ฤดูผลไม้ล้นตลาด 1.2 ล้านตัน ราคาตกฮวบ-มะม่วงเหลือ 3 บาท/กิโลกรัม
สวนผลไม้ปีนี้เซ็งลี้ไม่ฮ้อ ผลผลิตเยอะ แต่ไม่ได้ราคา มะม่วงอาการหนักได้แค่โลละ 3-5 บาท ถ้าต่ำกว่านี้ปล่อยสุกคาต้น ห่วงลำไยอีก 2 เดือนผลผลิตทะลัก
นางสาวนริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2568 ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2568 ผลไม้หลัก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด ปริมาณผลผลิตรวม 1,298,482 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีจำนวน 999,211 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 299,271 ตัน หรือ 29.95%
เนื่องจากปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและสภาพอากาศแปรปรวน ออกดอกติดผลน้อย ทำให้ปีนี้ได้พักต้นเพื่อสะสมอาหาร ประกอบกับสภาพอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ต้นสมบูรณ์ พร้อมออกดอกติดผลได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ผลผลิตทั้ง 4 ชนิดได้ทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะออกต่อเนื่องจนถึงเดือนตุลาคม 2568 โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2568 คิดเป็น 41% ของผลผลิตทั้งหมด โดยทุเรียนมีปริมาณผลผลิตรวม 871,692 ตัน เพิ่มขึ้น 31% มังคุดมีปริมาณผลผลิตรวม 258,746 ตัน เพิ่มขึ้น 43% เงาะมีปริมาณผลผลิตรวม 159,695 ตัน เพิ่มขึ้น 11% ส่วนลองกองมีปริมาณผลผลิตรวม 8,349 ตัน เพิ่มขึ้น 12%
นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรในปี 2568 นี้ จากการติดตามมีแนวโน้มที่จะราคาตกต่ำ เนื่องจากดินฟ้าอากาศดี ส่งผลต่อผลผลิตผลไม้หลายรายการ คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมะม่วงปีนี้จะออกสู่ตลาดปริมาณมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าจะมีผลให้ราคาตกต่ำกว่าทุกปี ซึ่งตอนนี้มีการประเมินว่าราคามะม่วงหน้าสวนคาดว่าอยู่ที่ 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ราคามะม่วงเกรดส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งหากราคาต่ำกว่านี้ชาวสวนคงปล่อยให้มะม่วงหล่นไม่เก็บผลผลิตขายแล้ว
ส่วนสถานการณ์ราคาทุเรียนและการส่งออกทุเรียนในขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากจีนได้มีการเร่งตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้าสารตกค้างได้จำนวนหลาย 100 ตู้คอนเทนเนอร์ อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาเจอพายุทำให้จับดอกไม่เยอะ คาดว่าผลผลิตทุเรียนจะไม่มาก รวมไปถึงราคามังคุดก็ยังมีแนวโน้มดี ราคาหน้าสวนเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 40-50 บาทต่อกิโลกรัม แม้ราคาจะลดลงจากปีที่ผ่านมาที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม แต่ด้วยปริมาณผลผลิตปีนี้เพิ่มขึ้น จึงทำให้คาดว่าจะขายได้ปริมาณเพิ่มเทียบจากปีที่แล้ว
“ผลไม้ที่ต้องจับตาในอีก 2 เดือนข้างหน้าคือลำไย ซึ่งคาดว่าในปี 2568 ผลผลิตน่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาลำไยและรายได้ของชาวสวน”
ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือไม่ให้ราคาสินค้าเกษตร รวมถึงผลไม้ ซึ่งจากการติดตามยังเห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลน้อยมาก ทั้งการรับซื้อ การกระจายสินค้า การส่งออก การขยายช่องทางการขายให้กับเกษตรกร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฤดูผลไม้ล้นตลาด 1.2 ล้านตัน ราคาตกฮวบ-มะม่วงเหลือ 3 บาท/กิโลกรัม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net