวน 3 ราย เป็นคนงานที่ทำงานอยู่ภายในที่เกิดเหตุ จากการสอบถามเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ แจ้งว่าขณะเกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต กำลังเตรียมผสมดินปืนเพื่อผลิตพลุ จากนั้น เกิดเหตุระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต
จังหวัดสุพรรณบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยเร่งด่วน ตามระเบียบราชการ นอกจากนี้ พนักงานตรวจความปลอดภัย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสุพรรณบุรี จะได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ต่อไป
>> ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” ร้องนายกฯ ขอความเป็นธรรม ส่งกฤษฎีกาวินิจฉัยปมอำนาจสอบสวน ย้ำเป็นข้อกฎหมายล้วน
10.00 น. ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบกระบวนการสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง และขอส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัย เพื่อยุติความสับสนทางกฎหมายและกำหนดบรรทัดฐานในการดำเนินคดี โดยยืนยันว่าเป็นประเด็นข้อกฎหมายล้วน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการประวิงเวลา
นายสัญญาภัชระ ระบุว่า คดีดังกล่าวต้องดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะ คือกฎหมายว่าด้วย ป.ป.ช. และวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกำหนดชัดว่าตำรวจไม่มีอำนาจสอบสวนตั้งแต่ต้น การตีความหรือแยกสำนวนอาจขัดรัฐธรรมนูญและกระทบความเป็นธรรม จึงขอให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นคนกลาง ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาวินิจฉัยเพื่อให้สังคมได้ข้อยุติที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่าหากเริ่มต้นกระบวนการโดยผู้ไม่มีอำนาจ ทุกขั้นตอนย่อมมีปัญหาทางกฎหมาย และอาจนำไปสู่การกลั่นแกล้งในกระบวนการยุติธรรม
>> ผบ.ตร.เยี่ยมให้กำลังใจ ตชด.บาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำดูแลสิทธิ-สวัสดิการเต็มที่ต่อเนื่อง
10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.อุดม อ้วนผุย ผบ.หมู่ กก.ตชด.22 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จากเหตุสะเก็ดระเบิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาในห้องไอซียู โรงพยาบาลตำรวจ โดยได้พูดคุยกับครอบครัวเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
ผบ.ตร.ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ยืนยันจะไม่ทอดทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน พร้อมขอบคุณทีมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของ ด.ต.อุดมฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นด้วย
>> ไฟไหม้รถบรรทุก บนถนนเพรชเกษม เขาแก่นจันทร์ เมืองราชบุรี
12.00 น. สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ รถบรรทุกบริเวณถนนเพรชเกษม ช่วงทางกลับหน้าเขาแก่นจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ถูกเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปิดกั้นเส้นทางการจราจรซึ่งขณะนั้นมีรถสัญจรคับคั่ง ก่อนระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
จากการสอบถาม คนขับรถบรรทุก ให้การว่าขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ รถที่ตามมาได้บีบแตรให้จอด เนื่องมีกลุ่มควันพวยพุ่งด้านหลังรถ จึงรีบจอดเพื่อจะดับไฟก่อนเปิดท้ายรถเพื่อจะขึ้นไปดับ แต่ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วทั่วทั้งคัน ไม่สามารถควบคุมได้ จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือทันที
เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนความเสียหายต้องสอบสอบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดต่อไป
>> ไฟไหม้บ้านเรือน ย่านสรงประภาซอย 5 เสียหายวอดหมดทั้งหลัง
12.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยสรงประภา 5 แยก 2 ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามบ้านเลขที่ 40 เสียหายทั้งหมด และบ้านเลขที่ 44 เสียหายเฉพาะชั้นบน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 100 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง
>> บุกค้นโกดังนวมินทร์ 74 พบบุหรี่ไฟฟ้าและแบบมวน มูลค่ากว่า 10 ล้าน
13.30 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา พร้อมยึดบุหรี่ได้จำนวนมาก ภายในซอยนวมินทร์ 74
โดยชุดปฎิบัติการที่ 4 กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) โดยได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมติ) ในความผิดฐานข้อหา “ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 , มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตามพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา203(1)” ตามหมายค้นศาลภาษีอากรกลาง พร้อมของกลาง รวมจำนวน 4,800 รายการ ,เป็นเครื่องบุหรี่ จำนวน 500 เครื่อง ,ตัวบุหรี่ จำนวน 4,300 คอตตอน มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท
