โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติไปเป็นภรรยาของอันธพาลกลับใจในยุค 80

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2567 เวลา 23.41 น. • ยิ้มประไพ
อยู่ๆ จางม่านม่านก็มาอยู่ในยุค 80 ยังแต่งออกไปกับอันธพาลตัวร้ายของหมู่บ้านหลิน ซวยซ้ำเมื่อไล่ไปแล้วปีนี้จะมีปราบปรามอันธพาล ถ้าเธออยากรอดจากสถานการณ์นี้ ไม่หย่า ก็ต้องทำให้อันธพาลกลับใจให้ได้

ข้อมูลเบื้องต้น

จางม่านม่าน ลืมตาตื่นมาก็ทะลุมิติมาอยู่ในยุค 80

แต่งให้อันธพาลตัวร้ายของหมู่บ้านหลิน

เธอจำได้ว่าในช่วงเวลาที่เธอทะลุมิติมาในร่างจางม่านม่านนี้ จะมีนโยบายการปราบปรามความสงบ เป้าหมายก็คือกลุ่มอันธพาล ที่ใช้โอกาศที่นโยบายต่างๆ ไม่ชัดเจน ก่อเรื่อง

และ

หลินฮ่าวหยาง สามีอันธพาลของเธอก็มีองค์ประกอบจะทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย

เธอต้องหย่า

ถ้าไม่หย่า ก็ต้องทำให้สามีอันธพาลคนนี้กลับใจให้ได้

กดติดตาม กดให้กำลังใจ คอมเมนต์ให้ด้วยนะคะ

ตอนที่ 1 รองเท้าผุพังของสกุลจาง

ตอนที่ 1 รองเท้าผุพังของสกุลจาง

จางม่านม่านฝัน

ในฝัน เธอเห็นคนที่มีใบหน้าประพิมพ์ประพายคล้ายตนอยู่หลายส่วน เพียงแต่หญิงนางนั้น ทั้งผอมแห้ง ทั้งซีดเซียว เหมือนคนขาดสารอาหารมานาน

และในความฝันมีฉากหลังอยู่ในช่วงยุค 70 - 90

เธอเห็นจางม่านม่านอีกคน ถูกขังอยู่ในห้องแห่งหนึ่ง ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนจัด เพียงแค่สูดดม กลิ่นนั้นก็ราวกับจะพุ่งขึ้นมาในสมอง ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เหงื่อกาฬซึมไหล

ไม่เท่านั้น จางม่านม่านเอง ยังรับรู้ถึงความร้อนรุ่มในเนื้อนวล ราวกับนี่คือเธอจริงๆ

นาทีแห่งความทรมาน ยากจะหาทางออกนั้น

อยู่ๆ ประตูที่ถูกล็อกไว้ก็ถูกเปิดออก ปรากฏชายหนุ่มร่างโต แขน ขา ล่ำ กำยำ เหมือนคนที่ชอบทำงานหนัก กำปั้นนั้นใหญ่โตเหมือนค้อนปอนด์ ตรงหว่างคิ้วมีเส้นขีดนูนจากรอยย่น บ่งบอกความดื้อดึงก้าวร้าวอย่างชัดเจน

“หนิงเหมยล่ะ ทำไมเป็นเธอ” หลินฮ่าวหยางเอ่ยเสียงห้าวท่าทีคุกคาม

เพียงเข้ามาในห้องไม่นาน หลินฮ่าวหยางที่สูดกลิ่นฉุนจัดในห้องเข้าไปก็ขมวดคิ้ว ตรงขมับเริ่มมีเหงื่อกาฬซึมไหล หัวใจเต้นแรงขึ้นๆ ปฏิกิริยาเหล่านั้น ส่งผลให้กลางกายดีดตัวตื่นขึ้นมา อย่างไม่อาจห้ามได้

“ฉัน…” จางม่านม่านเอ่ยแล้วบิดกายไปมา

ไม่รู้เพราะกลิ่นฉุนชวนมึนเมานั่นหรือเปล่า

เมื่อสองร่างสบสายตากัน ได้กลิ่นของกันและกัน ก็ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาล หลังจากนั้นสองคนก็ประสานเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างหนักหน่วง

และความบริสุทธิ์ของจางม่านม่านก็ถูกทำลายลง

ผ่านไปเนิ่นนานจนทุกอย่างเสร็จสม จึงมีเสียงร้องโหวกเหวกของเจียวจูเจ้าของบ้าน ดังมาจากประตู

เหตุการณ์ต่อเนื่องนี้ ราวกับฉาก ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างพอเหมาะพอเจาะ

“จางม่านม่านกับหลินฮ่าวหยางมีอะไรกันในบ้านของฉัน หน้าไม่อาย! หน้าไม่อายจริงๆ เรื่องไร้ศีลธรรมเช่นนี้ ยังกล้าทำได้”

“ไหนๆ” หญิงอ้วนนามว่า อู๋เลี่ยงหรู ใครต่อใครต่างเรียกเจ้าหล่อนว่าโทรโข่งของหมู่บ้าน ถ้าเรื่องไหนที่หล่อนได้พบเจอ รับรองว่าคนทั้งหมู่บ้าน ต้องได้ร่วมรับรู้ ราวกับอยู่ที่นั่นด้วย

และโชคไม่ดีของจางม่านม่าน ที่วันนี้อู๋เลี่ยงหรูคนนั้น มาอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

แต่พอมองเรื่องราวจากมุมมองคนอื่น จางม่านม่านคิดว่า ตอนนั้น เจียวจูยังไม่เปิดประตูเข้ามาด้วยซ้ำ ก็ร้องออกมาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง

และดูจากเวลาในตอนนั้น แตรสัญญาณลงงานจากฝ่ายผลิต ก็ดังมาสักพักแล้ว

อู๋เลี่ยงหรูที่ต้องลงงาน ตามที่ลงชื่อเอาไว้กับฝ่ายผลิต ทำไมถึงยังมาอยู่ที่นี่ได้?

