โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซาบีดา’ ยันปราสาทตาควาย-ปราสาทตาเมือน เป็นของไทย เร่งบูรณะฟื้นฟู

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 11.02 น. • The Bangkok Insight

"ซาบีดา" ยันปราสาทตาควาย-ปราสาทตาเมือน โบราณสถานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นของไทย มอบกรมศิลปากร บูรณะ รักษาคุณค่าประวัติศาสตร์ไทยและมรดกของคนไทย

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการแถลงข่าวการบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน และโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานร่วมบูรณาการด้านความมั่นคงของชาติ

ปราสาทตาควาย

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีกัมพูชายื่นหนังสือประท้วง ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมของไทยหยุดดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน โดยอ้างว่าเป็นของกัมพูชานั้น

กระทรวงวัฒนธรรม ขอชี้แจงว่า ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานของไทย ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี 2478 และรัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณในการบูรณะ ระหว่างปี 2533-2539 จนสามารถบูรณะปราสาทประธานแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยปราศจากการทักท้วง หรือคัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

สำหรับปราสาทตาควาย เป็นโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในเขตอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทย มาตั้งแต่ ปี 2544-2545 มีการจัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน ซึ่งขณะดำเนินการสำรวจครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรยืนยันได้ว่า ไม่ปรากฏเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินแดนประเทศไทย สภาพในเวลานั้น ตัวปราสาทตาควายยังมีความสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงไม่ได้ตั้งงบประมาณในการบูรณะ แต่ได้บรรจุในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า กัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร

ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏคือ ความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควาย และร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน

ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน ซึ่งมีผลจากการที่ฝ่ายกัมพูชาเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการทหาร โดยไม่คำนึงถึงหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับร่วมกัน ทำให้โบราณสถานซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมวลมนุษยชาติต้องถูกทำลายลง

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังคงยืนยันถึงความจำเป็นและความชอบธรรม ในการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน ที่มีสถานะเป็นโบราณสถานของไทย และตั้งอยู่บนดินแดนของประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...