โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เกาหลีใต้” เร่งเจรจาสหรัฐ ก่อนเดดไลน์ภาษี 1 ส.ค. ชี้จดหมายส่งสัญญาณเปิดทางต่อรอง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.37 น.

"เกาหลีใต้" ประกาศเดินหน้าเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐ หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้า 25% มีผล 1 ส.ค. โดยมองว่าจดหมายที่สหรัฐส่งถึงผู้นำเกาหลีใต้สะท้อนโอกาสเจรจาต่อรอง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.22 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า มีแผนจะเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา และมองแผนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ 25% ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ว่าเทียบเท่ากับการขยายช่วงผ่อนผันสำหรับการใช้มาตรการภาษีตอบโต้

มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ เปิดเผยว่า เส้นตายใหม่ที่ทรัมป์ระบุไว้ในจดหมายถึงอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่ายังมีเวลาให้ทั้งสองประเทศทำข้อตกลงร่วมกันได้ โดยทำเนียบของลีออกแถลงการณ์ยืนยันภายหลัง

ทรัมป์ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะเริ่มเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ 25% ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 พร้อมโพสต์จดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีอีผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเอง พร้อมกับจดหมายถึงผู้นำญี่ปุ่น

กระทรวงอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า จดหมายของทรัมป์ถือเป็นการขยายช่วงเวลาผ่อนผันสำหรับการใช้มาตรการภาษีตอบโต้โดยสหรัฐ

“เราจะเร่งการเจรจาในช่วงเวลาที่เหลือเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและลดความไม่แน่นอนจากภาษีให้เร็วที่สุด …เรายังมีแผนใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงระบบและกฎระเบียบในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดดุลการค้าซึ่งเป็นประเด็นหลักที่สหรัฐให้ความสนใจ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมสำคัญของเราให้เติบโตผ่านความร่วมมือด้านการฟื้นฟูภาคการผลิตร่วมกับสหรัฐ”

ตามข้อมูลจากกรมศุลกากรเกาหลีใต้ เกาหลีใต้มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2567 ที่ 5.56 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2566 โดยมีแรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น

ในจดหมายถึงประธานาธิบดีอี ทรัมป์ระบุว่า“ความสัมพันธ์ของเรายังห่างไกลจากความเป็นต่างตอบแทน (reciprocal)” พร้อมเชิญเกาหลีใต้ยื่นข้อเสนอเปิดตลาดการค้าที่ปิดกั้นมาโดยตลอด และยกเลิกทั้งกำแพงภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีที่ลงนามตั้งแต่ปี 2550 และปรับปรุงใหม่ในปี 2561 สมัยรัฐบาลทรัมป์ ค่าเฉลี่ยภาษีนำเข้าสินค้าของเกาหลีใต้ที่ส่งไปสหรัฐฯ อยู่ในระดับเกือบศูนย์ ขณะนี้ผู้แทนการค้าระดับสูงของเกาหลีใต้และที่ปรึกษาความมั่นคงประจำประธานาธิบดีได้เดินทางเยือนสหรัฐเพื่อเจรจาการค้าและความมั่นคง ท่ามกลางความพยายามของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของเอเชียในการขอยกเว้นภาษีจากรัฐบาลทรัมป์

วี ซอง-ลัก ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศรูบิโอที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ เพื่อหารือเรื่องพันธมิตรระหว่างประเทศและการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีอีและทรัมป์จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือ

ทำเนียบของประธานาธิบดีลี เปิดเผยว่า“แม้จดหมายภาษีจะถูกส่งไปยังคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ รวมถึงเกาหลีใต้ในวันนี้ แต่ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 1 สิงหาคมก่อนมาตรการจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นรูบิโอหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดเพื่อบรรลุข้อตกลงก่อนถึงวันนั้น”

ทรัมป์ก็แสดงท่าทีว่า พร้อมเปิดทางเจรจาเช่นกัน เมื่อถูกถามว่าเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. จะเปลี่ยนได้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่ามัน ‘แน่นอน’ แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% แน่นอน ถ้าพวกเขาโทรมาแล้วบอกว่าอยากเจรจาในแนวทางอื่น เราก็จะเปิดรับ”

ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เคลื่อนไหวช้าในการขอยกเว้นจากมาตรการภาษีของทรัมป์ โดยในช่วงแรกแค่ตกลงที่จะจัดทำ “แพ็คเกจดีล” แต่ยังอยู่ในระดับการหารือทางเทคนิค ก่อนจะเริ่มเจรจาในระดับสูงหลังจากที่ประธานาธิบดีอีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน

อีได้รับตำแหน่งหลังจากชนะการเลือกตั้งฉุกเฉิน แทนผู้นำคนก่อนซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งอีระบุว่าส่งผลกระทบต่อความสามารถของประเทศในการตอบสนองต่อนโยบายภาษีของสหรัฐอย่างมาก

กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ยอมรับในแถลงการณ์ว่า การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทำให้ไม่มีเวลามากพอในการเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐครบทุกประเด็น แม้จะมีความพยายามอย่างเข้มข้นก็ตาม

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...