โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ลุยสุรินทร์ ถกปมชายแดน สั่งคุยเขมร เปิด-ปิดด่าน ให้เวลาตรงกัน สกัดเฟกนิวส์

Khaosod

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.07 น.
ส่องทะเบียนรถ นายกฯ ลุยสุรินทร์ ถกปมชายแดน สั่งคุยเขมร เปิด-ปิดด่าน ให้เวลาตรงกัน

ส่องทะเบียนรถ นายกฯ อิ๊งค์ ลุยสุรินทร์ ถกสถานการณ์ชายแดน-มาตรการดูแลประชาชน ขอฝ่ายมั่นคง คุยเขมร ประสานเวลาเปิด-ปิด ด่านให้ตรงกัน สกัดเฟกนิวส์-ไอโอ

เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ โดยมีพล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 รอต้อนรับ

จากนั้นนายกฯ และคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปที่จ.สุรินทร์ โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รอให้การต้อนรับ และเดินทางต่อด้วย รถตู้เมอซิเดส เบนซ์ เลขทะเบียน นข 6689 สุรินทร์ ไปที่โรงพยาบาลกาบเชิง เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัด

โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม เมื่อมาถึงมีประชาชน ส่วนราชการ กลุ่มเยาวชน และสส.ในพื้นที่ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย 8 เขต มารอต้อนรับ

จากนั้น น.ส.แพทองธาร รับฟังรายงานสภาพลักษณะภูมิศาสตร์ของจังหวัด และสถานการณ์ชายแดน จากผู้ว่าฯ สุรินทร์ว่า ก่อนหน้านี้ด่านได้เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-22.00 น. ภายหลังมีมาตรการควบคุมชายแดนจะเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิด เป็นวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ เวลา 08.00-15.00น.

ทางกัมพูชา ได้ประกาศเลื่อนการเปิด-ปิดด่านเช่นกัน โดยเปิดเวลา 09.00 น. และปิดเวลา 16.00 น. ทำให้มีช่วงเวลาที่เปิด-ปิด ตรงกัน 6 ชั่วโมง

โดยนายกฯ สอบถามว่า ในพื้นที่สามารถประสานได้หรือไม่ ให้เปิดเวลาตรงกัน ต้องให้ทางหน่วยงานความมั่นคงดูว่าเปิดให้เท่ากันได้หรือไม่ ถ้าเรายึดถือผลประโยชน์ของประชาชน เปิด-ปิดตรงกัน จะได้ค้าขายได้เท่ากัน อันนี้จะดีกว่า ขอให้ลองดู คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีปัญหา

ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงจะลองประสานกับกองทัพฝ่ายกัมพูชา แต่ยอมรับว่าอาจมีนัยยะบางอย่างที่เหมือนมีลักษณะของการเมืองเล็กน้อย เพื่อชิงความได้เปรียบ หลังจากนี้ ฝ่ายความมั่นคง ผู้ว่าฯ ในพื้นที่จะหารือกันต่อไป

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอบคุณผู้ว่าฯ 5 จังหวัด ที่รายงานความคืบหน้าสถานการณ์จริงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเมื่อสักครู่ได้มีการพูดถึงเรื่องหลุมหลบภัย ขอให้แจ้งมายังกระทรวงมหาดไทยว่าต้องการซ่อมแซมแบบไหน

เพราะชีวิตเด็ก นักเรียน ต้องให้ความรู้ เมื่อไหร่ที่จะต้องใช้หลุมหลบภัย และอยากให้บรรจุอยู่ในการเรียนการสอนทุกปี ไม่จำเป็นจะต้องเฉพาะในช่วงที่มีสถานการณ์ เพื่อให้เด็กๆ ทราบเหมือนกับประเทศญี่ปุ่นว่าสถานการณ์ไหนควรใช้เมื่อไหร่

และต้องขอขอบคุณแม่ทัพภาค 2 ที่อยู่หน้างานตลอด ตนทราบถึงแรงกดดันที่มาก เพราะตนได้ติดต่อกับกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย รวมถึงผู้นำฝ่ายกัมพูชา ได้ทราบและเห็นใจมากว่าอยู่หน้างานจริง ไม่เหมือนกับตอนอยู่ข้างหลัง บางทีเกิดกระแสมากมาย คนหน้างานคือคนที่เห็นเหตุการณ์และต้องปรับตามสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด

