MALEE แตกไลน์สุขภาพ ปั้น COCO ดันรายได้
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 07.23 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น – MALEE เปิดแผนปี 2569 รุกเจาะตลาดสุขภาพ เปิดตัว “Malee COCO Coconut Matcha” ผสานน้ำมะพร้าวธรรมชาติแท้กับอูจิมัทฉะจากญี่ปุ่น รับเทรนด์ Well-being ที่เติบโตแรง พร้อมตั้งเป้าดันส่วนแบ่งตลาดน้ำมะพร้าวขึ้นสู่ 35% และหนุนรายได้รวมเติบโต 10–15%
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2569 บริษัทเดินหน้าขยายขอบเขตแบรนด์ “Malee” ให้เป็นมากกว่าน้ำผลไม้ โดยยกระดับสู่การเป็นแบรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์หลากหลายและอยู่ในทุกโมเมนต์ของผู้บริโภค ภายใต้พันธกิจ “Creating Healthier Choices, Happier Living Through Innovation inspired by Nature” มุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนานวัตกรรมจากธรรมชาติ เพื่อขับเคลื่อนบริษัทสู่การเป็น Global Wellbeing Company ในระยะยาว
ล่าสุด MALEE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Malee COCO Coconut Matcha” เครื่องดื่มน้ำมะพร้าวผสมอูจิมัทฉะจากเมืองอูจิ ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นครั้งแรกที่ผสานคุณค่าน้ำมะพร้าวธรรมชาติแท้จากลูก (NFC) เข้ากับชาเขียวมัทฉะคุณภาพสูง ให้รสชาติหอม กลมกล่อม สดชื่น ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ที่ช่วยเสริมการดูแลตัวเองอย่างสมดุล โดยมีจุดเด่นด้านคุณประโยชน์ เช่น EGCG และคาเทชินจากชาเขียว โพแทสเซียมจากน้ำมะพร้าว ไขมัน 0% และให้พลังงานต่ำเพียง 25 กิโลแคลอรีต่อขวด
สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ Malee COCO ในตลาดน้ำมะพร้าว พร้อมขยายโอกาสการดื่มให้แตกต่างจากเดิม เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟและให้ความสำคัญกับเทรนด์ Well-being โดยบริษัทได้ทำการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร ผ่านสื่อดิจิทัลและกิจกรรม ณ จุดขาย พร้อมเริ่มวางจำหน่ายขนาด 350 มล. ราคา 35 บาท ในร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2569 ก่อนขยายสู่ทุกช่องทางจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน MALEE ตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยผลักดัน Malee COCO ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำมะพร้าวเพิ่มเป็น 35% ในปี 2569 จาก 30% ในปี 2568 และสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมที่ระดับ 10–15% โดยมองว่าตลาดน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มในประเทศไทยยังมีศักยภาพสูง หลังมีมูลค่า 1,800 ล้านบาท และเติบโตถึง 80% ขณะที่ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มมีมูลค่า 18,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี จากกระแสความนิยมของมัทฉะและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น