ทุกอย่างไม่ดูแปลกเกินไปหรอกหรือ

หลังมองสำรวจเข้ามาในห้อง พบสภาพไม่เรียบร้อยของทั้งคู่ อู๋เลี่ยงหรูก็เอ่ยขึ้น “เป็นจางม่านม่านกับหลินฮ่าวหยางจริงๆ”

“หนิงหนิง… เธอ!” หลินฮ่าวหยางเค้นเสียงไม่พอใจออกมา ก่อนเร่งสวมใส่เสื้อผ้า ผลักอู๋เลี่ยงหรูออก “หลีก! ดูใกล้ขนาดนี้ หรืออยากร่วมด้วยอีกคน!”

ขณะที่ทุกคนตื่นตะลึงกับเรื่องที่เกิดอยู่นั้น จางหนิงเหมยดอกบัวขาว[1]แสนบริสุทธิ์ก็เริ่มบีบน้ำตา “ไม่จริง นั่นไม่ใช่พี่ใช่ไหม ทุกคนอย่ามองนะ อย่ามอง ลูกพี่ฮ่าวทำไมพี่… พี่ถึงทำแบบนี้กับพี่สาวของฉัน”

“แค่เรื่องเข้าใจผิด” ว่าแล้วหลินฮ่าวหยางก็จากไปอย่างฉุนเฉียว ยังเตะประตูด้านหน้าบ้านจนแทบทะลุ

อู๋เลี่ยงหรูได้แต่ถุยน้ำลายอย่างรังเกียจ “หลินฮ่าวหยางเป็นคนรักของจางหนิงเหมยไม่ใช่หรือ คนรักของน้องสาว จางม่านม่านก็ยังแย่งได้”

“ป้าอู๋ ฉัน… ฉันกับลูกพี่ฮ่าว เราไม่ได้เป็นแฟนกันนะคะ อย่าพูดจาใส่ร้ายฉันแบบนั้น” จางหนิงเหมยปาดน้ำตา ทำท่าเดียงสา มองดูราวกับว่าเธอจะเป็นลมเสียตรงนั้น ยังเอ่ยเสียงแผ่วเบาน่าเห็นใจออกมาอีก “นั่นเป็นเรื่องที่ลูกพี่ฮ่าวคิดไปเองเพียงฝ่ายเดียว ฉันไม่เกี่ยวข้องด้วย”

แม้จางหนิงเหมยจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่สามารถอุดปากของอู๋เลี่ยงหรูได้ “ไอหยา! ลองถามไปสิบลี้แปดหมู่บ้าน[2]ดูก็ได้ ใครบ้างไม่รู้ว่าหลินฮ่าวหยางชอบจางหนิงเหมย จางม่านม่านทำแบบนี้ ไม่เท่ากับอิจฉา คิดแย่งชิงของของน้องสาวหรอกหรือ แม้หลินฮ่าวหยางจะเป็นอันธพาล ทางสกุลหลินก็ไม่ใช่คนไม่มีอะไร พี่คนโตเป็นถึงทหาร พี่คนรองเป็นครูสอนที่โรงเรียนในเมืองเชียวนะ”

ขณะที่ทุกคนเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ จางม่านม่านอับอายจนแทบเป็นลม ได้แต่เร่งรีบแต่งตัวด้วยฝ่ามืออันสั่นเทา

“ฉันเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ พูดอะไรแบบนี้คงไม่ดี แต่ป้าก็เห็นผ้าปูเลอะไปหมด ถ้าเอาไปซักแล้วซักไม่ออก แม่ก็ต้องถาม ฉัน….” เจียวจูทำท่าหนักใจเจียนจะร้องไห้ออกมา

คำพูดของเจียวจู ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น หญิงอ้วนก็เพียงหัวเราะ “ฉันจะเป็นพยานให้ ว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องไม่งาม เป็นจางม่านม่านต่างหากที่ทำ”

“คุณป้าอู๋ อย่าว่าพี่สาวฉันแบบนั้นเลยค่ะ พี่สาวฉันไม่ใช่คนแบบนั้น แล้วอย่าพูดเรื่องนี้ให้อื้ออึงออกไป เรื่องนี้ถ้ามีคนรู้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อพี่ม่านม่าน”

จางหนิงเหมยพยายามกำชับให้ทุกคนปิดบังเรื่องนี้ ก่อนช่วยประคองจางม่านม่านที่เอาแต่บื้อใบ้กลับ

เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่รู้ว่าจางหนิงเหมยกำชับให้ปิดปากอย่างไร คนถึงลือกันไปทั่วหมู่บ้านจาง จางหนิงเหมยก็เอาแต่ร้องไห้โทษตัวเองที่ช่วยจางม่านม่านไม่ได้

เหล่านั้นทำให้จางม่านม่านรู้สึกผิดมาก

ข่าวลือเรื่องของจางม่านม่านลือไปไกล ว่าเป็นเพียงรองเท้าที่ผุพัง[3]ของสกุลจาง สร้างความอับอายต่อสกุลจางจนไม่มีทางออก ต้องเรียกร้องให้คนบ้านหลินมารับผิดชอบ

พอเรียกคนบ้านหลินมาคุย หลินฮ่าวหยางก็ไม่อยากยอมรับผิด ทั้งดูถูกเหยียดหยามว่าจางม่านม่านเป็นฝ่ายยั่วยวนจนตนขาดสติ ตนชอบจางหนิงเหมย ซูหมี่ผู้เป็นแม่เลี้ยงของจางม่านม่านแทบอกแตกตาย

เรื่องรับผิดชอบจางม่านม่าน สกุลหลิน และสกุลจางยื้อกันไปอยู่นาน จนวันหนึ่งที่จางม่านม่านตื่นขึ้นมาพร้อมมีอาการวิงเวียนจนเกิดอาเจียนออกมา พอเรียกหมอมาตรวจ ถึงรู้ว่าในท้องของจางม่านม่านมีทายาทคนบ้านหลินไปแล้ว

“ถ้าหลินฮ่าวหยางไม่แต่ง ก็แต่งกับตาเฒ่าซุนในหมู่บ้านไป” จางหยงเล่อแผดเสียงใส่จางม่านม่าน หลังทราบผลการตรวจว่าในท้องของจางม่านม่านมีเสนียดมากำเนิดแล้ว ทั้งหลินฮ่าวหยางเองก็ไม่ยินยอมรับผิดชอบ

