โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทยเตรียมทำ THACCA เป็น Super Agency ให้กฎหมายไม่ใช่แค่กำกับแต่ร่วมส่งเสริมทุกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

VoiceTV

อัพเดต 07 ก.พ. เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. เวลา 08.30 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของพรรคเพื่อไทยหรือที่เรารู้จักในนาม THACCA หนึ่งในนโยบายและหน่วยงานที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตั้งแต่เริ่ม แต่กลับกลายเป็นองค์กรขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่หลายคนเสียดายขึ้นมา เมื่อต้องหมดวาระลงพร้อมกับรัฐบาลแพทองธาร

ล่าสุดพรรคเพื่อไทยได้เปิดแนวทางการ ‘ยกเครื่องวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทย’ พร้อมๆ กับการที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเกี่ยวกับนโยบายด้านวัฒนธรรม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวนโยบายนี้ของพรรคเพื่อไทยที่ลงมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมาแล้วในเวลาเพียง 2 ปี แต่กลับมีดอกผลจากวงการต่างๆ ทั้งการรวมตัวกันของภาคเอกชนที่เข้มแข็ง การเข้าสนับสนุนของรัฐ และการเกิดกิจกรรมที่นำไปสู่แรงกระเพื่อมของทุกอุตสาหกรรมในสังคม

หัวใจสำคัญของ THACCA คือการเปลี่ยนระดับ ‘กรอบคิด’ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิด ทั้งการเปลี่ยนบทบาทของรัฐ ให้กลายเป็นผู้สนับสนุนโดยให้เอกชนเป็นผู้นำ คือนำความต้องการต่างๆ เข้าเสนอ และรัฐจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวก เข้าจัดการในพื้นที่ที่เคยเป็นอุปสรรคอย่างกฎหมาย ข้อบังคับ รวมถึงวิธีคิดของราชการ ไปสู่ระบบนิเวศที่ส่งเสริมความคิดและอุตสาหกรรมต่างๆ ให้งอกงามได้

การกลับมาของนโยบายวัฒนธรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ใช้ประสบการณ์ ใช้ความสำเร็จ ใช้ความเข้าใจ ปรับศักยภาพและกลไกของรัฐ ให้เป็นมิตร เพื่อเข้าส่งเสริมอุตสาหกรรมโดยตอบสนองความต้องการของเอกชนให้เป็นรูปธรรม

จากการทำ THACCA ให้ เป็น Super Agency สุดยอดหน่วยงานที่รวมทุกความต้องการของวงการสร้างสรรค์ไว้ มีจุดเด่นหนึ่งคือการให้อำนาจทางกฎหมายกับสภาอุตสาหกรรม เติมช่องว่างที่หายไปของทุกวงการ รวมถึงการใช้กลไกทางกฎหมายที่แต่เดิมมักเป็นอุปสรรค เป็นเติมบทบาทกฎหมายจากการกำกับดูแล (Regulate) ไปสู่การใช้กฎหมายเพื่อการดูแลส่งเสริม (Foster) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน

ให้ THACCA เป็นซูเปอร์เอเจนซี่แห่งความสร้างสรรค์ไทย

หัวใจสำคัญของนโยบาย THACCA คือการทำให้วงการสร้างสรรค์และพื้นที่ทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นพื้นที่ที่ซับซ้อน มองเห็นได้ รวมถึงกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ทั้งภายในวงการและระหว่างพื้นที่ต่างๆ รวมตัวกันได้สะดวกขึ้น

พรรคเพื่อไทยจึงประกาศจัดตั้ง สำนักงานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ - Thailand Creative Culture Agency

สำนักงานวัฒนธรรมสร้างสรรค์จะเป็นองค์กรที่เข้าดูแลอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ครบวงจร เป็นผู้วางยุทธศาสตร์และนโยบายอย่างเป็นระบบ โดยจุดสำคัญของ THACCA คือการยึดหลัก ให้ ‘เอกชนนำ รัฐสนับสนุน’

บทบาทของ THACCA ในฐานะ Super Agency จึงมีหลายแง่มุม ทั้งการรวมทุกอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไว้ในองค์กรเดียวกัน หรือการเป็นสุดยอดคณะทำงานที่จะรวมทุกความต้องการที่เอกชนต้องการจากรัฐ เป็นหน่วยงานเดียวสำหรับคนทำงานสร้างสรรค์เข้ามาเพื่อดำเนินการในด้านต่างๆ ซึ่งจะต้องสะดวก รวดเร็ว ครบจบในที่เดียว รวมถึงการรวมเอเยนซี่จากภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมต่างๆ เข้ามารวมกันไว้เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ

การรวมตัวกันของภาคเอกชน นำไปสู่การร่วมกำหนดนโยบาย เข้าทำงานในพื้นที่ที่เคยห่างไกลกับภาคเอกชนนั่นคือการปรับปรุง แก้ไข หรือเสนอกฎหมายให้ทันสมัยและเอื้อกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ บทบาทเดิมของรัฐคือการเข้ากำกับดูแล การกำหนดทิศทางโดยรวม การอุดหนุนทุนต่างๆ ตลอดจนการฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม

