“เฟด” เสียงแตก! รายงานประชุมเดือน ม.ค. ชี้กรรมการเห็นต่างทิศทางดอกเบี้ย
"เฟด" เสียงแตก! รายงานประชุมเดือน ม.ค. กรรมการเห็นต่างทิศทางอัตราดอกเบี้ย หลายฝ่ายชี้ควรพักลดดอกเบี้ยก่อน รอเงินเฟ้อชัดเจน บางฝ่ายไม่ปิดทางขึ้นดอกเบี้ย
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 03.19 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 27–28 มกราคม ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในหมู่กรรมการกำหนดนโยบายการเงิน โดยหลายฝ่ายเห็นว่าควรชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะนี้ และอาจกลับมาพิจารณาลดดอกเบี้ยได้อีกครั้งในช่วงปลายปี หากเงินเฟ้อปรับตัวลงตามที่คาดการณ์
แม้มติคงอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดได้รับการสนับสนุนในวงกว้าง แต่ทิศทางนโยบายในระยะข้างหน้ายังไม่แน่นอน เนื่องจากกรรมการบางส่วนยังถกเถียงกันระหว่างเป้าหมายหลัก 2 ด้าน ได้แก่ การควบคุมเงินเฟ้อ กับการสนับสนุนตลาดแรงงาน
รายงานการประชุมระบุว่า กรรมการหลายราย เห็นว่าการปรับลดกรอบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคาร (federal funds rate) เพิ่มเติมน่าจะเหมาะสม หากเงินเฟ้อชะลอลงตามแนวโน้มที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามบางรายมองว่าควรรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปอีกระยะ เพื่อประเมินข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยออกมา และยังไม่ควรผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมจนกว่าจะมีสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่เส้นทางเป้าหมาย 2%
ที่น่าสนใจ คือ มีกรรมการบางคนถึงขั้นเปิดทางความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย และต้องการให้ถ้อยแถลงหลังประชุมสะท้อนความเป็นไปได้ทั้งสองด้าน (two-sided risk) อย่างชัดเจนมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 0.75% ในการประชุมเดือนกันยายน ตุลาคม และธันวาคม ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในกรอบ 3.5%–3.75% ปัจจุบัน
การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกของคณะกรรมการโหวตชุดใหม่จากธนาคารกลางภูมิภาค โดยอย่างน้อย 2 ราย ได้แก่ ลอรี โลแกน ประธานเฟดดัลลัส และ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดคลีฟแลนด์ เคยแสดงจุดยืนสาธารณะว่าควร “คงดอกเบี้ยไว้แบบไม่มีกำหนด” เพราะมองว่าเงินเฟ้อยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ คณะกรรมการเฟดทั้งหมดมี 19 คนเข้าร่วมประชุม แต่มีสิทธิ์ลงคะแนน 12 คนเท่านั้น
ความแตกต่างทางแนวคิดอาจยิ่งรุนแรงขึ้น หากอดีตผู้ว่าการเฟด เควิน วอร์ช ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟดคนถัดไป หลังวาระของประธานคนปัจจุบัน เจอโรม พาวเวลล์ จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม โดยวอร์ชมีจุดยืนสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่นเดียวกับกรรมการปัจจุบันบางราย เช่น สตีเฟน มิแรน และ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ซึ่งทั้งคู่ลงมติ “ไม่เห็นด้วย” กับการคงดอกเบี้ยในเดือนมกราคม และต้องการลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25%
กรรมการส่วนใหญ่คาดว่าเงินเฟ้อจะทยอยชะลอลงในปีนี้ แต่ยอมรับว่าจังหวะและความเร็วของการลดลงยังไม่แน่นอน โดยระบุว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้า (tariffs) ต่อระดับราคาน่าจะค่อย ๆ ลดลงตลอดปี
อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าเสียงส่วนใหญ่ยังเตือนว่าความคืบหน้าในการดึงเงินเฟ้อสู่เป้าหมาย 2% อาจช้ากว่าคาด และมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะทรงตัวสูงกว่าเป้าหมายต่อเนื่อง
ข้อมูลหลังการประชุมสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังผสมผสาน ด้านตลาดแรงงาน การจ้างงานภาคเอกชนเริ่มชะลอลง และการเติบโตส่วนใหญ่กระจุกตัวในภาคสาธารณสุข แม้อัตราว่างงานเดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ 4.3% และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาดีกว่าคาด
ด้านเงินเฟ้อ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักของเฟด ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 3% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ล่าสุดลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า ตลาดฟิวเจอร์สให้น้ำหนักมากที่สุดต่อการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปในเดือนมิถุนายน และอาจมีอีกครั้งในเดือนกันยายนหรือตุลาคม
อ้างอิง : www.cnbc.com