“ลูกสารเลว หาแต่เรื่องมาให้แท้ๆ ฉันไม่น่าเลี้ยงมันมาเลย”

เดิมทีจางหยงเล่อเห็นว่า หัวหน้าแผนกโรงงานอาหารของรัฐ มีท่าทีชื่นชอบจางม่านม่านอยู่ไม่น้อย ฝ่ายนั้นได้รับเงินเดือนเดือนละ 30 หยวน คิดเป็นปี ปีหนึ่งก็ตกเป็นเงินถึง 360 หยวนแล้ว ทั้งฐานะทางบ้านก็ดี จางหยงเล่อยังคิดว่าจะเรียกฝ่ายชายมาพูดคุยเรื่องแต่งงานอยู่เลยเชียว ไม่คิดว่าจางม่านม่านจะก่อเรื่องขึ้นเสียก่อน

เมื่อจางหยงเล่อทำท่าจะออกไปจากบ้าน เพื่อตกลงกับผู้เฒ่าซุนจริง ๆ จางหนิงเหมยก็รีบหันไปมองแม่อย่างร้อนใจ

จางหยงเล่อจะทำให้แผนที่เธอวางไว้พังไม่ได้

“เหล่าจาง ใจเย็นลงสักหน่อยเถอะ ตาเฒ่าซุนแก่ขนาดใช้ไม้เท้าประคองเดิน ขืนจางม่านม่านแต่งออกไป มีแต่จะทำร้ายจางม่านม่านของเราไปเสียเปล่าๆ” ซูหมี่เอ่ยอย่างใจเย็น ตรงเข้าไปลูบแขนปลอบใจสามี

จางหยงเล่อยิ่งเห็นภรรยาแสนดีต่อลูกไม่ได้ความของตนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งนึกโมโหลูกสาวคนโตมากเท่านั้น

“มันมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ” จางหยงเล่อเค้นเสียงออกมา

ซูหมี่ลูบไล้ปลายนิ้วไปตามแขนของสามี จนเขาผ่อนคลายลง ก็เอ่ยเสียงอ่อนหวานออกมาอีก “เห็นใจลูกสักนิดเถอะนะคะ”

“เห็นใจคนอย่างมัน แต่ทำไมมันไม่คิดถึงจางหนิงเหมยบ้าง พี่สาวทำตัวแบบนี้ คนจะมองน้องอย่างไร” จางหยงเล่อเอ่ย

จางหนิงเหมยก็ทำทีร้องไห้ออกมาพองาม จนแก้มขาวแดงระเรื่อน่ามอง

“ไม่เอาน่า เรื่องมันก็มาขนาดนี้แล้ว เหล่าจางคุ ณลองคิดดูสิคะ หลินฮ่าวหยางแม้จะเกเร แต่พี่ชายทั้งสองคน ก็มีตำแหน่งหน้าที่การงานดีทั้งนั้น เอาไว้ให้ฉันไปคุยกับครอบครัวหลินอีกที ตอนนั้นค่อยคิดเรื่องตาเฒ่าซุนก็ไม่สาย” ซูหมี่เสนอหนทาง อย่างสุขุม พลางยื่นปลายนิ้วสีขาวลูบไล้ที่อกแกร่งอย่างเอาใจ

เพราะคำพูดอ่อนหวาน ท่าทีอ่อนโยนแบบนั้น ของผู้เป็นภรรยา ไม่นานจางหยงเล่อที่เดือดพล่านราวกับน้ำต้มเดือด ก็ทอดถอนใจ

“ภรรยา คุณช่างดีกับผม และลูกจริงๆ โชคดีที่ผมแต่งกับคุณ”

ซูหมี่ก้มหน้าเอ่ยอย่างเอียงอาย “ลูกฉัน ลูกคุณ อะไรกันล่ะคะ ฉันแต่งให้คุณ ลูกคุณก็คือลูกฉัน ลูกฉันก็คือลูกคุณ เราเป็นครอบครัวจาง ลูกทำผิดนี่ไม่เท่ากับฉันสอนไม่ดีหรอกหรือคะ”

“เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณที่ไหนกัน ถ้าจะโทษว่าใครผิด ก็ต้องโทษม่านม่านนั่นต่างหาก” จางหยงเล่อปลอบใจภรรยา

ขณะที่คนบ้านจางพูดคุยหาทางออกให้กับชะตาชีวิตของจางม่านม่าน

ตัวจางม่านม่านในเวลานั้น ก็เห็นด้วยกับคำพูดของพ่อ

ชีวิตของเธอ คิดไปแล้วก็นับว่าดี มีแม่เลี้ยงที่ดูแลมาอย่างดี มีน้องสาวที่นิสัยดี ทั้งเรียนเก่ง ยังคิดว่าตนช่างเป็นตัวเสนียดของที่บ้าน ที่เอาปัญหามาให้

ตนไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย

เมื่อเห็นท่าทีของจางหยงเล่ออ่อนลงแล้ว ซูหมี่ก็หันไปมองลูกสาวของตนเอง ส่งสัญญาณให้พูดอะไรออกมาสักคำ

“พ่อคะ แม่คะ ลูกมีความคิดหนึ่งอยากจะแนะนำค่ะ” จางหนิงเหมยเอ่ยด้วยท่วงท่าน่านับถือ “ให้ลูกไปลองคุยกับลูกพี่ฮ่าวดูก่อน ลูกพี่ฮ่าว ถ้าไม่นับเรื่องเป็นอันธพาล เรื่องอื่นก็ไม่ได้ด้อยกว่าพี่จางม่านม่านของเราเลย ครั้งนี้อาจเป็นทางบ้านทำให้สับสน บางทีเราอาจจะต้องยอมเสียคูปองใหญ่ ๆ หรือเงินอีกเล็กน้อย ลูกเชื่อว่า บางทีอาจพอมีหนทางตกลงกันได้”

พอได้ฟังจางหนิงเหมยพูด ก็ฟังดูมีเหตุมีผล จนคล้อยตาม

ในใจจางม่านม่าน ยังชื่นชมน้องสาว จนเรียกได้ว่าเทิดทูนอีกฝ่ายอยู่เลย

[1] ดอกบัวขาว 白莲花 เป็นคำแสลง ส่วนใหญ่ใช้ด่าผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์

