โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต. เปิดข้อมูลร้องเรียนตั้งแต่ปี'59 ผู้บริหาร EA ไซฟอนเงิน 3.5 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 01.54 น.

ก.ล.ต.ยอมรับได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐาน “สมโภชน์ อาหุนัย” ซีอีโอ EA และพวกร่วมกระทำการทุจริตไซฟอนเงินบริษัท ตั้งแต่ปี 2559 แจงใช้เวลาตรวจสอบนานเกือบ 10 ปี เหตุความซับซ้อนการกระทำผิด-ทั้งต้องประสานหน่วยงานกำกับต่างประเทศหลายแห่ง ชี้กรรมการ/ผู้บริหารขาดคุณสมบัติทันทีที่ถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษบุคคลรวม 3 ราย คือ นายสมโภชน์ อาหุนัย และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) รวมทั้งนายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีร่วมกระทำการทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้แก่ตนเอง และ/หรือผู้อื่น ทำให้ EA และบริษัทย่อยเสียหาย

โดยปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานที่พิจารณาได้ว่า ในช่วงปี 2556-2558 บุคคลทั้ง 3 รายได้ร่วมกันกระทำการทุจริตการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ และ/หรือทุจริตการจัดซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ EA ผ่านบริษัทย่อย 2 บริษัท คือ บริษัท อีเอ โซล่า นครสวรรค์ จำกัด และบริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด เป็นเหตุให้บุคคลทั้ง 3 รายได้รับผลประโยชน์ จำนวนรวม 3,465.64 ล้านบาท

จากนั้นสำนักงาน ก.ล.ต.ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจ้งถึงประเด็นต่าง ๆ เพิ่มเติมดังนั้น

ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปี 2559

รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนในช่วงปลายปี 2559 และได้ตั้งประเด็นตรวจสอบหลายประเด็น เกี่ยวพันกันหลายมาตรา ซึ่งมีความซับซ้อนในการตรวจสอบ และมีข้อมูลที่ต้องพิจารณาจำนวนมากในแต่ละประเด็น ทำให้ใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนาน

นอกจากนี้ ตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. ให้เวลาและโอกาสผู้ต้องสงสัยชี้แจงอย่างเต็มที่ เพื่อความเป็นธรรม ทั้งกรณีการเรียกมาสอบถ้อยคำและการให้ชี้แจงเป็นหนังสือ อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.ได้ประสานหน่วยงานกำกับในต่างประเทศหลายแห่ง และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

หมดอายุความปี 2568

ขณะเดียวกัน สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ชี้แจงว่า พบการกระทำความผิดเกิดขึ้นในช่วงปี 2556 ถึงปี 2558 ต่อเนื่องกัน โดยกรณีนี้เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 311 (กรรมการหรือผู้บริหารกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบโดยทุจริต) มีอายุความ 15 ปี จึงจะหมดอายุความในปี 2573 (นับแต่ปี 2558)

ส่วนกรณีการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทําให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/24 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

มีอายุความ 10 ปี จึงจะหมดอายุความในปี 2568 (นับแต่ปี 2558)

โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี-ปรับ 2 เท่า

สำนักงาน ก.ล.ต.ให้ข้อมูลว่า กรณีผู้กระทำผิดเป็นกรรมการ/ผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีโทษตามมาตรา 313 คือ ระวางโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับเงิน 2 เท่าของราคาทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวได้กระทำการฝ่าฝืน

กรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้สนับสนุนมีโทษตามมาตรา 311 ตามความในมาตรา 315 ไม่ต้องรับโทษตามมาตรา 313 เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการ/ผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียน ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

กรรมการ-ผู้บริหารขาดคุณสมบัติทันที

นอจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.ได้อธิบายว่า การกล่าวโทษต่อนายสมโภชน์และนายอมร ที่เป็นผู้บริหารของ EA มีผลให้ผู้ถูกกล่าวโทษเข้าข่ายมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน

ดังนั้น บุคคลทั้งสองจึงไม่สามารถเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนนับตั้งแต่วันที่ถูกกล่าวโทษไปจนตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวโทษดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท

ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐานการไซฟอน

ขณะที่ ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า EA อาจมีการทุจริตผ่านบริษัทย่อยในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 แห่ง พร้อมส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องบางส่วน จึงได้ตรวจสอบหาความจริงและความถูกต้องเป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลผ่านหน่วยงาน ก.ล.ต. หลายประเทศ พบว่า บุคคลทั้งสามกระทำผิดจริง จึงได้ดำเนินการกล่าวโทษ

จับตากระบวนการต่อไป

และหลังจาก ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจะสืบสวนสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับคดีไปยังพนักงานอัยการ

โดยพนักงานอัยการจะพิจารณาความสมบูรณ์ครบถ้วนของสำนวนการสอบสวนก่อนมีความเห็นสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาตามสำนวนการสอบสวนดังกล่าว และในคดีที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยแล้ว ศาลยุติธรรมจะเป็นผู้พิจารณาและพิพากษาต่อไป

ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก.ล.ต. เปิดข้อมูลร้องเรียนตั้งแต่ปี’59 ผู้บริหาร EA ไซฟอนเงิน 3.5 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...