โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Rebecca F. Kuang ผู้เขียน The Poppy War และ Yellowface ที่กำลังมาแรงในอเมริกา

Mirror Thailand

อัพเดต 08 ก.ค. 2567 เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 12.42 น.
ภาพไฮไลต์

รีเบกกา เอฟ ควง (Rebecca F. Kuang) หรือนามปากกา R. F. Kuang แจ้งเกิดทันทีหลังนวนิยายไตรภาค The Poppy War ที่เธอเขียนออกวางจำหน่าย ฉากหลังของเนื้อเรื่องคือประเทศจีนกลางศตวรรษที่ 20 เล่าเรื่องราวแฟนตาซีของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ดิ้นรนหนีจากการถูกจับแต่งงาน ก่อนที่ชีวิตจะจับพลัดจับผลูให้ไปอยู่ท่ามกลางสมรภูมิใหญ่ของสงคราม และการแย่งชิงอำนาจอันเดือดดาลของยุคสมัยนั้น ตัวนิยายได้เข้าชิงรางวัลนิยายแฟนตาซียอดเยี่ยมในปี 2019 ด้วย

ถัดมาที่ Yellowface หรือในชื่อแปลภาษาไทยคือ 'เยลโลว์เฟซ วรรณกรรมสลับหน้า' ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2023 และถูกพูดถึงอย่างหนาหูในแทบจะทันที เพราะเรื่องราวอันแหลมคมแยบยล ว่าด้วยเรื่องนักเขียนสาวเชื้อสายจีน-อเมริกันที่ประสบความสำเร็จสุดขีด กับนักเขียนหญิงชาวอเมริกันผิวขาวที่ใช้ชีวิตข้นแค้นไปวันๆ กระทั่งฝ่ายแรกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทิ้งต้นฉบับล้ำค่าไว้ในมือของเพื่อน การสวมรอยเป็นเจ้าของผลงานอันแสนอลเวงจึงเริ่มต้นขึ้น

มองเผินๆ Yellowface อาจพูดถึงความริษยากันของเพื่อนสาวสองคน แต่มากไปกว่านั้น ตัวนิยายยังวิพากษ์วิจารณ์วงการวรรณกรรม เพราะนักเขียนชาวอเมริกันเชื่อว่าเหตุผลที่ทำให้เพื่อนเชื้อสายเอเชียของเธอ 'ไปไกล' กว่าก็เพราะทุกวงการกำลังหมกมุ่นกับความหลากหลายทางเชื้อชาติ ดังนั้น ไม่ว่าต้นฉบับจะเป็นอย่างไร เพียงแค่คนเขียน 'ไม่ใช่' คนขาวก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษแล้ว

ควงเกิดในกว่างโจว ประเทศจีน ก่อนที่ครอบครัวของเธอซึ่งเคยผ่านประสบการณ์ที่ญี่ปุ่นบุกยึดครองมณฑลหูหนานในสงครามโลกครั้งที่สอง จะอพยพมายังสหรัฐอเมริกาเมื่อเธออายุได้สี่ขวบ เธอเติบโตในเท็กซัส และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University) เอกประวัติศาสตร์ และในวัย 19 นี่เองที่เธอเริ่มเขียน The Poppy War เล่มแรกของไตรภาคขึ้นมาระหว่างกลับไปใช้ชีวิตในประเทศจีน ก่อนที่ตัวหนังสือจะได้รับการตีพิมพ์ในขวบปีที่ 22 ของเธอ นับเป็นการออกตัวที่งดงามหมดจดเมื่อมันกวาดคะแนนนิยมจากคนอ่านมหาศาลหลังตีพิมพ์ไม่นาน นิตยสาร Publishers เขียนถึงตัวนิยายว่า "ถือเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของควงจริงๆ" ขณะที่นิตยสาร Time จัดให้ตัวนิยายไตรภาคติดรายชื่อ 100 วรรณกรรมแฟนตาซีที่ดีที่สุดตลอดกาล