[2] สิบลี้แปดหมู่บ้าน หมายถึงหมู่บ้านรอบๆ

[3]รองเท้าที่ผุพัง เดิมหมายถึงผู้หญิงที่ทำอาชีพโสเภณี ต่อมาใช้เปรียบเทียบหับหญิงที่มีเพศสัมพันธ์ผิดศีลธรรมกับชายอื่น

ตอนที่ 2 แม่ลูก

ตอนที่ 2 แม่ลูก

เมื่อบ้านจางตกลงกันดังนั้น จางหนิงเหมยก็ออกไปจากบ้าน เพื่อไปพูดคุยตกลงกับหลินฮ่าวหยาง

ไม่รู้ว่าพูดคุยอะไรกัน ครั้งต่อมา บ้านหลินถึงมาที่บ้านจางเร็วขึ้นกว่าเดิม

ทันทีที่บ้านหลินมาถึง จางหยงเล่อก็เสนอคูปองอาหาร คูปองอุตสาหกรรม คูปองเนื้อ ตามที่จางหนิงเหมยแนะนำมา ทำเอาคนบ้านหลินตาโต แต่ก็ฝืนเอาไว้อยู่หลายส่วน

“ให้แต่งกับรองเท้าผุพังนี่หรือ ในท้องนั่น ใช่ทายาทสกุลหลินหรือเปล่าก็ไม่รู้” ฮุ่ยเจียงแม่ของหลินฮ่าวหยางเอ่ยอย่างไม่ยินยอม “ใครก็รู้ว่าลูกชายฉัน ชอบพอกับหนูจางหนิงเหมย ข้าวของตั้งเท่าไหร่ที่ขนมาให้ ถ้าเอามากองรวมกัน คงท่วมบ้านจางแล้ว”

“แม่หลินพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก เป็นหลินฮ่าวหยางเองที่ดึงดันจะให้มา จางหนิงเหมยของฉันก็ปฏิเสธไปตั้งเท่าไหร่” ซูหมี่แย้งไปสักคำ คำพูดพล่อย ๆ พวกนั้น จะทำให้จางหนิงเหมยดูเหมือนคนที่ทำเรื่องไม่งามอย่างปากของฮุ่ยเจียงเอ่ยออกมาไม่ได้

“แต่… แม่หลิน เรื่องพวกนั้น มาเอ่ยตอนนี้ ก็ไม่สำคัญแล้ว”

ฮุ่ยเจียงเบ้ปาก เชิดหน้าถอนหายใจแรงๆ ใส่

จางหยงเล่อเห็นท่าทางแข็งกร้าวของอีกฝ่า ก็ยกของมาหลอกล่ออีก “ตำแหน่งพนักงานโรงงานอาหารแห่งรัฐของจางม่านม่านล่ะ ทางเราจะยกให้ครอบครัวหลินเป็นอย่างไร”

“…” ในเวลานั้นจางม่านม่านอยากแย้งสักประโยค แต่เพราะตนมีส่วนผิด ในเรื่องที่เกิด เลยได้แต่อึกอักอยู่ในอก ไหนเลยจะกล้าเปิดปากออกไป

“ตำแหน่งพนักงานโรงงานอาหาร เงินเดือนอย่างน้อยก็ 25 หยวนไปแล้ว”

เงิน 25 หยวน ใช้อย่างประหยัด สำหรับครอบครัวหนึ่งก็พอทั้งเดือน ทำไมฮุ่ยเจียงจะไม่สนใจล่ะ ถึงเธอไม่ใช้ ก็ยังเอาตำแหน่งไปขายต่อได้

ไม่ใช่เพราะจางม่านม่านได้ทำงานที่โรงงานอาหารแห่งนี้หรอกหรือ ถึงทำตัวสูงส่งกว่าคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน จนแทบมองไม่เห็นหัวใคร

กระนั้นฮุ่ยเจียงก็ไม่ได้อยากได้จางม่านม่านมาเป็นสะใภ้บ้านหลิน

ถ้าเทียบกันกับคนที่เรียนดี มารยาทดี อย่างจางหนิงเหมย จางหนิงเหมยต่างหากล่ะ ที่คู่ควรต่อสกุลหลิน แม้หลินฮ่าวหยางจะเป็นอันธพาลไม่เอาไหน แต่ได้สะใภ้ที่มีความสามารถ เป็นตัวเต็งที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในอนาคตไม่ดีกว่ารองเท้าผุพังอย่างจางม่านม่านหรอกหรือ

“ทางบ้านจางจะมอบคูปองให้ พร้อมเงินห้าร้อยหยวน เหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ในสินเดิม จะมอบให้ทางบ้านสกุลหลินเปล่า ๆ ” ซูหมี่เอ่ยอย่างใจกว้าง

คนที่มามุงฟังเรื่องสนุกจากบ้านจาง ต่างชื่นชมในความใจกว้างของซูหมี่ แม้ลูกเลี้ยงทำตัวเสื่อมเสีย พอแต่งออกไป ยังจะให้เงินไปอีกห้าร้อยหยวน

ห้าร้อยหยวน พวกเขาทำงานทั้งปี ยังไม่แน่ว่าจะเก็บได้

บ้านจางช่างร่ำรวย และใจกว้างจริง ๆ

ทางฝ่ายฮุ่ยเจียง ตอนได้ยินเรื่องตำแหน่งพนักงานโรงงานอาหาร ก็สนใจมากอยู่แล้ว ยิ่งได้ยินว่าจะได้รับเงินห้าร้อยหยวน ก็เริ่มลดคอที่ยืดตรงลง

จะติดอยู่ ก็แค่ลูกชายเท่านั้น

ตัวหลินฮ่าวหยางเอง แม้จะแยกออกไปจากทางบ้านแล้ว เพราะนิสัยที่คนในสกุลสุดทน แต่เรื่องเงิน เรื่องคูปอง อีกทั้งตำแหน่งงานในโรงงานอาหารล่อต่อมาก คงต้องกลับไปกล่อมกันอีกสักหน่อย

