โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โพลล์รอยเตอร์ชี้ “แบงก์ชาติญี่ปุ่น” รอถึง ก.ค.ก่อนขึ้นดอกเบี้ย คาดแตะ 1% ใน ก.ย.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 06.13 น.

โพลล์รอยเตอร์ชี้ "แบงก์ชาติญี่ปุ่น" อาจรอถึง ก.ค.ก่อนขึ้นดอกเบี้ย คาดแตะ 1% ภายใน ก.ย. ขณะตลาดจับตาผลกระทบเศรษฐกิจและแรงกดดันจากเงินเยน

วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 11.11 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มจะรอจนถึงเดือนกรกฎาคมก่อนขึ้นดอกเบี้ยหลักอีกครั้ง โดยมากกว่า 75% ของผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นแตะ 1% หรือสูงกว่า ภายในเดือนกันยายน จากระดับปัจจุบันที่ 0.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษ

แม้ BOJ ถูกคาดว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในระยะต่อไป เพื่อไปสู่ระดับปลายทาง (terminal rate) ตามค่ากลางของคาดการณ์ที่ 1.5% แต่ทิศทางนโยบายของญี่ปุ่นยังถือว่าสวนทางกับประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่ใช้ช่วงหลายปีที่ผ่านมาลดต้นทุนการกู้ยืมลง

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเอนเอียงไปทางนโยบายการคลังและการเงินแบบผ่อนคลาย (dove) ทำให้ตลาดผันผวนทันทีหลังเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม โดยเธอกล่าวว่า เธอมีอำนาจกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน และย้ำจุดยืนที่ต้องการ “ดอกเบี้ยต่ำ”

เลขาธิการพรรครัฐบาล เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ทาคาอิจิมีแผนจะยุบสภาในสัปดาห์หน้าและจัดการเลือกตั้งทั่วไปแบบฉับพลัน ขณะที่ที่ปรึกษาบางคนของทาคาอิจิเตือนซ้ำ ๆ ถึงความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ซึ่งถูกสำรวจระหว่างวันที่ 6–13 มกราคม (ก่อนมีข่าวยุบสภา) ระบุว่า BOJ น่าจะไม่รีบร้อนดำเนินการ เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม เว้นแต่ค่าเงินเยนอ่อนค่าจนเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนผ่านสินค้านำเข้า ทั้งนี้ BOJ เคยเว้นช่วง 11 เดือน ระหว่างการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมกับครั้งก่อนหน้าในเดือนมกราคม 2568

ในการสำรวจรายเดือนล่าสุดของรอยเตอร์ส นักเศรษฐศาสตร์ 65 จาก 67 คน ระบุว่า BOJ จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมเดือนมกราคมและมีนาคม อย่างไรก็ตามผู้ตอบ 76% (50 จาก 66 คน) คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นไปถึงอย่างน้อย 1% ภายในสิ้นเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจาก 69% ในแบบสำรวจเดือนก่อน โดยในกลุ่มนี้มีนักวิเคราะห์ 2 รายที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจขึ้นไปถึง 1.25%

ยูสุเกะ มัตสึโอะ นักเศรษฐศาสตร์ตลาดอาวุโสของมิสึโฮะ ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า เมื่อดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 30 ปีแล้ว จึงจำเป็นต้องประเมินผลของการคุมเข้มอย่างรอบคอบ และการประชุมเดือนกรกฎาคมมีความเป็นไปได้มากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ BOJ จะเผยแพร่รายงาน Outlook Report ซึ่งช่วยให้สะท้อนมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อได้ชัดเจน

ในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ 37 คนที่ระบุเดือนที่คาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไป เดือนกรกฎาคม ถูกเลือกมากที่สุดที่ 43% รองลงมาคือ มิถุนายน 27% และ เมษายน ตุลาคม และมกราคม 2570 หรือหลังจากนั้นอย่างละ 8%

จุนกิ อิวาฮาชิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Sumitomo Mitsui Trust Bank ซึ่งคาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงฤดูร้อนเช่นกัน ระบุว่า น่าจะต้องใช้เวลาราว 6 เดือน เพื่อยืนยันด้วยข้อมูลว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดส่งผลต่อเศรษฐกิจจริงอย่างไร

ค่ากลางของคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นปีอยู่ที่ 1.00% ไม่เปลี่ยนจากแบบสำรวจเดือนก่อน แต่มี 24% ของนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นไปถึง 1.25% ภายในสิ้นปีนี้

จากคำถามเพิ่มเติมในแบบสำรวจ นักเศรษฐศาสตร์ 60% (21 จาก 35 คน) คาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ขณะที่ 31% มองว่าอาจขึ้น 2 ครั้ง

ในด้านความเสี่ยงที่ BOJ จะตามไม่ทัน (behind the curve) ในการสกัดเงินเฟ้อ ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เล็กน้อย 14 จาก 27 คน เห็นว่าความเสี่ยงไม่สูงไม่ต่ำ ขณะที่ 19% มองว่าความเสี่ยงต่ำ และ 15% มองว่าความเสี่ยงสูง

ส่วนระดับปลายทางของดอกเบี้ย (terminal rate) ถูกคาดการณ์ไว้ที่ 1.5% ตามค่ากลางจากนักเศรษฐศาสตร์ 30 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 1% ในแบบสำรวจเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน โดยช่วงคาดการณ์กระจายตั้งแต่ 1% ถึง 2%

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...