โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ข้อมูลเหมือนกัน แต่ต่างกันยังไง ?! รู้จัก 1st – 2nd– 3rd PARTY DATA แหล่งขุมทรัพย์อันล้ำค่าที่นักการตลาดควรรู้

Ad Addict

อัพเดต 15 ส.ค. 2565 เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2565 เวลา 23.50 น. • xxapong

ท่ามกลางโลกธุรกิจที่ต้องเฉือดเฉือนกันด้วยข้อมูลแบบนี้ ยิ่งเรามีข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าลึกมากเท่าไหร่ ก็จึงยิ่งช่วยในการ Personalized ไปยังลูกค้าได้ตรงเป้ามากยิ่งขึ้น

ทำให้ยุคนี้กลายเป็นยุคแห่ง Data Driven Marketingอย่างแท้จริง ซึ่งความหมายของการตลาดประเภทนี้ก็ตรงตัว มันคือการใช้ “ข้อมูล” ในการเอาชนะคู่แข่งทางการตลาด นำ data มาวิเคราะห์ เพื่อนำมาต่อยอดเป็นแคมเปญที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

ซึ่ง Data ที่มีอยู่มากมายในโลกออนไลน์นั้น แม้พวกมันจะดูคล้ายคลึงกัน แต่ที่จริงแล้ว เราสามารถแบ่งประเภทของ Data ได้ง่าย ๆ เป็น 3 กลุ่ม ซึ่งประกอบไปด้วย

  • 1st PARTY DATA
  • 2nd PARTY DATA
  • 3rd PARTY DATA

มองเผิน ๆ อาจดูคล้ายคลึงกัน แต่ที่จริงแล้ว data แต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างที่ค่อนข้างชัดเจนอยู่ ถ้าอยากรู้แล้วว่ามันแตกต่างกันยังไง ก็ตามไปอ่านได้เลยคร้าบ~

FIRST PARTY DATA ข้อมูลเรา

มาถึง Data ชนิดแรก ซึ่งตามชื่อเลยก็คือ 1st ซึ่งเป็นข้อมูลชุดแรกที่ทางแบรนด์ หรือบริษัทนั้น ๆ เป็นคนเก็บเองจากผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าและบริการของพวกเขา

โดยวิธีการเก็บก็มีหลากหลาย แล้วแต่กลยุทธ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น CRM Database หรือข้อมูลลูกค้า, Cookies บนเว็บไซต์ เวลาลูกค้าเข้าเว็บของแบรนด์, Call Center การโทรติดต่อสอบถามข้อมูล ไปจนถึง After Service หรือบริการหลังการขาย

ข้อดีของ Data ประเภทนี้ คือเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ เพราะแบรนด์เป็นคนเก็บเอง ทำให้เชื่อถือได้ นอกจากนั้นยังช่วยในการนำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้าง Customer Segmentation ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการตลาดให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายต่อไป รวมไปถึงสามารถนำข้อมูลที่ได้ ไป Retargeting เพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาซื้อใหม่

ส่วนข้อจำกัดนั้น เนื่องจากต้องพึ่งกลยุทธ์ของแบรนด์ในการเก็บข้อมูล ทำให้บางบริษัทที่ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีพอเสียเปรียบในส่วนนี้ อีกทั้งยังขาดความหลากหลายของข้อมูล เพราะเป็นเพียง data จากลูกค้าที่เข้ามาซื้อของจากแบรนด์เท่านั้น

SECOND PARTY DATA ข้อมูลเขา

ในขณะที่ 1st Party คือข้อมูลที่ทางแบรนด์เก็บเอง 2nd Party ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เป็น data ที่บริษัทอื่น ๆ เก็บ ไม่ใช่เราเก็บ หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ First Party Data ของคนอื่น

วิธีการที่จะได้ data ประเภทนี้ ส่วนมากมักเกิดจากการทำข้อตกลงระหว่างบริษัท เพื่อแชร์ข้อมูลซึ่งกันและกัน โดยแล้วแต่ข้อตกลงว่าจะใช้อะไรตอบแทน

จุดเด่นของ data ประเภทนี้คือ จะช่วยให้คุณได้รู้ถึง insight ใหม่ ๆ ของผู้บริโภคแบรนด์อื่น ๆ นอกจากนั้นข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมา ยังเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ Personalized Marketing ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แต่ข้อจำกัดก็คือ เนื่องจากเป็นการทำข้อตกลงระหว่างกัน ดังนั้นหากเกิดปัญหาระหว่าง 2 บริษัท ก็อาจนำมาสู่ data ที่จะได้รับได้ นอกจากนั้นข้อมูลที่คนอื่นมี อาจจะซ้ำกับข้อมูลที่เรามีอยู่แล้วก็เป็นได้

THIRD PARTY DATA ข้อมูลแหล่งอื่น ๆ

มาถึง Data สุดท้ายนั่นก็คือ 3rd Party Data ซึ่งความพิเศษของข้อมูลชุดนี้ วิธีการได้มาจากแตกต่างจาก 2 ชุดบน เพราะมันคือ data ที่ถูกรวบรวมจาก Data aggregators ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหรือนิติบุคคลที่รวบรวมข้อมูลมามาขายต่อให้เรา

โดยข้อมูลที่นำมานั้น สามารถมาได้จากหลากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น Audience Network, Ads Network หรือวิธีการอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ได้ข้อมูลที่หลากหลาย และจำนวนมากกว่าประเภทอื่น ๆ นั่นเอง

แต่ข้อจำกัดคือแม้จะมีข้อมูลจำนวนเยอะ แต่กลับเป็นข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพมากเท่าที่ควร เพราะเป็นการหว่านแหเก็บข้อมูลแบบผิวเผินเท่านั้น นอกจากนั้นเนื่องจากเป็นการซื้อขาย data ทำให้คู่แข่ง ก็อาจจะมีข้อมูลชุดเดียวกับเราเช่นเดียวกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ Data ทั้ง 3 ชนิด ซึ่งปัจจุบันแม้ Data จะสำคัญ แต่แบรนด์ก็ต้องเผชิญหน้ากับยุค Cookied-less World หรือโลกไร้คุกกี้ ที่จะทำให้การเก็บ Data ยากขึ้นเป็นเท่าตัวอีกด้วย ดังนั้นเราก็ต้องคอยจับตามองกันต่อไปว่าอนาคตของ Data Driven Marketing จะเป็นยังไงนะคร้าบ ~

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...