โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมดยุคตามหลังตะวันตก Fintech เอเชีย ผงาดผู้นำนวัตกรรมการเงิน

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
หมดยุคตามหลังตะวันตก Fintech เอเชีย ผงาดผู้นำนวัตกรรมการเงิน

ในอดีตอุตสาหกรรมฟินเทคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มักพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือโซลูชัน ทางการเงิน โดยอิงกระแสความต้องการจากอุตสาหกรรม ฟินเทคประเทศตะวันตก แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาฟินเทคในเอเชียแปซิฟิก ได้หันมาพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ที่ตอบสนองความต้องการของคนในภูมิภาคมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึง บริการทางการเงิน ของกลุ่มคนด้อยโอกาสที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

Ian Fong, VP of Content ของ Money20/20 Asia เปิดเผยว่า ฟินเทคในเอเชียแปซิฟิก ก้าวพ้นระยะทดลองสู่การลงมือทำจริงและการเติบโตเต็มตัว จะเห็นได้จากพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางการเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นในเอเชียแปซิฟิกจะส่งผลต่อทิศทางของระบบการเงินโลก

นอกจากนี้ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์กลายเป็นประเด็นหลักของในการดำเนินธุรกิจฟินเทคในปี 2026 โดยข้อมูลจากรายงาน Future of Fintech in APAC พบว่า 90% ของผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรม ระบุว่า การป้องกันการทุจริตเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ซึ่งอยู่ที่ 6.8%

Digital Lending ดันฟินเทค APAC ล้ำหน้าตะวันตก

ปัจจุบันบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความล้ำหน้ากว่าประเทศตะวันตกอย่างมากโดยเฉพาะ Digital Lending เนื่องจากกลุ่มคนส่วนใหญ่ในภูมิภาค ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ในช่วงที่ผ่านมาผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเร่งนำข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาออกแบบโซลูชันทางการเงิน โดยเน้นสมัครง่ายและใช้งานสะดวกผ่านมือถือเป็นหลัก และผสานโซลูชันดังกล่าวเข้ากับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่ถูกละเลย (Underserved) จากระบบการเงินดั้งเดิม

Ian Fong, VP of Content ของ Money20/20 Asia และ Danny Levy, Executive Vice President (EVP) และ Managing Director (MD), APAC & Middle East ของ Money20/20 Asia ได้ยกตัวอย่าง Digital Lending ที่ได้รับความนิยมในอาเซียน ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยออกแบบบริการทางการเงินเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคน Underserved ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Wingbank ซูเปอร์แอปจากประเทศกัมพูชา ใช้ Aternative data เพื่อเป็นเกณฑ์พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้กับ SME
  • Awantunai สตาร์ทอัปฟินเทคจากประเทศอินโดนีเซีย เน้นปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประการรายย่อย (MSMEs) และร้านค้าขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียน เพื่อซื้อสินค้าเข้าร้าน ในรูปแบบRevenue based lending and Invoice based lending
  • Grab ปล่อยสินเชื่อให้สินเชื่อ Micro lending ให้กู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ (Rider) โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • True Money ที่เชื่อมข้อมูลการใช้จ่ายของลูกค้าใน 7-Eleven มาเป็นข้อมูลพิจารณาในการปล่อยสินเชื่อ Buy Now, Pay Later (BNPL)

โดยรายงานยังชี้ว่า 72.9% ของผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมฟินเทค มองว่าโซลูชันฟินเทคที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนโอกาสที่ขยายตัวของนวัตกรรมทางการเงินที่มุ่งสร้างการเข้าถึงอย่างทั่วถึง

“การเข้าถึงบริการทางการเงินไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการนำผลิตภัณฑ์ไปไว้บนช่องทางดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการออกแบบที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้บริโภค” Moritz Gastl, General Manager ของ Tala Philippines กล่าว “ในตลาดอย่างฟิลิปปินส์ ความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความยืดหยุ่นมีความสำคัญไม่แพ้การประเมินเครดิต สินเชื่อดิจิทัลจะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้คนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การนำระบบเดิมมาเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน”

ไทยช้าไปหรือยังในสนาม Virtual Bank?

Danny Levy, Executive Vice President (EVP) และ Managing Director (MD), APAC & Middle East ของ Money20/20 Asia กล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ซึ่งมีผู้ให้บริการ 3 รายที่ได้รับอนุญาตจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกอบด้วย 1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทในเครือ Ascend Money กลุ่มทรู) 2.ธนาคารกรุงไทย, บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) 3.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), WeTechnology และ KakaoBank ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายน 2569

Danny มองว่า ยังไม่สายเกินไปที่ประเทศไทยจะเปิดบริการ Virtual Bank ตอนนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าช่วงเวลา คือเมื่อเปิดบริการแล้ว ความท้าทายคือธนาคารไร้สาขาจะสามารถตอบสนองความต้องการ และแก้ปัญหาให้กับลูกค้ากลุ่ม underserved ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับธนาคารดั้งเดิมที่มีฐานลูกค้าและปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีอยู่เสมอ

เช่น สิงคโปร์ ธนาคารดั้งเดิมมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการ ลูกค้าที่ดีอยู่แล้ว ธนาคารไร้สาขาจึงต้องแข่งขันด้วยนวัตกรรมเพื่อออกแบบ บริการที่น่าดึงดูดกว่า ในขณะที่ในอินโดนีเซีย การเกิดขึ้นของ Virtual bank ช่วยทำให้คนเข้าถึงบริการ ทางการเงินมากขึ้น เนื่องจากยังมีกลุ่มคนที่ไม่สามารถเดินทาง ไปรับบริการที่สาขาได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดบริการของ Virtual Bank ในไทยจะช่วยกระตุ้นการแข่งขัน ในอุตสาหกรรมธนาคารทั้งด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และการลดต้นทุน เพื่อยกระดับชีวิตผู้คนด้วยการเข้าถึงบริการการเงินอย่างเท่าเทียม

ความร่วมมือจะเป็นหัวใจของทศวรรษถัดไป

ภาพรวมจากรายงาน Future of Fintech in APAC ชี้ให้เห็นว่า เอเชียแปซิฟิก ไม่ได้อยู่ในช่วงทดลองแนวคิดฟินเทคอีกต่อไป แต่กำลังลงมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางการเงินที่พร้อมใช้งานจริง เมื่อการใช้ AI ขยายตัวมากขึ้น ระบบการชำระเงิน เชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้รอยต่อ และสินทรัพย์ดิจิทัล เริ่มเข้าสู่ตลาดที่มีกฎระเบียบชัดเจน ภูมิภาคนี้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นต้นแบบของการพัฒนาและกำกับดูแลระบบการเงินในระดับโลก

“นวัตกรรมฟินเทคในระยะถัดไปจะวัดกันที่ความสามารถในการเดินหน้าด้านเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ตลาดในเอเชียแปซิฟิกกำลังแสดง ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นวัตกรรมทางการเงินและการขยายการเข้าถึงบริการ ทางการเงินสามารถเติบโตไปด้วยกันได้” Ian Fong กล่าวเสริม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...