จุดเด่นสำคัญในงานของควง คือ การเลือกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหญิงที่หลากหลาย ทั้งตัวละครที่ปราดเปรื่อง ฉลาดเฉลียว บางทีก็เปราะบาง และดำมืด เว็บไซต์ fantasybookcafe ให้ความเห็นถึงตัวละครหญิงในนิยายของควงไว้ว่า "ตัวละครเหล่านี้ไม่ใช่ตัวละครที่ 'แข็งแกร่ง' (อันที่จริง คำว่าแข็งแกร่งก็ถือเป็นคำขยายที่น่าเบื่อ ทั้งส่วนมากแล้วมันยังเป็นคำที่เหล่าตัวละครชายใช้เพื่อพูดถึงตัวละครหญิงจืดๆ ที่พอจะมีทักษะต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ในนิยาย และตอนนี้ก็เป็นคำที่ถูกหยิบมาใช้เพื่ออยากให้คนอ่านที่เป็นเฟมินิสต์พึงใจด้วย) ตัวละครเหล่านี้ไม่ได้สะสวย ไม่เชื่องสยบยอม ไม่อ้อนวอนร้องขอเอาชีวิตจากทหารคนขาว ตัวละครเหล่านี้ต้องการอำนาจ และจะพังทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อให้ได้ครองอำนาจนั้น ทั้งยังเป็นมากกว่าแค่ตัวละครนิสัยเสีย แต่พวกเธอเป็นคนหัวขบถต่างหาก"

ตัวละครหนึ่งในนิยายของควงเป็นผู้หญิงชาวจีนผิวเข้ม โดยควงเล่าถึงการออกแบบตัวละครนี้ว่า "เรื่องสีผิวและการเลือกปฏิบัติจากสีผิว ยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ในเอเชียตะวันออกและชาวเอเชียตะวันออกที่ใช้ชีวิตในต่างแดนด้วย แต่ประเด็นเหล่านี้แทบไม่เคยถูกสำรวจในวรรณกรรมตะวันตกเลย นอกจากนี้ ปัญหามันยังซับซ้อนขึ้นอีกชั้นเพราะพลวัตของเหล่าผู้อพยพด้วย" ควงบอก "ยกตัวอย่างนะคะ ชาวจีน-อเมริกันรุ่นที่สองหลายคนไปทำผิวแทนเพื่อให้ตัวเองดูสวยหล่อขึ้น แต่พอฉัน -ซึ่งผิวแทนจากช่วงหน้าร้อน- กลับไปเยี่ยมญาติๆ ที่ประเทศจีน พวกเขากลับดูผิดหวังมากที่ฉันผิวคล้ำ และเอาจริงๆ นะคะ ฉันไม่ได้คล้ำขนาดนั้นเสียด้วยซ้ำไป งานวรรณกรรมฝั่งตะวันตกมักตั้งสมมติฐานว่าเชื้อชาติอื่นๆ และวัฒนธรรมอื่นๆ เหมือนกันไปหมด ฉันจึงอยากฉายภาพให้เห็นความอคติและการเลือกปฏิบัติทั้งในและนอกชุมชนชาวเอเชียตะวันออกค่ะ"

ทั้งนี้ มิถุนายนปี 2020 ควงประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าเธอเป็นไบเซ็กชวล ซึ่งเธอขยายความประเด็นนี้ว่า "จนถึงตอนนี้ ฉันคิดว่าเรามีพื้นที่ในการพูดถึงความเป็นเควียร์, คนที่เกลียดหรือกลัวผู้มีความหลากหลายทางเพศ (homophobia) ตลอดจนวัฒนธรรมของการตีตราบาปทางเรื่องเพศมากขึ้นแล้วในวัฒนธรรมเอเชีย อย่างน้อยก็ในคนรุ่นเรานะคะ" ควงบอก "โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะยังเป็นปากเสียงให้แก่ชุมชนเควียร์และบอกเล่าเรื่องราวความเป็นเควียร์ผ่านงานของตัวเองต่อไป แน่ล่ะว่า การเปิดตัวว่าเป็นไบเซ็กชวลก็เป็นเรื่องยากสำหรับผู้อพยพชาวเอเชีย ทุกวันนี้ฉันยังคงรู้สึกเหมือนมันเป็นตราบาปบางอย่าง รวมทั้งยังกลัวที่จะไม่ถูกคนใกล้ชิดไม่ถูกยอมรับและเป็นอื่นเสมอ ฉันยังไม่ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงเลย พอจะลงมือเขียนก็ค้างอยู่ทุกทีไป แต่ก็ยังพยายามอยู่นะคะ"

