โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตรียมเปิดสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ประชาชนตรวจสอบความโปร่งใส ยันพร้อมจ่ายหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต้องทำให้รอบคอบ

สวพ.FM91

อัพเดต 01 ส.ค. 2565 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2565 เวลา 13.28 น.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า เรื่องภาระหนี้สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในส่วนของกทม. ถ้าเรามีหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายและโปร่งใสในทุกเรื่อง เราพร้อมจ่ายอยู่แล้วไม่มีปัญหา แต่ต้องทำให้รอบคอบ ปัจจุบัน กทม. เป็นคู่สัญญากับกรุงเทพธนาคม และกรุงเทพธนาคมไปจ้างบริษัทเอกชนเดินรถ ซึ่งมีอยู่ 3 ส่วน

1. ส่วนไข่แดง เริ่มจาก กทม.ให้สัมปทานบริษัทเอกชน ซึ่งนำไปขายต่อให้กองทุนถึง ปี 2572 ส่วน ปี 2572 -2585 มีการว่าจ้างกรุงเทพธนาคมให้บริหารต่อ แล้วกรุงเทพธนาคมจ้างบริษัทบีทีเอสเดินรถต่อ

2.ส่วนต่อขยายที่ 1 อ่อนุช-แบริ่ง ตากสิน – บางหว้า ซึ่ง กทม.ว่าจ้างกรุงเทพธนาคม และกรุงเทพธนาคมไปว่าจ้างบีทีเอสต่อ

3.ส่วนต่อขยายที่ 2 ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จไป คือ แบริ่ง – เคหะสมุทรปราการ และหมอชิต – สะพานใหม่คูคต สัญญาคือ กทม.มอบหมายให้กรุงเทพธนาคมบริหารจัดการ รวมทั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลด้วย ซึ่งกรุงเทพธนาคมได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการต่อภาระหนี้ต่าง ๆ จึงเป็นหนี้ระหว่างกทม.กับกรุงเทพธนาคม และกรุงเทพธนาคมมีภาระหนี้กับเอกชน

โดยกทม.ได้ว่าจ้างและมอบหมายให้บริษัทดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใน 2 สัญญาคือ สัญญาที่กทม. ได้ว่าจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้บริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระยะเวลา 30 ปี ลงนามเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2555 หรือสัญญาโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายที่ 1 ประกอบด้วย 1. ส่วนต่อขยายสายสีลม 2.2 กิโลเมตร (สถานีสะพาน ตากสิน-วงเวียนใหญ่) 2. ต่อขยายสายสุขุมวิท 5.25 กิโลเมตร (สถานีอ่อนนุช-แบริ่ง) 3. ส่วนต่อขยายสายสีลม 5.3 กิโลเมตร (สถานีวงเวียนใหญ่-บางหว้า) และ 4. การเดินรถหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2572 ไปถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2585

โดยส่วนต่อขยายที่ 1 ในวันที่ 13 มีนาคม 2555 มีการบรรจุโครงการนี้ในข้อบัญญัติ กทม. คือผ่านสภากทม.เรียบร้อย มีรายละเอียดโครงการชัดเจนว่าจะสร้างเมื่อไหร่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หลังจากนั้น 2 พฤษภาคม 2555 ได้ลงนามสัญญาจ้างกับกรุงเทพธนาคม และวันที่ 3 พฤษภาคม 2555 กรุงเทพธนาคมก็ได้ทำสัญญากับเอกชนเลย ซึ่งวันนี้จะลงเว็บไซต์กทม. โดยกรุงเทพธนาคมได้มีหนังสืออนุญาตให้ กทม. เปิดสัญญาแล้ว แต่ระหว่างกรุงเทพธนาคมกับเอกชน ยังเปิดเผยสัญญาไม่ได้ เพราะยังติดในเรื่อง พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

ในส่วนของส่วนต่อขยายที่ 2 ปรากฏว่า มีการลงนามซื้อขายระบบไฟฟ้าเครื่องกลก่อน ในวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ระหว่างกรุงเทพธนาคมกับบีทีเอส มูลค่าประมาณ 19,000 ล้าน โดยอ้างว่า สำนักการจราจรและขนส่งได้มอบหมายให้กรุงเทพธนาคมไปดำเนินการ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ในขณะนั้น ได้มอบหมายให้กรุงเทพธนาคมดำเนินการในเรื่องนี้ และกระบวนการนี้ยังไม่มีการผ่านสภากทม. ต่อมา 28 กรกฎาคม 2559 มีการลงนามบันทึกข้อตกลง ที่กทม.ได้มอบหมายหน้าที่ในการดำเนินกิจการขนส่งมวลชน ให้แก่บริษัท ตามบันทึกข้อตกลงการมอบหมายกิจการในอำนาจหน้าที่ของกทม. โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีเขียวช่วงหมอชิต - สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 หรือบันทึกข้อตกลงมอบหมายงานโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนต่อขยายที่ 2 เพื่อให้การดำเนินกิจการขนส่งมวลชนอันเป็นบริการสาธารณะแก่ประชาชนและด้วยหลักธรรมาภิบาลของบริษัท ที่ยึดถือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ สัญญาส่วนต่อขยายช่วงที่ 1 เป็นสัญญาจ้างบริหารโครงการ แต่สัญญาส่วนที่ 2 เป็นบันทึกมอบหมายให้เดินรถ ซึ่งในบันทึกมอบหมายไม่มีรายละเอียดเรื่องค่าจ้าง เป็นเหมือนตัวเลขคร่าว ๆ จากนั้น วันที่ 1 สิงหาคม 2559 กรุงเทพธนาคมก็ไปลงนามกับบริษัทเอกชนจ้างเดินรถ

“ข้อแตกต่างระหว่าง 2 ส่วนนี้ คือ 1. ส่วนต่อขยายที่ 2 ไม่มีการบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกทม. ดังนั้น สภากทม. จะไม่ทราบเรื่อง ซึ่งถ้าเราเอาเงินไปจ่ายค่าเดินรถ จะต้องอยู่ในงบประมาณของกทม. ทำให้ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา เราจึงต้องระมัดระวังว่าเราจะจ่ายหนี้ให้กรุงเทพธนาคมได้อย่างไร เพราะโครงการส่วนต่อขยายที่ 2 ไม่ได้ผ่านสภากทม. 2. ส่วนต่อขยายที่ 1 มีสัญญาชัดเจนว่า จ้างเท่าไหร่ มีกรอบวงเงินเท่าไหร่ แต่ส่วนต่อขยายที่ 2 เป็นบันทึกข้อตกลงเท่านั้น ไม่ได้มีระบุวงเงินงบประมาณ มีเพียงประมาณการรายรับรายจ่ายคร่าว ๆ อยู่ในสัญญาระหว่าง กทม. กับกรุงเทพธนาคม นอกจากนี้ ในสัญญาที่ 2 ยังระบุด้วยว่า กรุงเทพธนาคมไม่ใช่ตัวแทนของ กทม. ซึ่งตามกฎหมายคำพูดนี้ก็มีความหมายเหมือนกัน” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...