“สว.ไชยยงค์”ชี้วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไม่ใช่ล้นตลาด แต่กลไกบิดเบี้ยวร้องรัฐเร่งจัดระเบียบล้ง
สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนปัจจุบันราคารับซื้อหน้าสวนเหลือลูกละ 2 บาท และบางส่วนเหลือเพียง 1 บาท กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกหลักของประเทศ โดยเฉพาะภาคกลาง
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยกับเดลินิวส์ว่า จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่และรับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกร พบว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากผลผลิตล้นตลาดตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน เนื่องจากราคาขายปลีกในกรุงเทพมหานครยังอยู่ที่ 30–35 บาทต่อผล ขณะที่เมืองท่องเที่ยวหลายแห่งจำหน่ายในช่วง 40–75 บาท และยังมีความต้องการบริโภคต่อเนื่อง
ส.ว.ไชยยงค์ ระบุว่า โครงสร้างตลาดมะพร้าวน้ำหอมมีลักษณะกระจุกตัว โดยกลุ่มผู้รับซื้อหรือ “ล้ง” ซึ่งมีทุนต่างชาติเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อในพื้นที่ผลิต ขณะที่การส่งออกไปตลาดหลักอย่างประเทศจีนก็อยู่ในมือกลุ่มทุนดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง
“หากไม่เร่งจัดการที่ต้นเหตุ คือกลไกตลาดที่บิดเบี้ยว ปล่อยให้ผู้รับซื้อกำหนดราคาเพียงฝ่ายเดียว เกษตรกรจะไม่มีทางอยู่ได้” นายไชยยงค์กล่าว พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมาประกอบด้วย การกำหนดราคากลางที่สะท้อนต้นทุนการผลิต การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของจุดรับซื้อในพื้นที่ และการขยายช่องทางส่งออกที่ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินการได้โดยตรง เพื่อลดการพึ่งพาผู้ซื้อรายใหญ่เพียงกลุ่มเดียว
วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ท้าทายรัฐบาลในการสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว.