โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมขนส่ง สั่งแท็กซี่ติด QR Code ตามดูเรียลไทม์ คุมเข้มสกัดอาชญากรรม

Khaosod

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 10.40 น.

กรมขนส่ง สั่งแท็กซี่ติด QR Code ตามดูเรียลไทม์ คุมเข้มสกัดอาชญากรรม

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่าเพื่อยกระดับความปลอดภัยและการกำกับดูแลรถแท็กซี่สาธารณะ ขณะนี้ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบ QR Code เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Thai ID เพื่อระบุตัวตนผู้ขับขี่รถแท็กซี่และติดตามสถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร ลดความเสี่ยงด้านอาชญากรรม และยกระดับภาพลักษณ์ระบบแท็กซี่ไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา และตั้งเป้าขยายการติดตั้งให้ครอบคลุมรถแท็กซี่ที่มีอยู่กว่า 70,000 คัน ภายในเดือน มิ.ย.นี้

สำหรับการติดตั้งสติกเกอร์ QR Code ในรถแท็กซี่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบ Thai ID ทำให้สามารถตรวจสอบตัวตนผู้ขับขี่ ข้อมูลรถ ประวัติการให้บริการ รวมถึงสถานะการเดินทางได้ทันที ผู้โดยสารสามารถสแกน QR Code ก่อนขึ้นใช้บริการ ระบบจะแสดงชื่อ-นามสกุลผู้ขับขี่ เลขทะเบียนรถ และข้อมูลการขึ้นทะเบียนหรือการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยป้องกันการแอบอ้างหรือสวมรอยผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ได้กำหนดให้ติดตั้งสติกเกอร์ QR Code รวม 3 จุด 3 สี เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ได้แก่ สีม่วง ติดตั้งบริเวณด้านหน้าคนขับ ใช้สำหรับยืนยันตัวตนผู้ขับแท็กซี่มิเตอร์และการเริ่มต้นปฏิบัติงาน สีน้ำเงิน ติดตั้งบริเวณกระจกด้านข้างซ้ายฝั่งผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อให้ผู้โดยสารใช้ตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ ขณะเดียวกันสามารถประเมินความพึงพอใจ ให้คะแนนเรตติ้ง ชื่นชมการให้บริการ หรือสามารถแจ้งร้องเรียนต่อกรมการขนส่งทางบกโดยตรง รวมถึงใช้ประเมินค่าโดยสารเบื้องต้น และสีแดง ติดตั้งบริเวณกระจกด้านนอกประตูหลังซ้าย สำหรับการร้องเรียนเร่งด่วน เช่น การปฏิเสธผู้โดยสาร หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมอื่น ๆ

“เมื่อผู้โดยสารสแกน QR Code ระบบจะแสดงข้อมูลผู้ขับขี่และคะแนนประเมินย้อนหลังของแท็กซี่คันนั้นทันที พร้อมฟังก์ชันการแชร์ข้อมูลการเดินทางไปยังบุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัวหรือเพื่อน ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ระบบยังทำหน้าที่เสมือน GPS โดยจะเริ่มบันทึกตำแหน่งและเส้นทางทันทีที่ผู้ขับขี่ยืนยันตัวตน ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์เดินรถได้แบบเรียลไทม์ ระบบดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาครัฐ ทำให้การรับเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการมีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันผู้โดยสารสามารถร้องเรียนผ่านระบบ Thai ID หรือสายด่วน 1584 ได้โดยตรง ในกรณีรถแท็กซี่ที่ยังไม่ได้ติดตั้งระบบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควบคู่กัน”นายสรพงศ์กล่าว

ที่ผ่านมากรมฯได้เข้มงวดกวดขันและปราบปรามแท็กซี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีรถแท็กซี่ที่หมดอายุหรือถูกถอดถอนทะเบียนแต่แอบนำสัญลักษณ์หรือโป๊ะไฟแท็กซี่กลับมาติดตั้งใหม่เพื่อหลอกลวงผู้โดยสาร แท็กซี่นอกระบบหรือผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ รวมถึงรถแท็กซี่ที่ไม่ลงทะเบียนในแพลตฟอร์มตามที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เฉลี่ยวันละ 10–20 ราย โดยกรมฯได้ดำเนินการตามความผิดนั้นๆทันที

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการผู้เฉพาะผู้หญิงสามารถสังเกตสติ๊กเกอร์ ยืนยันตัวตนทุกครั้งก่อนใช้บริการ และควรบันทึกหน้าจอข้อมูลผู้ขับขี่ส่งต่อให้ญาติทันทีเพื่อความปลอดภัย เพิ่มความระมัดระวัง ด้วยการแคปหน้าจอข้อมูลผู้ขับขี่ทันทีหลังสแกน QR Code ส่งต่อข้อมูลการเดินทางให้บุคคลใกล้ชิด ตรวจสอบการติดตั้งสติกเกอร์ยืนยันตัวตนภายในรถ และแจ้งปลายทางให้ทราบรายละเอียดในช่วงเวลาการเดินทาง

อย่างไรก็ตามหากแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รถยนต์ พ.ศ. 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยจะมีการบันทึกประวัติ จากนั้นจะนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หากกระทำผิดซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือหากเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ เช่น เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สามารถนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตได้ทันที ซึ่งเป็นความพยายามของกรมการขนส่งทางบก ที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการ สำหรับแท็กซี่ที่ได้รับการประเมินเรตติ้งที่ดี กรมเองก็จะมีรางวัล เมื่อครบหนึ่งรอบภาษี ผมหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมขนส่ง สั่งแท็กซี่ติด QR Code ตามดูเรียลไทม์ คุมเข้มสกัดอาชญากรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...