“เศรษฐกิจอังกฤษ” ทรุดหนัก เม.ย. GDP หดตัว 0.3% พิษภาษีทรัมป์
"เศรษฐกิจอังกฤษ" ทรุดหนัก เม.ย. GDP หดตัว 0.3% พิษภาษีทรัมป์ ส่งออกไปสหรัฐดิ่งแรงเป็นประวัติการณ์ BoE เตือนผลกระทบจากภาษีจะลากเศรษฐกิจลงอีกในระยะกลาง
วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 13.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรหดตัวลงอย่างรุนแรงในเดือนเมษายน 2568 จากผลกระทบของการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าหลายรายการโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และการสิ้นสุดของมาตรการลดหย่อนภาษีในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ลดลง 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่รอยเตอร์คาดไว้ที่ -0.1% และเป็นการหดตัวรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ก่อนหน้านั้นเศรษฐกิจขยายตัว 0.2% ในเดือนมีนาคม
Liz McKeown ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า “หลังจากที่เศรษฐกิจขยายตัวติดต่อกัน 4 เดือน เดือนเมษายนกลับเห็นการหดตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสหราชอาณาจักรไปยังสหรัฐที่ร่วงแรงเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐเริ่มใช้มาตรการภาษีใหม่”
สำนักงานสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักรยังระบุว่า กิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์และกฎหมายลดลงอย่างมาก หลังสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนภาษีชั่วคราวในการซื้อขายบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดเศรษฐกิจในเดือนเมษายน โดยคิดเป็น 0.2% จาก 0.3% ที่ GDP ลดลง
โดยการส่งออกสินค้าของอังกฤษไปยังสหรัฐลดลงถึง 2 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นการลดลงรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลรายเดือนในปี 1997 ซึ่งผลจากตัวเลขเศรษฐกิจนี้ทำให้ค่าเงินปอนด์ร่วงลงเล็กน้อย 0.25 เซนต์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
เศรษฐกิจอังกฤษในไตรมาสแรกของปี 2568 ขยายตัวได้ 0.7% ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในกลุ่ม G7 และทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทั้งปีเป็น 1% เมื่อเดือนที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม BoE ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือ 1.25% และระบุว่ามาตรการภาษีของสหรัฐจะกระทบเศรษฐกิจอังกฤษประมาณ 0.3% ภายใน 3 ปีข้างหน้า ขณะที่ BoE ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า กำลังเผชิญกับความท้าทายจากเงินเฟ้อที่ยังสูงและเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างเชื่องช้า
แม้ว่าผลสำรวจภาคธุรกิจบางฉบับในเดือนนี้จะชี้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมกลับมาเติบโตในระดับอ่อน ๆ แต่ ผลสำรวจส่วนใหญ่ยังสะท้อนความกังวลของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนแรงงานที่พุ่งสูงขึ้น ตามนโยบายของรัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves ที่ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งทำให้หลายบริษัทชะลอการจ้างงานและการลงทุน
อ้างอิง : reuters.com