โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซาลัสฯเบรกลงทุน “กัญชา” ปรับแผนมุ่งส่งออก-ลดเสี่ยง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2567 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2567 เวลา 07.27 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

หลังการถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างตื่นตัวลงทุนกันมากมาย ขณะเดียวกันมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดพุ่งขึ้น ล่าสุดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด

โดยขีดเส้นภายในสิ้นปี 2567 พร้อมให้เร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “วิธวินท์ วิทยานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริษัท ซาลัส ไบโอซูติคอล (ประเทศไทย) จำกัด โรงงานผลิตยาสารสกัดจากกัญชาและกัญชง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ถึงนโยบายรัฐบาล และผลกระทบต่อธุรกิจ

ปรับแผนลงทุน-มุ่งส่งออก

นโยบายของรัฐบาลที่เตรียมจะนำกัญชากลับเข้าสู่บัญชียาเสพติด ทำให้ในปี 2567 นี้ บริษัทต้องปรับแผนหลายด้าน ได้แก่ 1.ชะลอการลงทุนขยายการปลูกกัญชาในพื้นที่ 25 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกในปัจจุบันที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งการขยายจำนวนการปลูก และการขยายจำนวน Crop รวมถึงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้เต็มศักยภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

โดยตั้งงบฯลงทุนไว้ที่ราว 20 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องชะลอออกไปก่อน เพื่อรอดูความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลในเรื่องนี้ เพราะหากนโยบายออกมาในลักษณะเป็นการปิดกั้นการปลูก จะทำให้การลงทุนของบริษัทสูญเปล่า โดยคาดว่าผลผลิตกัญชาในปีนี้จะอยู่ที่ราว 2-3 ตันต่อปี หรือราว 2,000-3,000 กิโลกรัมต่อปี จากกำลังการผลิตเต็มอยู่ที่ 8-10 ตันต่อปี หรือราว 8,000-10,000 กิโลกรัมต่อปี

2.ชะลองานวิจัย R&D ที่เป็นแผนงานในปีนี้ ตั้งงบฯลงทุนไว้ที่ 20 ล้านบาท โดยเฉพาะงานวิจัยใหม่ ๆ จำเป็นต้องชะลอออกไปทั้งหมด ส่วนงานวิจัยเดิมที่ยังคงค้างทำอยู่จะเดินหน้าต่อไปให้จบ

marijuana

3.ปรับแผนการตลาดมุ่งขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงหากมีความผันผวนของนโยบายรัฐบาล โดยเตรียมส่งออกผลิตภัณฑ์ ทั้งยาสมุนไพรสารสกัด CBD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน แอฟริกาใต้ และเยอรมนี ซึ่งหลายประเทศมีการแก้กฎหมาย ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และยุโรป ตลาดเติบโตมาก

โดยรัฐบาลแต่ละประเทศให้ความสำคัญเกี่ยวกับกัญชาในเชิงสุขภาพ และป้อนข้อมูลความรู้ให้ประชาชนนำไปใช้อย่างถูกต้อง เช่น โรงพยาบาลในไต้หวันหลายแห่งเปิดรับสารสกัด CBD ที่นำมาทำยาสมุนไพร โดยหลายประเทศทำการซื้อขายกับบริษัทไปบางส่วนแล้ว รวมถึงออสเตรเลียสนใจนำเข้าช่อดอกกัญชาของบริษัทไปสกัดเอง ทั้งนี้ การปรับแผนมุ่งส่งออกช่วยลดความเสี่ยงของบริษัทได้ค่อนข้างมาก

เปิดคลินิกกัญชาการแพทย์

สำหรับแผนงานในปี 2567 ที่ได้เริ่มลงทุนไปแล้วคือ โครงการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ที่จะเปิดบริการภายในพื้นที่โรงงานของบริษัท ซาลัสฯ ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ งบฯลงทุน 5 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นคลินิกแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน

โดยนำผลิตภัณฑ์กัญชาของบริษัทมาให้บริการทางการแพทย์เพื่อการรักษาโรค ที่แพทย์สามารถสั่งจ่ายยาได้ อาทิ โรคนอนไม่หลับ โรคเครียด โรคปวดเมื่อยร่างกาย ปวดข้อ-เข่า โรคพาร์กินสัน โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ที่มีความต้องการใช้แพทย์ทางเลือก ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ราวไตรมาส 4 ปี 2567

