โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“เห็นโบกี้ขาดต่อหน้า!” เหยื่อรถไฟสีคิ้วเปิดนาทีหนีตาย จี้หยุดก่อสร้างช่วงรถวิ่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 15 มกราคม 2569 เวลา 20.47 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สาวสุรินทร์เล่านาทีเฉียดตายจากโบกี้มรณะที่ 3 เผยภาพจำสุดหลอนเห็นโบกี้หน้าถูกเครนฟาดขาดออกจากกัน ต้องหมอบหลับตาปีนซากตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดจนบาดเจ็บกระดูกคด ทิ้งข้าวของกลับบ้านเท้าเปล่า วอนหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบอุปกรณ์ก่อสร้าง หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอยชีวิตคนอื่น

วันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านอาเสก หมู่ 3 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อพบ น.ส.นารีรัตน์ ลิกหลัก อายุ 35 ปี เหยื่ออุบัติเหตุจากเครนที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับโบกี้รถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 กรุงเทพ–อุบลราชธานี ซึ่งผู้สื่อข่าวพบคุณยายกิมริน ไหมทอง อายุ 93 ปี และญาติ ๆ ของ น.ส.นารีรัตน์ ลิกหลัก (ผู้บาดเจ็บจากเครนถล่ม) ได้นำด้ายสายสิญจน์เรียกขวัญมาผูกข้อมือให้กับหลานสาวเต็มข้อมือ ต่างพูดเรียกขวัญและอวยพรสิ่งดี ๆ ให้กับหลานสาว

คุณยายกิมริน บอกว่า น.ส.นารีรัตน์ ลิกหลัก (ผู้บาดเจ็บจากเครนถล่ม) มาถึงบ้านเมื่อช่วงค่ำ ซึ่งตนนั้นได้หลับแล้ว และทางบ้านไม่มีใครบอกตนเลยว่าหลานสาวประสบอุบัติเหตุเครนถล่ม เพราะกลัวว่าตนเองจะเกิดอาการช็อก สภาพหลานสาวที่กลับมานั้นมาเท้าเปล่า ข้าวของเครื่องใช้อยู่บนรถไฟขบวนนั้นทั้งหมด ตนรู้สึกสงสารหลานสาวมาก และลูกสาวตนซึ่งเป็นแม่ของน.ส.นารีรัตน์นั้นก็นอนอยู่ที่โรงพยาบาล หลานสาวก็มาเจ็บเกิดอุบัติเหตุอีก ตนนั้นรู้สึกตกใจและอยากให้ทุกคนปลอดภัย ได้แต่ภาวนาสวดมนต์ให้ลูกและหลานปลอดภัยจากภัยอันตราย การบาดเจ็บ และการป่วย พร้อมกับพากันเรียกขวัญหลานสาว ซึ่งหลังจากนี้จะพาหลานสาวไปทำบุญที่วัด รดน้ำมนต์อีกด้วย

น.ส.นารีรัตน์ เล่าว่า ตนได้ขึ้นรถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 กรุงเทพ–อุบลราชธานี นั่งที่เก้าอี้เลขที่ 12 เดินทางมาบ้านที่ อ.ศีขรภูมิ เพื่อมาเยี่ยมแม่ที่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ตนนั่งมาที่ตู้โบกี้ที่ 3 ซึ่งตนนั้นได้ยินเสียงดังโครม ตนก็รีบหมอบลง สังเกตเห็นผู้โดยสารโบกี้ที่ 2 ผ่ากลางออกมา ซึ่งตนรีบหมอบและหลับตาไม่กล้ามองอะไรเลย สักพักจึงได้คลานออกมา แต่ได้ยินเสียงคนตะโกนบอกว่ามีน้ำมันไหลออกมา ให้รีบออกมาไว ๆ ซึ่งตนได้กลิ่นน้ำมันและควันไฟอยู่ที่โบกี้ที่ 2 ซึ่งนาทีนั้นทุกคนต่างตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด ตนนั้นถูกเหยียบที่ขา และมองเห็นบานกระจกที่แตก ตนจึงรีบตะเกียกตะกายปีนออกมา ดูชุลมุนวุ่นวายมาก ต่างคนต่างเอาชีวิตรอด พอตนออกมาได้ก็มีเจ้าหน้าที่รีบนำตนส่งโรงพยาบาลสีคิ้ว จากนั้นตนก็ขอกลับบ้านตนรู้สึกว่าตนปลอดภัย

ซึ่งขณะนี้ตนรู้สึกปวดต้นคอ กระดูกที่ศีรษะ และบริเวณสะโพกด้านหลัง ซึ่งหมอบอกว่ามีอาการกระดูกคด และขาขวาปวดเพราะโดนคนเหยียบ ซึ่งเมื่อตนกลับมาก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ เพราะยังรู้สึกเจ็บที่ขา ยังเดินลงน้ำหนักไม่ได้ ตนฝากบอกผู้รับเหมาว่าควรจะหยุดการก่อสร้างก่อนช่วงเวลารถไฟเคลื่อนขบวนผ่านมา และควรเช็กอุปกรณ์ พร้อมกับความปลอดภัยในการก่อสร้างให้รัดกุมมากกว่านี้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...