โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศึกเลือกประธาน ส.อ.ท. “พลังSME” วัดใจ “ทุนใหญ่”

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 07.24 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

สำนักข่าวหุ้นวิชั่น - จับตาการเลือกตั้งกรรมการและประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ( ส.อ.ท. คนใหม่) ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 ซึ่งครั้งนี้มีผู้ท้าชิง 2 คน คือ นายอภิชิต ประสพรัตน์ และนายชนะ ภูมี ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธาน ส.อ.ท. ด้วยกันทั้งคู่

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้ง อินดัสตรี จำกัด ผู้มีดีเอ็นเอ SMEs เต็มตัว ดังนั้น นโยบายจึงเน้นที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ทั้งประเทศ

โดยชูนโยบาย 4 GO คือ

1.Go Digital & AI : นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต, การบริหารจัดการ และการเข้าถึงตลาดออนไลน์ (e-Commerce)

2.Go Innovation พัฒนาสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรม, สร้างผู้ประกอบการที่เน้นมูลค่าเพิ่ม และใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อลดต้นทุน

3.Go Global ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล, เชื่อมโยมกับห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) และหาตลาดใหม่ ๆ และ

4.Go Green ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (ESG) และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ด้วยการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อโลก

บทสรุปก็คือ ภาคอุตสาหกรรมจะไปสู่ Thailand 4.0 ต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ ONE FTI (One Vision, One Team, One Goal) เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ขณะที่ นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท. และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี (SCG) ก็ชูกลยุทธ์ประกอบด้วย

1.ปกป้องตลาดในประเทศด้วยการใช้การจัดซื้อภาครัฐ ส่งเสริมมาตรการการใช้ Local Content และกำหนดมาตรฐาน มอก. เพื่อให้เกิดการใช้สินค้าไทยที่มีมาตรฐาน นอกจากนี้ ต้องมีมาตรการกีดกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศเข้ามาเสริมด้วยเช่นกัน

2.ขยายการส่งออก ด้วยการผลักดันการค้าเสรี (FTA) บวกกับการสนับสนุนเครื่องมือช่วยเหลือด้านมาตรฐานเพื่อการเข้าถึงคู่ค้า

3.ลดต้นทุนพลังงานและขนส่ง ด้วยการขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) และการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Third Party Access) เพื่อให้มีต้นทุนที่แข่งขันได้

4.ลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ SMEs และไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็ตาม ทำธุรกิจได้เร็วและง่ายขึ้น

5.ความร่วมมือกับภาครัฐ กับประชาชน หรือที่เรียกว่า PPPP ที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนด้านการเงินและการวิจัยพัฒนา R&D ให้ SMEs

จากการวิเคราะห์เชิงข้อมูลพบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็น “มากกว่าการเปลี่ยนตัวผู้นำ” ด้วยการเลือกประธาน ส.อ.ท. ปี 2569 ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเกิดในช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจโลกผันผวน -กติกาการค้าใหม่ / ESG / CBAM- การแข่งขันด้าน AI – Digital Manufacturing- ต้นทุนพลังงานและค่าแรง และ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่ EV และ Green Industry

“ทำให้ “ผู้นำ ส.อ.ท.” รอบนี้ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเชิงองค์กร แต่เป็น ตัวแทนเสียงภาคอุตสาหกรรมต่อรัฐบาลชุดใหม่”

ด้าน “องค์กรนิยม – SME”นายอภิชิต ประสพรัตน์มีจุดแข็งคือ เติบโตจากสาย SME อุตสาหกรรมโดยตรง และ ทำงานใน ส.อ.ท. มากกว่า 20ปีทำเข้าใจระบบภายในและเครือข่ายจังหวัด และน่าจะเป็น “สายต่อเนื่อง” จากทีมบริหารเดิม

แนวนโยบายหลัก 4 GO – ONE FTI - Digital & AI Transformation -ยกระดับ SME เป็นฐานเศรษฐกิจ เชื่อม supply chain ไทย ฐานเสียงหลัก กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลาง-เล็ก ,สภาอุตสาหกรรมจังหวัด , กรรมการที่ทำงานองค์กรต่อเนื่อง ภาพลักษณ์: “มือทำงานในระบบ”

ขณะที่ฝั่ง “ทุนใหญ่–Strategic Industry”นายชนะ ภูมี จุดแข็ง -มาจากเครืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (สาย SCG), เครือข่ายภาคธุรกิจขนาดใหญ่และนโยบายระดับประเทศ,

แนวนโยบาย (ภาพรวม) ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ Value-added ,Green Industry / Sustainability, เชื่อมอุตสาหกรรมไทยกับ global supply chain ฐานเสียงหลัก กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ,สมาชิกที่ต้องการ “เปลี่ยนโหมด” องค์กร,กลุ่มที่ต้องการ leadership เชิงนโยบายมากขึ้น ภาพลักษณ์: “ผู้ท้าชิงสายยุทธศาสตร์”

การเลือกตั้งครั้งนี้ ตีความได้เป็น 2โมเดลคือ โมเดลแรก Continuity อภิชิต เดินต่อแนวทางเดิม เสถียรภาพองค์กรและโมเดลสอง Strategic Shift ชนะ ยกระดับบทบาท ส.อ.ท. ระดับนโยบายประเทศ

ปัจจัยในการชี้ขาด คำถามใหญ่ของสมาชิกคือ ส.อ.ท. ควรเป็น “ผู้ประสานสมาชิก”หรือ “Lobbyist ระดับชาติ”นี่คือหัวใจหลัก การตัดสินครั้งนี้

สิ่งที่นักธุรกิจจับตา ไม่ว่าใครชนะ จะสะท้อนทิศทางภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้านายอภิชิตชนะ - ไทยเน้น “เสริมฐานSME” และถ้านายชนะ เข้าวิน - ไทยจะเร่ง “Industrial Transformation”

ดังนั้น กลุ่มบริษัท SME ทั้งประเทศ…น่าจะมีคำตอบแล้ว! ในใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...