“เรื่องนี้ยังไม่แน่ พวกเราต้องกลับไปพูดคุยกันอีก” ฮุ่ยเจียงเอ่ยออกมาในที่สุด

หลินฮ่าวหยางที่เงียบปากมาตลอด หันมองหน้าแม่ทันที ดวงตาขุ่นขวางคู่นั้น เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่แม่ยึดไหล่เขาเอาไว้เสียก่อน บอกให้กลับไปคุยกันที่บ้าน

เมื่อคนบ้านหลินกลับไป จางหยงเล่อก็เอ่ยอย่างใส่อารมณ์ “ต่อไป แต่งไปกับหลินฮ่าวหยาง ก็ถือเสียว่าบ้านนี้ไม่มีลูกสาวอย่างแก เป็นตายอย่างไร ก็อย่ามาข้องเกี่ยวกันอีก”

“พ่อ…” จางม่านม่านน้ำตาร่วงพรู

ซู่หมี่ทำสีหน้าตกใจ ขณะวางฝ่ามือที่ฝ่ามือสามี “เหล่าจาง ถ้าเราตัดขาดลูก ลูกจะทำอย่างไรต่อไปได้”

“เรื่องนั้นก็แล้วแต่มัน เรื่องมาจนขนาดนี้แล้ว ตัดขาดแยกเรือนกันออกไป มีอะไรจะได้ไม่กระทบชื่อเสียงของจางหนิงเหมยในภายหน้า”

ตอนนั้นเอง หลินฮ่าวหยางที่ตามคนบ้านหลินออกไป ก็ย้อนกลับมาอีก เขาพุ่งเข้ามาในบ้าน พร้อมนั่งลงคุกเข่า

“คุณพ่อ ผมชอบจางหนิงเหมยจริง ๆ ยกจางหนิงเหมยให้ผมเถอะครับ ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับจางม่านม่าน”

“ลูกพี่ฮ่าวพูดอะไรกัน” จางหนิงเหมยปิดหน้าเอียงอาย

“คุณพ่อ ผมไม่ได้ชอบจางม่านม่าน” หลินฮ่าวหยางโขกหัวลงพื้น พูดซ้ำ ๆ “ยกหนิงเหมยให้ผมเถอะ”

ซูหมี่ตกอกตกใจ รีบดึงลูกสาวเข้ามากอด ทำท่าทีหวาดกลัว “ฮ่าวหยางพูดอะไรแบบนั้น จางหนิงเหมยไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย”

“แต่ผมกับจางหนิงเหมย เราชอบพอกัน” หลินฮ่าวหยางยังพูดออกมา

ซูหมี่รีบยึดแขนสามีเอาไว้ พลางบีบน้ำตา ตอนนี้มีคนเอียงหูฟังเรื่องในบ้านจางกันอยู่เยอะ ยิ่งหลินฮ่าวหยางพูดเท่าไหร่ ยิ่งทำให้จางหนิงเหมยดูไม่ดีเท่านั้น

“ออกไป!” จางหยงเล่อขึ้นเสียง ทั้งแววตาดุร้าย

จางหนิงเหมยหน้าซีดลง สองมือยึดแขนซูหมี่ไว้แน่น “แม่ช่วยฉันด้วย”

“ยกจางหนิงเหมยให้ผมเถอะครับ ผมรักเธอจริง ๆ ”

“หลินฮ่าวหยาง หุบปาก! แกคงอยากให้สกุลจางของฉันอับอายขายหน้าแล้วจริงๆ” จางหยงเล่อโมโหจนแทบกระอักเลือด

ซูหมี่ต้องรีบตรงเข้ามาพาหลินฮ่าวหยางออกไปจากบ้าน ก่อนที่จางหยงเล่อจะโกรธมากกว่านั้น และตัวหลินฮ่าวหยางจะปูดอะไรออกมาอีก อย่างไหนก็ไม่ดีกับจางหนิงเหมยทั้งนั้น

“น้าซูหมี่ ทำไมเรื่องราวมันหลายมาเป็นแบบนี้ น้าบอกผมว่าจะยกจางหนิงเหมยให้ผมแน่ ๆ พวกคุณหลอกผมหรือ คิดว่าจะหลอกกันง่าย ๆ ” หลินฮ่าวหยางโวยวาย ยิ่งเขาตัวใหญ่เสียงก็ยิ่งดัง

ชาวบ้านที่สอดรู้สอดเห็น ต่างเอียงหูฟัง แม้ชาวบ้านจะชื่นชมคนดี นับถือคนมีคุณธรรม แต่ลึกๆ ก็เชื่อว่าไม่มีใครดีจริงๆ หรือมีคุณธรรมเต็มเปี่ยมหรอก

“หลินฮ่าวหยาง ใจเย็นสักหน่อยเถอะ เรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว น้าจะทำอะไรได้” ซูหมี่พูดอย่างจนใจ รีบดึงให้หลินฮ่าวอยางหลบไปยืนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

จางหนิงเหมยยังติดตามอยู่ห่าง ๆ เพราะกลัวว่าจะเอาอันธพาลคนนี้ไม่อยู่ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอยังพอจะบีบน้ำตาเรียกคะแนนความเห็นใจได้

ใครบอกให้เธอไปข้องเกี่ยวกับอันธพาลคนนี้กันเล่า

“ตอนนั้นมันไม่ใช่แบบนี้ น้าบอกผม แค่ทำให้หล่อนกลัว แต่…” แต่พอเขา เข้าห้องนั้นไป กลับควบคุมสติไม่อยู่

“ฮ่าวหยาง เอาแบบนี้ น้าจะให้หนิงเหมยไปส่งเรา เชื่อน้า พูดอะไรตอนนี้ก็มีแต่ทำให้หนิงเหมยเสียหายทั้งนั้น หนิงเหมยยังต้องสอบ ต้องเรียนอีกนาน เห็นใจหนิงเหมยบ้าง หรือเธไม่ได้รักลูกสาวน้าจริง ๆ ” ซูหมี่หันไปพยักหน้าให้ลูกสาว

