จับตาราคาทองพุ่ง 82,240 บาท นักลงทุนพุ่งหาที่หลบภัยท่ามกลางไฟสงคราม
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด ประเมินว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก
เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายทางทหารในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญของอิหร่าน เสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองหลวงจนรัฐบาลอิหร่านต้องสั่งปิดน่านฟ้าและหยุดเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดทันที
สำหรับการตอบโต้ของอิหร่านยิ่งสร้างความรุนแรงมากขึ้น หลังสูญเสียผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศ อิหร่านจึงตัดสินใจยิงขีปนาวุธถล่มเมืองสำคัญในอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องขนส่งผ่าน
ถือเป็นการใช้ 'อาวุธเศรษฐกิจ' ที่สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อตลาดโลก จากการโจมตีในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นเกือบ 10% ภายในวันเดียว ขณะที่ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
แนะกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่อยากลงทุนทองคำ หรือสำหรับกลุ่มนักลงทุนคนที่มีสามารถ let profit run รอจังหวะราคาย่อตัวทยอยเก็บ โดยมองกรอบราคาทองคำที่ 5,250 – 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หรือคิดเป็นราคาทองไทยที่ประมาณ 78,500-82,240 บาท (อิงอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 2 มี.ค. 69 ที่ระดับ 31.457 บาท) และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อและขยายวงกว้าง