โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แพทย์หน้างาน กังวล สธ.ดัน One Region One Province One Hospital หากทรัพยากรยังเท่าเดิม

Thai PBS

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 10.17 น. • Thai PBS

ย้ำ หนุนหลักการ เป็นทิศทางที่ถูกต้องในการสร้างเครือข่ายสาธารณสุข แต่ต้องสื่อสารให้ชัด ชี้ “รับผู้ป่วยส่งต่อทันที ไม่ต้องรอเตียงว่าง” ต้องมองภาพความจริง รพ.ศูนย์ ส่วนใหญ่เตียงล้น หวั่นเกิดปัญหาซ้ำ หากทรัพยากรเท่าเดิม ห่วงความปลอดภัยผู้ป่วย อาจลดลงตามสัดส่วนบุคลากรที่เสียไป

ตามที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างมอบนโยบายสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 1/2569 ที่ จ.นครสวรรค์ ระบุถึงการมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพบริการและการบริหารจัดการใน 8 มิติ ได้แก่

  • การบริหารการเงินร่วมกับ สปสช. วางแผนงบประมาณปี 2570-2572 เน้นใช้ฐานข้อมูลเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

  • แก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์ เน้นแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปใน รพ.ชุมชน และแพทย์เฉพาะทาง โดยจัดสรรลงพื้นที่ขาดแคลนผ่านการให้สิทธิประโยชน์จูงใจ

  • ยกระดับบริการภูมิภาค ขยายการเข้าถึงการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ปลูกถ่ายอวัยวะ และรังสีรักษา

  • จัดบริการปฐมภูมิผู้ป่วยนอก โอนเงินรายหัวให้สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) และแก้ปัญหาการถ่ายโอนตาม พ.ร.บ.สุขภาพปฐมภูมิ

  • ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลารอคอย ลดการเดินทาง และนำเทคโนโลยีข้ามประเทศมาใช้

  • ผลักดันการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs): นำร่องยีนบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัดรักษามะเร็ง และสเต็มเซลล์ (นำร่องแล้วที่ รพ.วชิระภูเก็ต และ รพ.ชลบุรี)

  • สนับสนุนเศรษฐกิจ ผลักดันไทยเป็น Medical Hub และเปิดคลินิกพรีเมียมใน รพ.ใหญ่ โดยไม่กระทบบริการปกติ

  • ดูแลขวัญกำลังใจบุคลากร เพิ่มค่าตอบแทนเพื่อสู้กับภาคเอกชน ผ่านนโยบายกระจายการทำงาน

เจาะลึกโมเดล One Region One Province One Hospital

หนึ่งในนโยบายหลักที่ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อน คือ One Region One Province One Hospital ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และระบบบริการร่วมกันทั้งเขตสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐานเดียวกันใกล้บ้าน โดยใช้พื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 (มี รพ.สวรรค์ประชารักษ์ เป็นหลัก) เป็นตัวอย่างความสำเร็จ ผ่านระบบบริการร่วมดังนี้

  • One OR (เครือข่ายผ่าตัดไร้รอยต่อ) จัดทีมแพทย์เฉพาะทางออกผ่าตัดใน รพ.ชุมชน รองรับการผ่าตัดกว่า 24,000 ราย/ปี

  • One ER ใช้เทคโนโลยี Smart ER Refer เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยฉุกเฉิน

  • 1 จังหวัด 1 จิตเวชเด็ก ดูแลเด็กสมาธิสั้นในชุมชน ทำให้มีอัตราการดูแลต่อเนื่องสูงถึง 97.68%

  • One ICU ขยายเตียงวิกฤต บริหารจัดการผ่านระบบปรึกษาทางไกล (Tele-Consultation) และเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้พยาบาลวิกฤต

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์แบ่งเวลาทำงาน 20% ไปให้บริการนอกโรงพยาบาลต้นสังกัด ซึ่งช่วยเพิ่มค่าตอบแทนได้ 10-15% เป็นการกระจายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปยัง รพ.ชุมชน