จางหนิงเหมยก็รีบเดินเข้ามาแทรก ใบหน้าสวยนั้นมีความเศร้าโศกอยู่ แล้วเดินเคียงข้างออกไปกับหลินฮ่าวหยาง เพื่อหาโอกาสกล่อมให้อีกคนตกลง เรื่องราวจะได้จบ ๆ ไปเสีย

“หนิงหนิง เรื่องนี้เป็นฝีมือเธอใช่ไหม” หลินฮ่าวหยางเค้นเสียงออกมา

จางหนิงเหมยรีบสั่นหน้า “ฉันไม่รู้เรื่องเลยนะลูกพี่ฮ่าว อาจจะเป็นแผนพี่ม่านม่านก็ได้ หล่อนอิจฉาฉันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ลูกพี่ฮ่าวก็รู้”

“งั้นเธอแต่งกับฉัน ฉันทำเพื่อเธอได้ทุกอย่างเธอก็รู้ ฉันสัญญาว่าจะให้เธออยู่อย่างสุขสบายเลยตลอดชีวิตนี้”

จางหนิงเหมยนึกรังเกียจ เนื้อตัวใหญ่โต เสื้อผ้ามอมแมม แถมพูดจาเสียงดัง ทั้งเป็นเพียงอันธพาลไร้การศึกษา คนแบบนี้ คบหาไปก็รังแต่เสียหาย ถ้าไม่ใช่เพราะคนผู้นี้หาเงินได้เร็ว แล้วสามารถซื้อของราคาแพงให้เธอได้ เธอก็ไม่อยากคบให้เสียชื่อเสียงหรอก

“ลูกพี่ฮ่าว พูดแบบนี้ก็ไม่ถูก พี่ม่านม่านเป็นพี่สาวฉัน ถึงพี่ไม่คิดจะแต่ง ฉันก็ไม่มีหน้าไปคบหาลูกพี่ฮ่าวอีกต่อไปได้แล้ว ฉันยังจะนึกรังเกียจลูกพี่ฮ่าวอีกด้วย ที่ไม่รับผิดชอบพี่สาวของฉัน ไหนจะหลานของฉันในท้องเธออีก” จางม่านม่านเอ่ยไปบีบน้ำตาไป

ในสายตาของหลินฮ่าวหยาง ภาพนั้นช่างบริสุทธิ์ และสูงส่งยิ่งมาก

“พี่แต่งเสียเถอะ แต่งให้จบเรื่อง”

“เธอก็รู้ ว่าพี่ไม่ได้ชอบหล่อน” หลินฮ่าวหยางคำรามกรอดออกมา

“แต่งแล้วก็ใช่ว่าจะหย่าไม่ได้นี่คะ เมื่ออะไร ๆ เงียบลงแล้ว เรื่องของเรา ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้” จางหนิงเหมยเอ่ยอย่างเอียงอาย ให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ไว้ ก่อนจะวิ่งกลับบ้าน

เพราะคำพูดนั้นหลินฮ่าวหยางจึงตกลงเรื่องแต่งงานกับจางม่านม่าน

***

ม่านม่าน แม่จะแก้แค้นให้หนูแน่นอนลูก

ตอนที่ 3 ทะลุมิติ

ตอนที่ 3 ทะลุมิติ

เมื่อจางม่านม่านคนใหม่ ลืมตาตื่นมาในร่างของจางม่านม่านรองเท้าผุพังของสกุลจาง ก็รับรู้ถึงความทรงจำเหล่านั้นมาอย่างเลือนราง

รับรู้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ในฝันนั้นแปลกประหลาดยิ่งนัก

ไม่ว่าจะความรักของแม่เลี้ยงอย่างซูหมี่ มองดูเผิน ๆ ก็นับว่าซูหมี่เป็นแม่เลี้ยงที่ใจดี ทั้งหางานในโรงงานอาหารแห่งรัฐให้ ทั้งพูดจาไพเราะ คอยเอาอกเอาใจ นับว่าเป็นแม่เลี้ยงที่ดีกว่าหลาย ๆ บ้าน

แต่ถ้าคิดให้ละเอียดสักนิด เงินเดือนกว่ายี่สิบหยวนจากการทำงานหนักของเธอ จางม่านม่านไม่เคยได้รับเลย กลับเป็นซูหมี่ที่รับไปทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน เป็นเงินที่จางม่านม่านหามาอย่างยากลำบาก

ไม่เท่านั้น ตอนเช้าก่อนไปทำงาน เธอยังต้องไปตัดหญ้าแห้วหมู เพื่อมาคิดเป็นคะแนนกับฝ่ายผลิตแทนซูหมี่ ที่บอกว่าต้องทำอาหารเช้า ไม่มีเวลาไปทำ

ไม่รวมกับการไปรับตัดเย็บผ้าในตอนที่มีเวลา เพื่อหารายได้เพิ่มอีกทาง

จางม่านม่านหนอจางม่านม่าน เล่ห์เหลี่ยมมารยาเช่นนี้ เธอก็ยังมองไม่เห็นอีกหรือ

ทั้งบ้านจาง คนที่ทำงานหนักที่สุด เห็นจะเป็นเธอ กระนั้นตัวเธอเองกลับกินไม่เคยอิ่ม นอนไม่เคยอุ่น ทั้งไม่เคยเห็นเงินจากแรงงานของตนเองเลย

ขณะที่ซูหมี่ จางหนิงเหมย กลับมีเสื้อผ้าใหม่ใส่ทุกปี กินอิ่ม นอนอุ่น จนผิวกายผ่องใส หน้าตาอิ่มเอิบ

แบบนี้จะเรียกว่ารักได้อย่างไร

แล้วความรักของจางหนิงเหมย คนที่เธอเรียกว่าน้องสาวนั่นก็ช่างแปลก

เช่นเหตุการณ์ที่ถูกขัง เมื่อมองในมุมคนนอกเช่นเธอ บ้านนั้นคือบ้านเพื่อนสนิทของจางหนิงเหมย ตอนนั้นก็มีแค่จางม่านม่านกับจางหนิงเหมยเท่านั้น