ขณะเดียวกัน ในด้านการตลาดยังคงเดินหน้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งยาสมุนไพรสารสกัด CBD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แบ่งสัดส่วนเป็นตลาดในประเทศ 80-90% ต่างประเทศ 10-20% โดยผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าหลัก อาทิ น้ำมันหยด ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ราว 10,000 ขวดต่อเดือน และหากผลิตเต็ม Capacity สามารถผลิตได้มากถึง 400,000-500,000 ชิ้นต่อเดือน กลุ่มลูกค้าคือ กลุ่มคลินิกในประเทศ และต่างประเทศ

รวมถึงขายออนไลน์ให้กลุ่มลูกค้าทั่วไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างประเทศ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของกัญชาเชิงสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่อยู่ระหว่างการขอ อย. เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อการผ่อนคลายการนอนหลับ ลดการอักเสบกล้ามเนื้อ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ รวมถึงเครื่องสำอางที่อยู่ระหว่าง R&D คาดว่าจะเปิดจำหน่ายได้ภายในปี 2567

ลดเป้ารายได้-ลดพื้นที่ปลูก

รายได้ของบริษัทในปี 2566 อยู่ที่ราว 50-60 ล้านบาท โดยปี 2567 ตั้งเป้าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40-50% แต่อาจต้องปรับลดเป้าลงมา เนื่องจากนโยบายกัญชาที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐบาล ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะยังคงสนับสนุนการใช้กัญชาในทางการแพทย์และประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่ เพราะนโยบายเรื่องกัญชามีความสำคัญมากต่อการรับรู้ของผู้บริโภค

ทั้งนี้ บริษัทได้ลงทุนตั้งโรงงานผลิตยาสารสกัดจากกัญชาและกัญชง เมื่อเดือนเมษายน 2564 มูลค่าการลงทุนราว 900 ล้านบาท บนพื้นที่ราว 10 ไร่ ใน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยขณะนี้ได้ลงทุนไปแล้ว 60% และอีก 40% เป็นโครงการส่วนต่อขยาย เช่น การทำโรงงานอัดเม็ดยา บรรจุยาแคปซูล ยาน้ำ คาดว่าจะพัฒนาเต็มพื้นที่ทั้งหมดภายใน 3-5 ปี

ซึ่งโรงงานที่เปิดบริการในปัจจุบันได้รับการรับรองสถานที่ผลิตจากคณะกรรมการอาหารและยาตามมาตรฐาน GMP/PICs และมีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยและครบวงจร บริษัทนำเข้าเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน EU-GMP ถือเป็น 1 ใน 3 ของโลก รองจากแคนาดาและสหรัฐอเมริกา

marijuana

โดยเฉพาะเครื่องสกัดมีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ทำให้สามารถผลิตสารสกัดกัญชาและกัญชงออกมาได้หลายรูปแบบ อาทิ สารสกัด CBD เข้มข้น, น้ำมัน CBD, สารสกัด CBD บริสุทธิ์ สารสกัด CBD รูปแบบผงที่ละลายน้ำได้ และสารสกัด CBD รูปแบบละลาย ซึ่งสามารถผลิตได้ในปริมาณมากพอที่จะรองรับตลาดทุกกลุ่มธุรกิจ

ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ปลูกกัญชา 25 ไร่ ที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และจากเดิมที่เคยทำระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) กับเกษตรกรจากหลายจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 14 ราย ขณะนี้คงเหลือการทำ Contract Farming กับเกษตรกรเพียง 1 รายเท่านั้น ที่จังหวัดเลย พื้นที่ราว 100 ไร่ เป็นการปลูกแบบอินทรีย์ทั้งหมด โดยเกษตรกรที่เลิกระบบ Contract Farming ไป 13 รายนั้น เนื่องจากไม่มั่นใจในนโยบายกัญชาของรัฐบาล จึงไม่กล้าลงทุนเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม มองว่าแนวโน้มทิศทางตลาดกัญชา โดยเฉพาะธุรกิจอุตสาหกรรมกัญชาจะเติบโตได้อีกมาก ถ้าไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซาลัสฯเบรกลงทุน “กัญชา” ปรับแผนมุ่งส่งออก-ลดเสี่ยง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...