ผบช.น. กล่าวว่า วันนี้ ทางตำรวจนครบาล สืบนครบาล , บก.น.3 , บก.น.4 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม ซึ่งเป็นการขยายผลที่มีการจับกุม บุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 69 โดยมีการจับกุมแถวคอนโดย่านพระราม 3 พบว่ามีโกดังเก็บของ ซอยนวมินทร์ 74 ตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวข้างต้น และยังพบโกดังที่เป็นเจ้าของเดียวกัน ซุกซ่อนที่ย่านลาดกระบัง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างทำการตรวจค้นอยู่ ในส่วนของผู้ต้องหาที่จับกุมได้รายนี้ เป็นลูกจ้าง เฝ้าโกดัง นวมินทร์ 74 มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ทราบว่า ทำมาแล้วร่วมสองปีกว่า วิธีการขายคือมีกลุ่มลูกค้าทางออนไลน์ ส่งของทางขนส่งออนไลน์ ส่งต่อให้กับลูกค้ารายละ 30 ถึง 300 ชิ้น
ในส่วนของ บช.น. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลจับกุมและดำเนินการกับผู้ที่ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทั้งผู้ขาย และผู้ส่งซื้อ โดยจะมีการดำเนินการตรวจสอบแบบนี้ตามนโยบายของรัฐบาลและตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องของการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า
>> ตร.ไซเบอร์บุกรวบ 2 จีนเทาคาคอนโดชลบุรี พบมือถือภาษาจีนเกลื่อน คาดเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์
15.48 น. สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 ได้รับการสั่งการจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ให้สืบสวนการกระทำผิดเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ กระทั่งพบข้อมูลว่าได้มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งแอบลักลอบตั้งฐานดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนประเภทแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือ การทำฟาร์มระบบสื่อสาร เพื่อเจาะระบบรหัส OTP เพื่อใช้หลอกลวงทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมายดังกล่าว กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 29 ม.ค.69 พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม รอง ผบก.สอท.4 ได้นำกำลังตำรวจไซเบอร์สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน และ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการ ตม.3 พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา ร่วมกันเข้าตรวจค้นห้องพัก ชั้น 6 ของคอนโดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการเข้าตรวจค้น พบบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 2 ราย พร้อมทั้งสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก และยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปตรวจสอบ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาตามกฎหมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ คือ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลต่างด้าวไม่แจ้งย้ายที่พักอาศัยฯ ตามมาตรา 37 และควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้ ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ และหาความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุรายอื่นๆ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้ได้ทั้งขบวนการ พร้อมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อตามตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดต่อไป
>> ไฟไหม้บาร์เบียร์ใจกลางเมืองพัทยา หวิดวอด
16.30 น. ศูนย์วิทยุหน่วยบรรเทา สาธารณะภัยทางบกเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บาร์เบียร์ ภายในซอยบัวขาว ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองพัทยา รีบไปทำการตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบว่า เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น สร้างเรียงรายติดกันหลายคูหา ตั้งอยู่ย่านสถานบันเทิงใจกลางเมืองพัทยา ตรวจสอบอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พบว่า ด้านล่างเปิดเป็น ร้านบาร์เบียร์ โดยพบว่ามีแสงเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ที่บริเวณชั้นที่ 2 และ กำลังลุกลามขึ้นชั้น 3 อย่างรวดเร็ว ในที่เกิดเหตุยังมีกลุ่มควันหนาแน่นพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า นักดับเพลิง ได้ระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง ใช้เวลาเกือบ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และหลังจากนั้นมีการเข้าเคลียร์พื้นที่ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
สอบถาม พนักงานบาร์เบียร์ ให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเองและพนักงานคนอื่นอยู่บริเวณชั้นล่าง กำลังจัดเตรียมร้านเพื่อเปิดให้บริการ ระหว่างนั้นมีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างเดินมาแจ้งว่า พบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากชั้น 3 ตนเองพยายามจะขึ้นไปตรวจสอบ แต่ถูกห้ามไว้เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาทำการช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ยังไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด โดยคาดว่าต้นเพลิงเกิดบริเวณ บริเวณชั้น 3 ซึ่งปัจจุบันเป็นห้องเก็บของ และเพิ่งจะตัดกระแสไฟออกเมื่อไม่นานมานี้ จนมาเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว
เบื้องต้น ตำรวจ.สภ.เมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุของต้นเพลิงในครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด แต่อย่างไรก็ตามจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านซอย 20 มิถุนา เสียหายวอดทั้งห้อง