เวลานี้ ควงเล่าว่าเธอกำลังลงมือเขียนงานชิ้นต่อไปที่พูดถึงการเหยียดเชื้อชาติ, การเหยียดชนชั้นและการเหยียดเพศในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เธอประสบมาด้วยตัวเอง เพราะควงเคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกแคมบริดจ์ และออกซ์ฟอร์ด จบปริญญาเอก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษ พร้อมกันนี้ เธอก็ยังอยากสำรวจและถ่ายทอดความรื่นรมย์, ความรักและอุปสรรคที่ต้องเจอทั้งหลายผ่านบาดแผลต่างๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ สำหรับควงแล้ว การเป็นผู้หญิงเชื้อสายเอเชียนไม่ได้มีเพียงแง่มุมที่เจ็บปวดหรือการต้องเผชิญอคติทางเชื้อชาติเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียชีวิตคนเราล้วนบรรจุเรื่องราวที่หลากหลายกว่านั้น ซึ่งควงบอกเล่าเอาไว้ในบทสัมภาษณ์ที่เธอพูดคุยกับซากียา ดาลีลา แฮร์ริส (Zakiya Dalila Harris) นักเขียนหญิงผิวดำ เจ้าของผลงาน The Other Black Girl ว่า

“ฉันคิดว่านักเขียนผิวสี หรือนักเขียนชายขอบทั้งหลาย กำลังเผชิญความยากลำบากในการบอกเล่าเรื่องส่วนตัวอันเข้มข้น ไม่ว่าจะบาดแผลในชีวิต บาดแผลของครอบครัว หรือความเจ็บปวดทั้งหลายที่ถูกผูกเอาไว้กับตักลักษณ์ของพวกเรา ที่ด้วยธรรมชาติของวงการหนังสือ มันจะถูกทำให้กลายเป็นการตลาด ทำให้ต้องขายได้ และกลายเป็นสินค้า”

ควงบอกอีกว่า แม้แต่หนังสือนิยายไตรภาคของเธอเองก็ถูกโปรโมตทำนองนี้ด้วยเช่นกัน

“คนมักจะถามฉันว่า ‘อะไรคือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดที่ครอบครัวของคุณเคยต้องเผชิญ’ ซึ่งฉันก็จะตอบว่า ‘มันคือนิยายแฟนตาซีค่ะ ฉันไม่เคยผ่านประสบการณ์เหล่านั้นเลยค่ะ มันไม่ใช่ชีวประวัติครอบครัวของฉัน มันเพียงแต่ได้รับแรงบันดาลใจอย่างหลวมๆ จากเรื่องราวของครอบครัวฉัน แต่ฉันไม่ได้จะมานั่งบนเวทีแล้วเล่าเรื่องชีวิตแสนเศร้าเคล้าน้ำตาแล้วรับเงินจากทุกคนนะคะ งานของฉันไม่ใช่แบบนั้น ฉันต้องการให้ผู้อ่านยอมรับฉันในฐานะนักเล่าเรื่องคนหนึ่งเท่านั้นค่ะ’ นั่นเพราะว่าถ้าความน่าสนใจเดียวเกี่ยวกับตัวคุณคือความเจ็บปวด ทุกอย่างก็จะกลายเป็นอัตชีวประวัติ และมันจะต้องโปร่งใส และสามารถทำให้คนอ่านผิวขาวรู้สึกสงสาร ซึ่งนั่นคือการเอาตัวตนและเชื้อชาติมาขายเป็นสินค้า ที่น่าอ้วกสุดๆ ไปเลย” เธอกล่าว ซึ่งก็พ้องไปกับเรื่องราวที่เธอได้บอกเล่าผ่าน Yellowface ซึ่งก็น่าติดตามอย่างยิ่งว่าผลงานใหม่ของเธอนั้นจะถูกบอกเล่าออกมาอย่างไรบ้าง และเราคงจะได้เห็นกันในอีกไม่นานเกินรอ

อ้างอิง

https://offcolour.org/2020/12/15/an-interview-with-r-f-kuang-author-of-2020s-most-anticipated-fantasy-novel/

https://www.fantasybookcafe.com/2018/04/women-in-sff-month-r-f-kuang/#:~:text=The%20women%20of%20The%20Poppy,are%20not%20%E2%80%9Cstrong%E2%80%9D%20women.

https://sinethetamag.medium.com/conversation-r-f-kuang-1bcb53ee57a2

https://thenerddaily.com/read-rf-kuang-the-poppy-war/

https://static1.squarespace.com/static/58435fdf37c581d99d8c1f43/t/60071b535e1fa531d1a8dfd7/1611078484022/Interview_with_R_F_Kuang.pdf

https://lithub.com/rebecca-f-kuang-on-violence-history-and-writing-a-female-warrior/

https://www.interviewmagazine.com/literature/r-f-kuang-on-plagiarism-and-the-pitfalls-of-identity-politics

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...