ตนถึงได้พยายามเน้นเรื่องของสันติภาพและความสงบสุข และได้ทราบข้อมูลจากทางหน้างานจึงไม่อยากให้เกิดกระแสตีว่าให้เกิดความรุนแรง ให้ลุย เพราะที่จริงแล้วต้องคิดถึงชีวิตของคนหน้างานว่ามีความกดดันสูงเมื่ออยู่ตรงนั้น เราเห็นอาวุธของกันและกัน เมื่อดูอาวุธดูความพร้อม หากต้องเกิดความไม่สงบจริง หรือเหตุการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นจริง จะไม่ใช่เรื่องเล็กแต่จะเป็นเรื่องใหญ่

“ดิฉันพยายามที่จะสื่อสารเรื่องนี้ถึงความสงบสุข และเมื่อผู้นำคุยกับนายกฯ กัมพูชา ได้เน้นย้ำเรื่องนี้ และล่าสุดที่คุยกันก็อยากให้ทั้งสองประเทศเกิดความสงบสุข และขอยืนยันเรื่องการรักษาอธิปไตยเอาไว้” นายกฯ กล่าว

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาความสำคัญไม่น้อยกว่ากระทรวงกลาโหม คือ กระทรวงมหาดไทย เพราะมหาดไทย คือบ้าน ทหารคือรั้ว ต้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ โดยมีผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าทีมในการดูแลบ้าน

แต่ละจังหวัดต้องทำงานร่วมกันประสานกันว่าเกิดเหตุการณ์ใดบ้างตามแนวชายแดน และในบ้านของเรามีที่ปลอดภัยพอหรือไม่ และมีของหรือมีปัจจัย 4 พอหรือไม่ สำหรับคนในบ้าน อันนี้คือเรื่องที่สำคัญดูเรื่องนี้เป็นสำคัญช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพราะเวลาเกิดเหตุการณ์ทำงานแบบบูรณาการก็จะเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น

เรื่องความสงบได้พูดคุยกับนายภูมิธรรม และพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ที่รายงานเสนอว่ามีกระบวนการหรือข้อความแบบไหนที่ภายในคุยกันไว้แล้วยังไม่สามารถสื่อสารได้ เพราะการคุยกันระหว่างประเทศต้องเคารพกติกาและข้อตกลงระหว่างประเทศ

เราต้องบอกกันตลอดเพื่อให้การสื่อสารตรงกัน และไม่เข้าใจผิดซึ่งกันและกัน นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมื่อพูดกันไปมาก ทำให้เข้าใจผิดและเกิดเรื่องใหญ่

ทั้งนี้ พยายามจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ขอขอบคุณหน้างานที่เหนื่อยมาก ประสานงานกันจนประสบความสำเร็จ ขอบคุณกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ที่ร่วมมือกันอย่างสุดความสามารถรักษาอธิปไตยของเราไว้ รักษาความสงบสุขของบ้านเราไว้ ขอชื่นชมทุกคน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนประชาชนเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน หากมีอะไรที่จำเป็นเร่งด่วน ให้แต่ละกระทรวงรายงานตรงมายังกระทรวง เพราะรองนายกฯ ทั้งสองคนติดต่อโดยตรงกับตนเองอยู่แล้ว

ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ อยากให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้นว่าทำอะไรอยู่บ้าง จะได้ให้ทุกคนเข้าใจตรงกันไม่เข้าใจผิด และไม่ให้ปล่อยเฟกนิวส์ เพราะอาจจะโดนไอโอบ้างอะไรบ้าง ไม่รู้มาจากไหน ก็มีการปล่อยข้อมูลที่เกิดความเข้าใจผิดกัน จะทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมได้

ทุกท่านที่มีตำแหน่งตรงนี้มีความน่าเชื่อถือที่สามารถติดต่อประชาชนได้ สามารถบอกได้ว่าอะไรคือเรื่องจริง ไม่เป็นเรื่องจริง อะไรที่ไม่ใช่เรื่องจริงก็ขอให้รีบแก้ ไม่อยากให้ขยายความไปมากกว่านี้ ขอให้ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เป็นทีมเดียวกัน ยังไงประเทศไทยเป็นของพวกเราทุกคน เราต้องรักษาไว้และปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่รัฐบาลพร้อมซัพพอร์ตทุกหน่วย

"จากนี้ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้นำหรือกองทัพ เป้าหมายเดียวกันคือการรักษาสันติภาพเอาไว้ ส่วนเรื่องรายละเอียดก็ว่ากันไปตามหัวข้อ แต่เรื่องที่จะดีลกันจะไม่เอามารวมกัน พูดคุยกันทีละข้อ เคลียร์กันแต่ละเรื่องไป" นายกฯ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ ลุยสุรินทร์ ถกปมชายแดน สั่งคุยเขมร เปิด-ปิดด่าน ให้เวลาตรงกัน สกัดเฟกนิวส์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...