“ต้อ มารุต” ภูมิใจ อายุ 70 ปียังมีงาน ไม่คิดเกษียณ เชื่อปรับตัวตามเทคโนโลยีจะดี
“ต้อ มารุต” ภูมิใจ อายุ 70 ปียังมีงาน ไม่คิดเกษียณ เชื่อปรับตัวตามเทคโนโลยีจะดี
อยู่วงการบันเทิงมาค่อนชีวิตจนหลายคนยกให้เป็นครู ผู้กำกับมากฝีมือ “ต้อ มารุต สาโรวาท” ที่แม้วันนี้จะอายุย่างเข้า 70 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่คิดวางมือ แถมยังปรับตัวและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีโอกาสเจอเจ้าตัวเลยถามถึงเรื่องนี้…
“เพิ่งเสร็จสิ้นของทางโมโนออริจินอลไปกับซีรีส์ยาวที่มีชื่อว่า มหกรรมมนุษย์ แสดงโดยแพนเค้กเล่าเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องต่อสู้ฟาดฟันผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่มีทั้งสุขและทุกข์ ขึ้นสูงสุดและตกต่ำสุดในชีวิตเหมือนกัน แล้วก็มีภาพยนตร์เรื่อง เตี่ย ของทางค่ายมณวิจิตร ปรับตัวเยอะมาก ปรับตัวไปตามเทคโนโลยี อย่าปฏิเสธเด็ดขาด ที่สำคัญคือคิดเรื่องให้ดีแล้วกัน เพราะเรื่องดีมันจะอยู่ยาวจนข้ามพ้นกรอบของเทคโนโลยีไป ตอนนี้เป็น 4K อีกหน่อยจะเป็น 6K 8K เจอระบบที่ก้าวหน้าทันสมัยขึ้น เราเลยได้ข้อพิสูจน์อันหนึ่งว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเราต้องตามให้ทัน ขณะที่เราต้องมาแข่งกันตรงเนื้อเรื่องต่างหาก
ผลกระทบคืองานน้อยลง แต่เรายังโชคดีที่มีงานอยู่ สิ่งที่ภูมิใจอย่างหนึ่งคืออายุ 70 แล้ว แต่ยังมีงาน บางทีมีคนติดต่อมาเราก็ถามว่าไม่เอาคนอื่นเหรอ เอาเด็กรุ่นใหม่หรือคนที่มีชื่อเสียงกว่าเราไหม แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าอันนี้เราจะทำได้ดีมาก บอกว่าเราคือตัวเลือกแรกเลย พอได้ยินแบบนั้นมันดีใจมากที่ยังได้รับความไว้วางใจอยู่ในวงการ เหมือนว่าเรายังอยู่ในทางเลือก ยังอยู่ในกระแสอยู่ เราปรับตัวตามทันด้วย
ดีใจมากที่บอกว่าเป็นระดับครูแล้ว เราอยู่มาตั้งแต่อนาล็อกจนมาเป็นดิจิทัล ทำตั้งแต่ทีวีเป็นของสำคัญในแต่ละบ้าน จนตอนนี้มีทีวีไว้เฉยๆ เพราะคนมาดูในจอมือกันหมดแล้ว เราอุตส่าห์ทำฉากอลังการมากแต่มาดูกันจอเท่านี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะทำชุ่ยๆ แทนนะ เราก็ยังคงรักษาความละเอียดที่อยู่ในเฟรมใหญ่ ไม่ว่ามันจะอยู่ในฟอร์แมตไหนต้องทำให้ดีที่สุดไว้ก่อน
อายุ 70 แล้วแต่ไม่คิดเกษียณถอยไปเมื่อ 10 ที่แล้วเราก็บอกว่าเกษียณแล้วนะ ไม่ทำแล้วนะ ผ่านมาถึงวันนี้เรายังทำอยู่ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะคิดว่าถ้าเราเลิกทำคงแก่ทันที การที่นั่งอยู่กับบ้านสบายๆ ไม่ต้องขบคิดแก้ปัญหาอะไร แบบนั้นเราอาจจะแก่เร็ว เป็นไปได้ว่าการแอ๊กทีฟและใช้ความคิดตลอดทำให้เราไม่แก่ไง มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ที่ถูกสร้างมาให้อยู่นิ่งๆ เฉยๆ แต่ให้เราขยับและคิดเพื่อให้ใช้สมองตลอดเวลา
ข้อสำคัญคือเราได้ทำงานกับคนอีกรุ่นหนึ่งด้วย ช่วง 4-5 ปีหลังมานี้เราทำงานในโครงการเยาวชน บางทีเราคิดว่าอันนี้เราทำแบบนี้มาเป็นแพตเทิร์นซ้ำแล้ว ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ให้เด็กรุ่นใหม่เสนอไอเดียดู เราก็จะได้แง่มุมใหม่ๆ ขึ้นมา แล้วพอทำงานกับเด็กรุ่นใหม่เราก็จะไม่แก่ ตามทันเขาและให้เกียรติไอเดียเขาด้วย”…