แล้วใครล่ะ ที่จะขังจางม่านม่านเอาไว้ในบ้านคนอื่นได้

แม้ตอนหลังเจียวจูจะบอกว่าประตูห้องนั้นไม่ดีเท่าไหร่ ถึงตามอู๋เลี่ยงหรูมาช่วยเปิด ก็ฟังไม่ขึ้น ถ้ามันเปิดยากเช่นนี้ ตอนที่หลินฮ่าวหยางมาถึง เขาใช้แค่ลมตดก็เปิดได้แล้ว

นี่ยังไม่รวมกับเรื่องที่ไปตามอู๋เลี่ยงหรูที่ทำงานที่ลานผลิตมาช่วยเปิดประตูอีก

ส่วนเรื่องที่หลินฮ่าวหยางชอบจางหนิงเหมย ใครต่อใครก็รู้ เขามักจะนำของราคาแพงจากในเมืองมาให้จางหนิงเหมยบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ครีมเกล็ดหิมะ เนื้อสัตว์ ผลไม้ ประเคนให้แทบไม่ได้ขาด

แล้วจะมาขาดสติเพราะจางม่านม่านหรือ แทบเป็นไปไม่ได้เลย

มันต้องมีอะไรผิดปกติกับกลิ่นอบอวลในห้องนอนอย่างแน่นอน

ตอนนั้นจางม่านม่าน มัวแต่อับอายจนไม่ทันสงสัยเรื่องนี้ ได้แต่ก้มหน้ายอมรับในโชคชะตา เอาแต่โทษตัวเอง จนในท้องของเธอมีทายาทสกุลหลิน ทางบ้านจะจัดการอย่างไรก็ไม่โต้แย้ง

กลับเป็นหลินฮ่าวหยางที่ไม่พอใจต่องานแต่งงานครั้งมาก จ้องมองจางหนิงเหมยเหมือนไม่พอใจ

หลังจางหนิงเหมยรับปากกับทางบ้านจะไปพูดคุยให้ ไม่นานหลินฮ่าวหยางก็ตกลงแต่งงาน

หลังจากตกลงเรื่องการแต่งงานของจางม่านม่านเสร็จ จางหนิงเหมยก็พาคนรัก ซึ่งฟัง ๆ ว่าครอบครัวฝ่ายชาย ถูกส่งตัวมาจากปักกิ่งในช่วงวุ่นวายที่ผ่านมา พอมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย สถานการณ์ในครอบครัวเขาก็เริ่มดีขึ้น กำลังรอฟังข่าวดี เรื่องการกลับคืนปักกิ่งในตำแหน่งเดิม

ส่วนแฟนหนุ่ม หยางเต๋อเป่า ปีที่แล้วเขาพลาดการสอบมหาวิทยาลัย แต่ปีนี้เขาก็พยายามเต็มที่ ไม่น่าเป็นห่วง

เพราะเหตุนี้สกุลหยางจากปักกิ่ง เลยค่อนข้างระวังตัว ไม่ข้องเกี่ยวกับอันธพาล และเรื่องเสื่อมเสีย

จางหนิงเหมยที่ข้องเกี่ยวกับอันธพาล จำต้องสร้างเหตุการณ์เพื่อกำจัดหลินฮ่าวหยางออกไปจากชีวิตอย่างเด็ดขาด

เรื่องเหล่านี้ ถ้าคนมีหัวสมองอยู่สักหน่อย มองอย่างไร นี่ก็เป็นการวางแผนกำจัดหลินฮ่าวหยางไปจากจางหนิงเหมย โดยโยนทุกอย่างมาให้จางม่านม่าน

เสียดายที่ชนบท คนมีหัวน้อยยิ่งกว่าเม็ดข้าว

ตอนจางม่านม่านลืมตาตื่นมาอีกครั้ง เธอทั้งเจ็บแค้น ขุ่นเคือง ก่อนจะตกตะลึงเมื่อยังเจอกับฉากเก่าในยุค 70- 80 ที่เป็นบ้านอิฐไม่คุ้นตา มีกระดาษสีแดง มงคลแปะลวก ๆ

จะทบทวนกี่ครั้ง

เธอก็พบว่าตนเองทะลุมิติมา ?

ดูเหมือนว่านี่จะอยู่ในช่วง ค.ศ. 1983 ยุคนี้ผ่านการปฏิรูป โอนกรรมสิทธิ์ให้ประชาชน และเริ่มมีประชาชนออกมาค้าขายบ้างแล้ว

จำได้ว่าคนรวยในยุคของตน ก็สร้างตนจากการตั้งแผงขายเล็ก ๆ จนกลับกลายมาเป็นมหาเศรษฐีในยุคสมัยของเธอมากมาย

และปีนี้อีกเช่นกัน ที่เป็นปีแห่งการปราบปรามทั่วประเทศ

ในความทรงจำของจางม่านม่านคนเดิม ดูเหมือนว่าวันนี้ทั้งจางม่านม่าน และหลินฮ่าวหยาง จะแต่งงานกันแล้ว

พูดว่าแต่งงาน ก็ดูจะเป็นทางการเกินไป เรียกว่า หลังจากจัดการเรื่องทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของหลินฮ่าวหยางถึงจะถูก

แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอถึงหมดสติไป

แล้วเป็นจางม่านม่านคนใหม่ ที่ตื่นลืมตามาแทนที่จางม่านม่านคนเก่า ยังจำได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือบ้านของหลินฮ่าวหยาง เป็นสถานที่ที่ไม่ดีนัก มักมีอันธพาลที่ไม่ทำงานทำการ หรือพวกแม่หม้ายมาซ่องสุม มีคนพบว่าแม่ม่ายสกุลกวนร้องโหยหวนมาจากที่นี่บ่อยครั้ง คล้ายว่ามาเปิดกิจการต้อนรับอันธพาลแลกกับเงิน ของกิน สิ่งของ หรือคูปองอาหารในการดำรงชีพอยู่เนือง ๆ

ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป การอยู่ที่นี่ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเธอ ทั้งไม่ปลอดภัย ยังเป็นที่เพ่งเล็งจากเจ้าหน้าปราบปรามอีกด้วย

ดังนั้นการที่เธอข้องเกี่ยวกับอันธพาลในช่วงที่มีนโยบายการปราบปราม เป็นเรื่องไม่ดีต่อตัวเธอแน่

