หวั่น โดรนไทย ซ้ำรอย EV ถ้าจีนดั๊มราคาผู้ประกอบการไทยตายยกแผง
อุตสาหกรรม "โดรนไทย" เดินช้าไม่ทันจีน อินโดนีเซีย หวั่นซ้ำรอยอุตสาหกรรมรถยนต์อีวี “ถ้าจีนดัมพ์ราคาผู้ประกอบการไทยก็จบ” แนะรัฐออกนโยบายหนุน ปลดล็อคสัญญาณเขตการบิน-ลดหย่อนภาษี หนุนผลิตใช้เองในประเทศ
นายฉัตรชัย ปั่นตระกูล ผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับจำเป็นที่จะต้องมีผู้บังคับทิศทาง ซึ่งการจะยกระดับอุตสาหกรรมโดรนให้มีความสามารถ และมีศักยภาพการแข่งขันทัดเทียมกับนานาประเทศได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มกฎระเบียบข้อบังคับในหลายด้าน รวมถึงใบอนุญาตขับ เช่นเดียวกับใบขับขี่รถยนต์
“เราเดินตามมาตรฐานสากล แต่อาจจะช้ากว่านานาชาติเล็กน้อย เพราะประเทศอื่นเริ่มออกใบอนุญาตขับโดรนกันแล้ว เพราะโดรนถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการบิน มีคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเยอะมาก หลายอุตสาหกรรม รวมทั้งอินโนเวชัน ถ้าประเทศไทยจับทางด้านนี้ได้เร็วก็จะส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจ
แน่นอนว่าข้อกำหนดด้านภาษีก็ควรจะต้องส่งเสริมการนำเข้าชิ้นส่วน เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งการจะยกระดับ หลายภาคส่วนมีหน้าที่ที่จะต้องปลดล็อคในแต่ละจุด เช่น DEPA ที่ต้องเกื้อหนุนนโยบายที่เกี่ยวกับโดรน กสทช. ด้านการปลดล็อคสัญญาณในเขตที่จะมีการอนุญาตให้บินโดรน” นายฉัตรชัย ปั่นตระกูล ผู้จัดการฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
+ทั้งนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้เตรียมการปรับปรุงการกำกับดูแลโดรนที่จะเริ่มดำเนินการเร็วๆ นี้ ได้แก่ +
- ด้านรับรองการบินโดรนแบบต่างๆ เช่น BVLOS, โดรนขนาดกลาง
- การจดทะเบียนอากาศยาน
- การรับรองศูนย์ฝึกอบรมนักบินโดรนประเภทต่างๆ
- การออกใบอนุญาตินักบินโดรนในแต่ละประเภท (พื้นฐาน, ขั้นสูง)
“หากจะมองในภาพกว้างของอุตสาหกรรม โดรนไทย จะวาง Position ด้านนี้อย่างไร เราต้องดูที่โจทย์หลักของเรา เรามีผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร ต้องหาทางเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในด้านนี้ ต้องมองความเป็นไปได้ว่า เรื่องไหนที่จะสามารถส่งเสริม หากผลิตเพื่อใช้ในประเทศ โดยเฉพาะโดรนด้านการเกษตร ต้องปลดล็อคด้านภาษี เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตไทย ผลิตใช้เองในประเทศ”
พลอากาศโท กิตติทัศน์ ภาเจริญ กรรมการสมาคมอากาศยานไร้คนขับแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มมีการจัดแข่งขันกีฬาโดรนลีก เช่น จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ ปัจจุบันมีการใช้โดรนทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย อนาคตเทคโนโลยีใหม่ๆ จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีราคาถูกลง ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่าย
แต่การจะยกระดับอุตสาหกรรมโดรนในไทยให้สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะกับผู้ผลิตจากต่างประเทศ จะต้องนโยบายส่งเสริม Eco system นี้ให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน ซึ่งเราก็ต้องเตรียมตัวรองรับความแข็งแกร่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นกัน
ดร.ปรีสาร รักวาทิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล กล่าวเสริมว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมโดรน ความร่วมมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ในไทยจะมีการใช้โดรนในหลายอุตสาหกรรม แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก ขณะที่การแข่งขันจำเป็นที่ต้องสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย
“หากพูดถึงซัพพลาย เรามีความคุ้นชินที่มีโครงการต่างๆ ที่ต้องดีลกับภาคอุตสาหกรรม บริษัทโดรนในไทยมีหลายแห่ง แต่ตลาดไทยไม่ใหญ่เท่าจีน หรือ อินโดนีเซีย การที่จีนเป็นผู้นำ ไม่ต่างจากอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีในตอนนี้ เพราะถ้าจีนดัมพ์ราคามา เราก็จบ การรวมตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะสั่งอุปกรณ์ อะไหล่เกี่ยวกับโดรน เพื่อเป็นการลดช่องว่างด้านราคา และด้านภาษี ซึ่งภาษีจะต้องมีการเสียประมาณ 20% นี่เป็นข้อด้อยที่ทำให้เราไม่สามารถแข่งขันกับโดรนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้ โจทย์คือ จะทำอย่างไรให้ผู้ส่งออกของไทย สามารถลดหย่อนภาษีได้ เพื่อส่งเสริมให้สามารถแข่งขันในต่างประเทศได้
ด้าน Data Software ส่วนใหญ่ผลิตจากจีน และจะย้อนกลับไปที่จีน ซึ่งทำให้จีนสามารถพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของไทยที่เป็นลูกค้าได้ ที่เป็นข้อเสียเปรียบของไทย ซึ่งภาครัฐอาจจะต้องเข้ามาสนับสนุน เช่น NIA วช. หรือ DEPA ว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร”
ขณะที่ภาคเอกชน นายนรวิทย์ ธนะปุระ ผู้จัดการฝ่ายออกแบบและประสิทธิภาพเครื่องบิน บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “จีนเป็นประเทศที่การเติบโตด้านโดรนรวดเร็ว เป็นเพราะว่า เขามีพื้นที่ให้ทดสอบประสิทธิภาพ ขณะที่ไทยเองแม้จะมีการออกแบบและผลิตได้ แต่ยังไม่สามารถทดสอบเองได้ทางด้านอากาศ นี่เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่มองเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าเราไม่สามารถทดสอบได้ เท่ากับเราไม่มีคำตอบด้านความปลอดภัย ประเทศในอาเซียนมีความต้องการที่จะออกแบบโดรนเอง เช่น สิงคโปร์ ซึ่งก็ไม่มีพื้นที่สำหรับการทดสอบเช่นกัน”