ยิงเรือไทยทำไม! กระทรวงการต่างประเทศเรียกตัวทูตอิหร่านในไทยมาพบ ไทยประท้วงความรุนแรงเกิดกับเรือพาณิชย์ของไทย
BTimes
อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 08.05 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)ขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความกังวลในเรื่องนี้ โดยในช่วงเช้าวันนี้ กต.ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย มาพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และในช่วงเย็นวันนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือทางโทรศัพท์ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมาน ที่ให้ความช่วยเหลือ และติดตามความคืบหน้าของลูกเหลืออีก 3 คน’นายปาณิดล กล่าว
นายปาณิดล กล่าวต่อว่า ส่วนพัฒนาสถานการณ์ของตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง และยังไม่แน่นอน ไม่มีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องบางฝ่าย ถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง แต่ยังมาพร้อมกับเงื่อนไขโดยฝ่ายอิหร่านได้ระยุเงื่อนไขหลัก 3 ข้อ ได้แก่ การยอมรับสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ความเสียหาย การให้หลักประกันให้ชัดเจนจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่เกิดการรุกรานอิหร่านขึ้นอีกในอนาคต
กรมเจ้าท่ารายงานว่า ปัจจุบันเรือสัญชาติไทยได้เดินทางออกจาก บริเวณช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้ว และไม่มีเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานการค้นหาและให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะเดียวกัน ในทางการทูตกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาคซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐฯ และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาคและยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆรวมถึงคนไทยอย่างเช่นกรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค และของโลก