ก.ล.ต. เปิดข้อมูลร้องเรียนตั้งแต่ปี'59 ผู้บริหาร EA ไซฟอนเงิน 3.5 พันล้าน
ก.ล.ต.ยอมรับได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐาน “สมโภชน์ อาหุนัย” ซีอีโอ EA และพวกร่วมกระทำการทุจริตไซฟอนเงินบริษัท ตั้งแต่ปี 2559 แจงใช้เวลาตรวจสอบนานเกือบ 10 ปี เหตุความซับซ้อนการกระทำผิด-ทั้งต้องประสานหน่วยงานกำกับต่างประเทศหลายแห่ง ชี้กรรมการ/ผู้บริหารขาดคุณสมบัติทันทีที่ถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษ
วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษบุคคลรวม 3 ราย คือ นายสมโภชน์ อาหุนัย และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) รวมทั้งนายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีร่วมกระทำการทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้แก่ตนเอง และ/หรือผู้อื่น ทำให้ EA และบริษัทย่อยเสียหาย
โดยปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานที่พิจารณาได้ว่า ในช่วงปี 2556-2558 บุคคลทั้ง 3 รายได้ร่วมกันกระทำการทุจริตการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ และ/หรือทุจริตการจัดซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ EA ผ่านบริษัทย่อย 2 บริษัท คือ บริษัท อีเอ โซล่า นครสวรรค์ จำกัด และบริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด เป็นเหตุให้บุคคลทั้ง 3 รายได้รับผลประโยชน์ จำนวนรวม 3,465.64 ล้านบาท
จากนั้นสำนักงาน ก.ล.ต.ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจ้งถึงประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติมดังนั้น
ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปี 2559
รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนในช่วงปลายปี 2559 และได้ตั้งประเด็นตรวจสอบหลายประเด็น เกี่ยวพันกันหลายมาตรา ซึ่งมีความซับซ้อนในการตรวจสอบ และมีข้อมูลที่ต้องพิจารณาจำนวนมากในแต่ละประเด็น ทำให้ใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนาน
นอกจากนี้ ตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. ให้เวลาและโอกาสผู้ต้องสงสัยชี้แจงอย่างเต็มที่ เพื่อความเป็นธรรม ทั้งกรณีการเรียกมาสอบถ้อยคำและการให้ชี้แจงเป็นหนังสือ อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.ได้ประสานหน่วยงานกำกับในต่างประเทศหลายแห่ง และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
หมดอายุความปี 2568
ขณะเดียวกัน สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ชี้แจงว่า พบการกระทำความผิดเกิดขึ้นในช่วงปี 2556 ถึงปี 2558 ต่อเนื่องกัน โดยกรณีนี้เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 311 (กรรมการหรือผู้บริหารกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบโดยทุจริต) มีอายุความ 15 ปี จึงจะหมดอายุความในปี 2573 (นับแต่ปี 2558)
ส่วนกรณีการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทําให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/24 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
มีอายุความ 10 ปี จึงจะหมดอายุความในปี 2568 (นับแต่ปี 2558)
โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี-ปรับ 2 เท่า
สำนักงาน ก.ล.ต.ให้ข้อมูลว่า กรณีผู้กระทำผิดเป็นกรรมการ/ผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีโทษตามมาตรา 313 คือ ระวางโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับเงิน 2 เท่าของราคาทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวได้กระทำการฝ่าฝืน
กรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้สนับสนุนมีโทษตามมาตรา 311 ตามความในมาตรา 315 ไม่ต้องรับโทษตามมาตรา 313 เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการ/ผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียน ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
กรรมการ-ผู้บริหารขาดคุณสมบัติทันที
นอจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.ได้อธิบายว่า การกล่าวโทษต่อนายสมโภชน์และนายอมร ที่เป็นผู้บริหารของ EA มีผลให้ผู้ถูกกล่าวโทษเข้าข่ายมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
ดังนั้น บุคคลทั้งสองจึงไม่สามารถเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนนับตั้งแต่วันที่ถูกกล่าวโทษไปจนตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวโทษดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท
ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐานการไซฟอน
ขณะที่ ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า EA อาจมีการทุจริตผ่านบริษัทย่อยในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 แห่ง พร้อมส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องบางส่วน จึงได้ตรวจสอบหาความจริงและความถูกต้องเป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลผ่านหน่วยงาน ก.ล.ต. หลายประเทศ พบว่า บุคคลทั้งสามกระทำผิดจริง จึงได้ดำเนินการกล่าวโทษ
จับตากระบวนการต่อไป
และหลังจาก ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจะสืบสวนสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับคดีไปยังพนักงานอัยการ
โดยพนักงานอัยการจะพิจารณาความสมบูรณ์ครบถ้วนของสำนวนการสอบสวนก่อนมีความเห็นสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาตามสำนวนการสอบสวนดังกล่าว และในคดีที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยแล้ว ศาลยุติธรรมจะเป็นผู้พิจารณาและพิพากษาต่อไป
ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก.ล.ต. เปิดข้อมูลร้องเรียนตั้งแต่ปี’59 ผู้บริหาร EA ไซฟอนเงิน 3.5 พันล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net