เธอจำต้องกำจัดหลินฮ่าวหยางออกไปจากชีวิตให้เร็วที่สุด

“ทำไมเป็นเธอ!” อยู่ๆ หลินฮ่าวหยางที่ซบหลับที่โต๊ะอีกฝั่ง ก็ทะลึ่งกายขึ้นยืน

ดวงตาโศกเศร้าเสียใจในแวบแรก แปรเปลี่ยนไปเมื่อมองไปรอบ ๆ ตัว พอหันมามองจางม่านม่าน หลินฮ่าวหยางก็เอ่ยเหมือนเสียสติ

“ทำไมเป็นเธอ เธอยังไม่ตาย… นี่ชุดแต่งงาน เรา… นี่เราพึ่งแต่งงาน ? ”

หลินฮ่าวหยางดูสับสนกับทุกอย่างรอบกาย มีเหงื่อซึมบนใบหน้าของเขา คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่า

เขาตบมือไปตามลำตัวหลายครั้ง พอตั้งสติได้ ดวงตาก็มีแววหนักแน่นขึ้นมา เท้ามือข้ามโต๊ะ ชะโงกหน้าลงมา

“เราพึ่งแต่งงานกันหรือ”

จางม่านม่านไม่อยากนับ ว่าการย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฝ่ายชาย คือการแต่งงานเด็ดขาด แต่ก็ทนกลืนความคิดเหล่านั้น แล้วเอ่ยออกไป

“ก็นับว่าใช่”

คิ้วของหลินฮ่าวหยางขมวดเข้าหากันอย่างสับสนอีก “ตอนนี้เธออายุเท่าไหร่”

จางม่านม่านครุ่นคิดก่อนจะตอบ “…19”

เขาลูบคลำหน้าตัวเอง แล้วพึมพำ “ฉันคงอายุ 21 ปี ทำไมฉันอายุ 21 อีก ? ”

หลินฮ่าวหยางเดินกลับไปกลับมาอย่างสับสน นานกว่าจะหันมาหาจางม่านม่าน

“ผมรู้ว่าคุณมีเงินติดตัวมา มากกว่าสามสิบหยวน เอามาให้ผม”

สามสิบหยวน คือเงินที่จางม่านม่านเก็บหอมรอมริบมาอย่างยากลำบาก แต่เจ้าอันธพาลคนนี้ ยังกล้ามารีดเค้นจากเธอ

เงินจำนวนนี้ อยู่ในยุคนี้ ยังพอสามารถพาตนเองผ่านความยากลำบาก ก่อนจะมองหาลู่ทางเอาตัวรอดได้

ถ้าเธอเอาเงินจำนวนนี้ให้หลินฮ่าวหยางไป ก็ไม่พ้นว่าอีกฝ่ายจะเอาไปเข้าบ่อน กินเหล้า สร้างปัญหาอื่นตามมาอีกมาก

แต่… นี่ไม่ใช่สถานการณ์ ที่ใช้กำจัดหลินฮ่าวหยางหรอกหรือ

เสียเงินเพียงเท่านี้ เพื่อกำจัดอันธพาลคนนี้ คงเร็วกว่าการหาเรื่องหย่าเสียอีก

เธอแค่ปล่อยให้เขาคลุกคลีในบ่อน ดื่มเหล้า หาเรื่อง ไม่แน่อาจจะถูกตำรวจปราบปรามอันธพาลจับเอา พอเขาถูกจับไปใช้แรงงานที่อื่น เธอก็ทำเรื่องหย่าขาด

ง่ายถึงเพียงนี้

จางม่านม่านพยักหน้ากับแนวคิดนี้

“ผมยืม” หลินฮ่าวหยางเท้าแขน ก้มลงมาจ้อง สีหน้าของเขามีแววครุ่นคิด ก่อนจะเปลี่ยนท่าที ยืดกายขึงขังตีสีหน้าบึ้งตึง “บอกให้เอามาก็เอามาเถอะน่า อย่าให้ฉันต้องพูดมาก”

“นี่คือเงินเก็บทั้งหมดที่ฉันเก็บไว้” จางม่านม่านรีบเอาเงิน 30 หยวน ส่งให้ ทำท่าทีตื่นกลัว แต่มในใจกลับลิงโลด

หลินฮ่าวหยางรับเงินมา แล้วลดดวงตาแข็งกระด้างลงจนกลายเป็นหดหู่

เขามองจางม่านม่านแล้วเอ่ยหนักแน่นก่อนออกจากบ้าน “ผมจะเอามาคืนแน่ ๆ ไม่ต้องห่วง”

ตามความทรงจำของจางม่านม่าน ดูเหมือนว่าจะเคยได้ยินคนอื่นพูดคุยกันว่า หลินฮ่าวหยางกับเพื่อนอันธพาลมักเข้าไปวนเวียนที่บ่อนการพนันอยู่นานเป็นอาทิตย์ ๆ จากนั้นจะออกมาดื่มสุรา จับกลุ่มมั่วพวกแม่หม้าย ทำเรื่องเสื่อมเสียต่าง ๆ จนผู้คนระอา

ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลินฮ่าวหยางคงออกจากบ้านนี้ไปนานหลายวัน

ถ้าโชคดี เขาอาจจะถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามจับตัวไปในครั้งนี้

ทันทีที่หลินฮ่าวหยางออกจากบ้านไป จางม่านม่านก็เดินสำรวจบ้าน

นี่คงเป็นคืนแต่งงานของจางม่านม่านกับหลินฮ่าวหยาง ดูเหมือนจะเป็นการแต่งงานที่เรียบง่าย เพียงย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของหลินฮ่าวหยาง และไม่รู้ เพราะอะไรคนสองคนถึงหลับไป ก่อนที่เธอจะทะลุมิติมา

จางม่านม่านค้นในความทรงจำ ดูเหมือนตอนเข้ามาในบ้านนี้ สองคนจะได้ดื่มเหล้ามงคลคนละจอก จากนั้นก็พากันสลบไป

อาจเป็นไปได้ที่ถูกวางยา

แต่ปริมาณยาคงน้อยเกินไป เลยเพียงทำให้สลบไปเท่านั้น

ใครที่ทำแบบนี้กัน?

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...