16.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอย 20 มิถุนา แยก 11 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้สำหรับพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 70 ปี มีอาการความดันโลหิตสูงและหมดสติ อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลเปาโล-โชคชัย 4 พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง
>> ไฟไหม้กอไผ่ "แนวรั้วลวดหนาม" ช่องอานม้า จุดชนวนระเบิดเก่า บึ้มสนั่น ทหารไทยเจ็บ 2 ราย
16.51 น. กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกำลังพลในพื้นที่ช่องอานม้า ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้หญ้าแห้งบริเวณหน้าแนวรั้วลวดหนาม จุดบ่อนไก่ ช่วงหน้าผา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีการสู้รบและมีลูกระเบิดตกค้างอยู่ก่อนหน้านี้
รายงานระบุว่า เพลิงได้ลุกลามเข้าไปยังบริเวณที่คาดว่ามีวัตถุระเบิดตกค้าง ส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้สะเก็ดระเบิดกระเด็นถูกกำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่ได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลน้ำยืนทันที ทราบชื่อ คือ
จ.ส.อ.ธรรมรัตน์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่.ปืนเล็ก มีอาการ ถูกแรงอัดจากระเบิด หมดสติ สะเก็ดเข้าบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้าข้างขวาแพทย์ทำการรักษา และดำเนินการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พร้อมตรวจ X-Ray คอมพิวเตอร์ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บเริ่มมีอาการพูดจาสับสน และความดันต่ำ แพทย์พิจารณาส่งการรักษาต่อไปยัง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ด้วยอากาศยาน
และ พลทหารวีระศักดิ์ กันหาเรือง ได้รับแรงอัดจนหมดสติ นำส่งที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ แพทย์ทำการรักษาให้นอนดูอาการ ขณะที่ชนิดและขนาดของวัตถุระเบิดที่เกิดการระเบิด อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากการสอบถามกำลังพลที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุพบเพลิงไหม้ที่กอไผ่อยู่ด้านหน้ารั้วลวดหนาม จึงเตรียมนำน้ำเข้าไปดับไฟเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเข้าสู่ฐานปฏิบัติการ ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นดังกล่าว
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน แล้วลุกลามข้างเคียงเสียหาย 4 หลัง ที่จังหวัดอุบลราชธานี
17.30 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุบลราชธานี รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านหนองยาว หมู่ที่ 8 ตำบลโพนงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ปลูกติดใกล้กัน เพลิงได้ลุกไหม้บ้านต้นเพลิง และลุกลามหลังข้างเคียง ทางเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยรถดับเพลิงทั้งในพื้นที่และใกล้เคียงร่วมดำเนินการฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบเบื้องต้น พบบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง 2 หลัง และเสียหายบางส่วนอีก 2 หลัง ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดชอุดม
>> ซุปเปอร์คาร์ 25 ล้าน เสียหลักแหกโค้งฟาดเสาไฟ แล้วเกิดเพลิงไหม้วอดทั้งเหลือแต่ซาก ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บ
17.56 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เสียหลักชนเสาไฟฟ้าแล้วมีเพลิงไหม้รุนแรง ริม ถนนสายน่าน - ท่าวังผา ใกล้เคียง อบต.ป่าคา ในพื้นที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน
ที่เกิดเหตุ พบรถซุปเปอร์คาร์ ยี่ห้อ McLaren 720S สีขาว ทะเบียน สระบุรี สภาพอัดติดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงท่วมทั้งคัน รถดับเพลิงจาก อบต.ป่าคา และเทศบาลท่าวังผา เร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง แต่ด้วยสภาพความเสียหายทำให้รถมูลค่า 25 ล้านบาทถูกไฟเผาจนเหลือเพียงซากเหล็กในเวลาไม่นาน
เจ้าหน้าที่กู้ชีพและมูลนิธิเพชรเกษมน่าน สามารถช่วยเหลือนำตัวคนขับออกจากซากรถได้ทันเวลา ทราบชื่อคือ นายพัชรพงศ์ อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นและถูกนำส่งโรงพยาบาลท่าวังผาเพื่อตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถคันดังกล่าวเดินทางมาพร้อมกลุ่มเพื่อนในขบวนซุปเปอร์คาร์ เพื่อท่องเที่ยวเส้นทางยอดฮิต "ปัว–บ่อเกลือ" และอยู่ระหว่างเดินทางขากลับ พนักงานสอบสวนจึงบันทึกหลักฐานไว้เพื่อดำเนินคดีกรณีทรัพย์สินทางราชการ (ป้ายเตือนและเสาไฟฟ้า) เสียหายต่อไป
>> รถจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนน คุณลุงวัย 59 ปีเจ็บสาหัส อาสากู้ชีพ - กู้ภัย ช่วยเหลือปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล
21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนข้ามถนน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยแพรกษา 10/2 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 59 ปี มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยทำซีพีอาร์พยายามฟื้นคืนชีพอย่างเต็มที่ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างออกไป พบรถคู่กรณี เป็นรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอมสแลช สีเทา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาวเมียนมา ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.เมืองสมุทรปราการ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนต่อไป