แพทย์หน้างาน หนุนหลักการ แต่ห่วง ‘การสื่อสาร’ และ ‘ความแออัด’

ด้าน พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ให้สัมภาษณ์The Active ระบุว่าในแง่ของ หลักการ ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการสร้างเครือข่ายสาธารณสุข และทาง รพ.ศูนย์ ก็มีการจัดทีมแพทย์เฉพาะทางออกไปช่วย รพ.ชุมชนอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนหน้างานกังวลคือ การสื่อสารต่อสาธารณะ หากอธิบายไม่ชัดเจน ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่าสามารถเดินทางมารับบริการที่ รพ.ศูนย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านระบบส่งต่อ ประกอบกับปัจจุบันผู้ป่วยมีข้อมูลสุขภาพมากขึ้น และต้องการพบแพทย์เฉพาะทางเป็นทุนเดิม หากปล่อยให้เกิดการ รวมศูนย์คนไข้ จะทำให้ รพ.ใหญ่แออัดเกินขีดจำกัด เป้าหมายที่แท้จริงจึงควรเป็นการพัฒนา รพ.ชุมชนให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อลดภาระของ รพ.ศูนย์ ที่ควรเอาไว้รองรับเฉพาะเคสที่มีความซับซ้อนสูง (ตติยภูมิ)

“รับส่งต่อทันทีไม่รอเตียง” เสี่ยงกระทบความปลอดภัยผู้ป่วย

สำหรับประเด็นที่สร้างความกังวลสูงสุดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ คือ แนวคิดที่กำหนดให้ รพ.ขนาดใหญ่ “รับผู้ป่วยส่งต่อทันทีโดยไม่ต้องรอเตียงว่าง” พญ.รัชริน ยอมรับว่า ในความเป็นจริง รพ.ศูนย์ ไม่เคยปฏิเสธผู้ป่วยส่งต่อ และรับเคสฉุกเฉินเสมอ แม้ต้องให้นอนล้นวอร์ด แต่ข้อเท็จจริงคือ รพ.ศูนย์ส่วนใหญ่มีอัตราครองเตียงเกินมาตรฐานอยู่แล้ว หากมีคำสั่งให้รับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นโดยที่ “ทรัพยากรยังเท่าเดิม” สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่ภาระงานที่หนักขึ้น แต่คือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ที่อาจลดลงตามสัดส่วนบุคลากรต่อผู้ป่วยที่เสียไป

“ทางหลักการผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ไม่ควรถูกปฏิเสธ แต่ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลศูนย์จำนวนมากมีอัตราครองเตียงเกินมาตรฐานอยู่แล้ว”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

เพื่อให้การทำงานแบบเครือข่ายเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รัฐควรดำเนินการควบคู่ไปกับการเพิ่มทรัพยากร ดังนี้

  • เพิ่มอัตรากำลังบุคลากร ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริง

  • ขยายจำนวนเตียง โดยเฉพาะเตียงผู้ป่วยวิกฤต (ICU)

  • กำหนดบทบาท (Service Plan) ให้ชัดเจน ว่า รพ.แต่ละระดับมีหน้าที่รับผิดชอบแค่ไหน

  • เสริมศักยภาพ รพ.ชุมชน อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากบริบทของแต่ละพื้นที่ (ประชากร, งบประมาณ, กำลังคน) เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นได้อย่างเบ็ดเสร็จ

“ถ้าทำควบคู่กันทั้งหมด ระบบก็จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ดัชนีราคาผู้ผลิต เริ่มชะลอตัวลง พลังงาน-ค่าขนส่งคลี่คลาย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปภ.เตือน 19 จังหวัดภาคกลาง-ใต้ ระวังน้ำป่าหลาก-ดินถล่ม 10-15 ก.ค.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ทองคำ” เช้านี้ +50 บาท จับตาสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน รอบ 2

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ภราดร" กางแผนเงินกู้ 4 แสนล้าน เล็งหนุนเงินดาวน์ EV-โซลาร์เซลล์

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...