“ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ได้รับรอง นั่งนายกฯ ญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการ เดินหน้าเร่งงบปี 2569
รัฐสภาญี่ปุ่นลงมติรับรอง "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" เป็นนายกฯ ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เปิดทางให้รัฐบาลมุ่งเร่งพิจารณางบประมาณปี 2569 มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับการลงมติรับรองอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอีกสมัยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายหลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของเธอคว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้ง ส่งผลให้รัฐบาลสามารถหันไปโฟกัสกับการเร่งผ่านงบประมาณ และเดินหน้าดำเนินข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
การลงมติครั้งนี้แทบเป็นเพียงพิธีการ หลังพรรค LDP ครองเสียงข้างมากถึงสองในสามในสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยทาคาอิจิได้รับคะแนนเสียง 354 จากทั้งหมด 464 เสียง ยืนยันสถานะผู้นำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากผลการลงมติของสภาสูงสามารถถูกล้มล้างได้โดยสภาล่างซึ่งมีอำนาจมากกว่า
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทาคาอิจิประกาศโครงการชุดแรกภายใต้กรอบการลงทุนมูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ของญี่ปุ่นตามข้อตกลงการค้ากับทรัมป์เมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่าญี่ปุ่นและสหรัฐจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น
โครงการดังกล่าว ซึ่งประกาศล่วงหน้าก่อนที่ทาคาอิจิจะเดินทางเยือนสหรัฐในเดือนมีนาคม ครอบคลุมโรงงานก๊าซธรรมชาติที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 9.2 กิกะวัตต์ ท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบในทะเลลึก และโรงงานผลิตเพชรสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรม
ชัยชนะทางประวัติศาสตร์ในสภาล่างเปิดทางให้ทาคาอิจิผลักดันนโยบายตามคำมั่นหาเสียงหลายด้าน อาทิ การเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ การเสริมขีดความสามารถด้านกลาโหม รวมถึงการเร่งหารือเรื่องระงับการจัดเก็บภาษีการขายสำหรับสินค้าอาหารเป็นเวลา 2 ปี
อย่างไรก็ดี International Monetary Fund (IMF) เตือนญี่ปุ่นไม่ให้ลดภาษีการขายในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ในระยะสั้น คำมั่นนโยบายต่าง ๆ อาจถูกเลื่อนออกไปก่อน เพื่อให้รัฐบาลมุ่งแก้ไขภารกิจเร่งด่วน คือการผลักดันงบประมาณปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน 2569
ทาคาอิจิกล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาของพรรค LDP ว่า ต้องการให้การพิจารณาร่างงบประมาณและกฎหมายปฏิรูปภาษีผ่านโดยเร็วที่สุด แม้การยุบสภาก่อนเลือกตั้งจะทำให้โอกาสผ่านงบประมาณภายในเส้นตายปกติสิ้นเดือนมีนาคมลดลงก็ตาม
หากไม่สามารถผ่านงบประมาณหลักได้ทันเวลา รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณชั่วคราว เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ซึ่งแม้จะไม่ทำให้เกิดภาวะปิดหน่วยงานรัฐเหมือนในสหรัฐ แต่ก็อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจในช่วงสั้น
งบประมาณปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าราว 122.3 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 7.99 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นงบประมาณตั้งต้นที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นราว 6.3% จากปีงบประมาณปัจจุบันที่ 115.2 ล้านล้านเยน โดยรัฐบาลมีแผนออกพันธบัตรใหม่ราว 29.6 ล้านล้านเยนเพื่อเป็นแหล่งเงินทุน ทำให้สัดส่วนการพึ่งพาหนี้ลดลงเหลือ 24.2% จาก 24.9% ในปีนี้
ผลสำรวจหลังการเลือกตั้งชี้ว่าความนิยมของทาคาอิจิยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 65% จากการสำรวจของสถานีโทรทัศน์ NHK รวมถึงหนังสือพิมพ์ Nikkei และ Sankei และพุ่งถึง 72% ในแบบสำรวจของสถานี FNN สะท้อนฐานอำนาจทางการเมืองที่แข็งแกร่งของผู้นำญี่ปุ่นคนปัจจุบัน
อ้างอิง : bloomberg.com