ดังนั้นการที่เอกชนเข้าร่วมในการแก้ไขหรือร่างกฎหมาย เป็นการทำให้กฎหมายที่เคยห่างไกลและเป็นอุปสรรค กลายเป็นมิตรกับการทำงานสร้างสรรค์ รวมถึงตัวสถาบันเช่น THACCA ถือเป็นการใช้กลไกของกฎหมายในการสนับสนุนอุตสาหกรรมและคนทำงาน เปลี่ยนบทบาทของกฎหมาย จากการกำกับดูแล ไปสู่การดูแลส่งเสริม

เพื่อไทยสานต่อสภาวิชาชีพของ THACCA

สิ่งที่น่าตื่นเต้นใน THACCA คือการตั้งสภาวิชาชีพต่างๆ หรือสถาบันที่เกี่ยวกับพื้นที่สร้างสรรค์ในแต่ละแขนง หลายสภาคือสภาวิชาชีพที่มีอยู่แล้ว ทว่า การตั้งสภาและสถาบันอย่าง สภาภาพยนตร์ สภาดนตรี สภาศิลปะ สถาบันหนังสือแห่งชาติ ไว้ภายใต้ THACCA ในฐานะองค์กรของรัฐ เป็นอีกหนึ่งการใช้กลไกของพรรคเพื่อไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างยอดเยี่ยม

อย่างแรกคือพื้นที่สร้างสรรค์ที่เราอาจเรียกว่า ‘วงการ’ ต่างๆ มักเป็นพื้นที่ที่เป็นนามธรรม ทำงานอย่างกระจัดจาย รวมถึงหัวใจของความยากลำบากในการทำงานกับ ‘วัฒนธรรม’ และ ‘ความสร้างสรรค์’ คือความเป็นนามธรรมของพื้นที่เหล่านี้ การตั้งสภา จึงเป็นทั้งการทำให้พื้นที่ที่เคยกระจัดการจาย มองเห็นได้ยาก จับต้องได้ยาก เกิดการรวมตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

อีกประการสำคัญคือ การตั้งสภาวิชาชีพและสถาบันต่างๆ เป็นการให้อำนาจทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมกับแต่ละอุตสาหกรรม การมีสถาบันอย่างเป็นทางการนำไปสู่การเข้าทำงานกับภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถเสนอแนะ แก้ไข ปรับปรุงกฎระเบียบและการทำงานกับราชการได้ รวมถึงให้อำนาจในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในแต่ละวงการที่อาจนำไปสู่การยกระดับและพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมนั้นๆ ต่อไปในอนาคต

OFOS เพิ่มทักษะ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ไทย ต้องไปต่อ

บนเวที UNLOCK CREATIVE ECONOMY หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ นพ.สุรพงษ์ ทำการ ‘Pitch’ หรือขายนโยบายให้กับประชาชน ประเด็นแรกที่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวคือนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่เริ่มต้นจากหลักการว่า ‘ทุกคนที่เป็นคนไทยจะต้องได้ประโยชน์’ จึงเสนอการพัฒนา ‘วัฒนธรรมสร้างสรรค์’ ไทย ทั้งระบบ จากต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งกลางน้ำและปลายน้ำ คือการกำกับดูแลอย่างเป็นมิตรเพื่อสร้างระบบนิเวศจากรัฐ สู่การทำวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทยไปยังระดับโลก

ต้นน้ำจึงเป็นต้นธารที่สำคัญที่สุด โดยสอดคล้องทั้งกับนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยที่มองเห็นประชาชนเป็นหัวใจ มองเห็นคนไทยทุกคน ต้นน้ำจึงทำหน้าที่ ‘ดูแลทักษะของคนไทยทุกคน’ โดยการอัพสกิลคนไทยด้วย One Family One Soft Power หรือ OFOS

โครงการ OFOS เป็นโปรเจกต์การฝึกอบรมจากทุกแขนงอุตสาหกรรม หลักการคือการมองเห็นว่าคนไทยทุกคน ทุกครอบครัว มีศักยภาพและความฝัน ในตัวตนของคนไทยมี ‘Soft Power’ แฝงฝังอยู่ในเนื้อในตัว การเข้ารับการอบรมตามความสนใจ จึงเป็นการสานความฝันของคนไทยด้วยการพัฒนาทักษะให้กับคนไทยทุกคนก่อนเป็นประตูบานแรก โดยเชื่อว่าในที่สุดทักษะต่างๆ ที่ฝึกฝนมาจะกลายเป็นอาชีพ เป็นกิจการ หรือส่งเสริมการใช้ชีวิตได้จริงในระบบเศรษฐกิจต่อไป

ดังนั้นคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ของพรรคเพื่อไทย จึงกลับมายืนที่หลักการพื้นฐานคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สะท้อนหลักคิดของพรรคเพื่อไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพ มองเห็นทุกซอฟต์พาวเวอร์ และวางบทบาทของรัฐทั้งการเข้าขัดเกลาฝึกฝนทักษะเพื่อสานความฝันต่างๆ ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างกลไกรายล้อมให้เกื้อหนุน และนำพาพลังวัฒนธรรมแบบไทยๆ ไปสู่การครองใจคนทั่วโลก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...