จาก AI Fever สู่ AI Fear? เงินหนีเข้าบอนด์ ไทยลุ้นพักฐาน
#ทันหุ้น- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายหนัก ดัชนี Dow Jones ปิดลบ 669 จุด (-1.3%) ขณะที่ Nasdaq ดิ่งกว่า 2% ท่ามกลางบรรยากาศ Risk-Off ที่ชัดเจน หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ถูกเทขายแรง เช่น Apple (AAPL) -5%, Amazon (AMZN) -2.2% และ NVIDIA (NVDA) -1.6% ขณะที่เม็ดเงินไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลง สะท้อนพฤติกรรมหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
แม้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานออกมาที่ 227,000 ราย สูงกว่าคาดเล็กน้อย แต่ตลาดแทบไม่ให้น้ำหนักกับข้อมูลดังกล่าว สิ่งที่สะท้อนผ่านราคาสินทรัพย์คือ ความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนใน AI และ Cloud ว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจะสามารถสร้างผลตอบแทนเชิงกำไรได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ยังยืนได้ดีกว่าตลาดคือ Consumer และ Healthcare ซึ่งถูกมองเป็นหุ้นเชิงรับในภาวะผันผวน
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดอ่อนตัว หลังแรงขายในหุ้นกลุ่มการเงินและอุตสาหกรรมฉุดดัชนีลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เพิ่งทำไว้ก่อนหน้า นักลงทุนอยู่ระหว่างประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากที่ทยอยประกาศออกมา โดยดัชนีหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลงราว 1.8% นำโดย HSBC และ Banco Santander (SAN) ที่ราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 2%
ในฝั่งอุตสาหกรรม ดัชนีกลุ่มสินค้าและบริการอุตสาหกรรมลดลง 1.2% โดย ADYEN บริษัทรับชำระเงินจากเนเธอร์แลนด์ ดิ่งแรงถึง 21.9% หลังให้มุมมองธุรกิจเชิงระมัดระวัง ขณะที่ DSV บริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ของโลก ปรับตัวลง 10.5% ซึ่งถือเป็นการร่วงหนักสุดในรอบหลายปี รวมถึงกลุ่มสาธารณูปโภคอ่อนตัวเล็กน้อยตามราคาคาร์บอนที่ปรับลดลง หลังมีข้อเสนอให้สหภาพยุโรปเข้าแทรกแซงกลไกตลาด สร้างความกังวลต่อความสามารถทำกำไรของผู้ประกอบการในภาคพลังงานสะอาด
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในเช้าวันนี้ หลังมีแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีลุกลามสู่กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ โดยนักลงทุนกังวลว่าเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่อาจเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งสินค้า หากระบบอัจฉริยะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ อาจกระทบความต้องการใช้บริการแบบดั้งเดิมในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสพักตัว หลังดัชนีปรับขึ้นต่อเนื่อง 4 วันทำการ จนเข้าสู่ภาวะ Overbought ในหลายกรอบเวลา โดยปัจจัยภายนอกเป็นลบจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบหุ้นที่มีธีม AI หรืออิเล็กทรอนิกส์ในไทย ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังรอความชัดเจนด้านการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ภาพกระแสเงินทุนยังถือว่าแข็งแกร่ง โดยวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 10,500 ล้านบาท และสะสม YTD ราว 47,000 ล้านบาท สะท้อนมุมมองว่าไทยอาจกลายเป็นที่พักเงินในช่วงที่หุ้นเทคสหรัฐฯ ผันผวน แม้พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังเติบโตไม่สูงนัก แต่เสถียรภาพทางการเมืองและ Valuation ที่ไม่ตึงตัวเท่าหุ้นเทคโนโลยีโลก อาจช่วยให้ SET มีโอกาส Outperform ได้ในเชิงเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นมองเป็นจังหวะพักฐานมากกว่าการเร่งตัวต่อทันที
วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOH26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสมวันนี้มีทิศทาง ขาลง Break Low และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่าระยะกลาง-ยาวมองว่ามีโอกาสลง