“เกาหลีใต้” เร่งเจรจาสหรัฐ ก่อนเดดไลน์ภาษี 1 ส.ค. ชี้จดหมายส่งสัญญาณเปิดทางต่อรอง
"เกาหลีใต้" ประกาศเดินหน้าเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐ หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้า 25% มีผล 1 ส.ค. โดยมองว่าจดหมายที่สหรัฐส่งถึงผู้นำเกาหลีใต้สะท้อนโอกาสเจรจาต่อรอง
วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.22 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า มีแผนจะเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา และมองแผนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ 25% ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ว่าเทียบเท่ากับการขยายช่วงผ่อนผันสำหรับการใช้มาตรการภาษีตอบโต้
มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ เปิดเผยว่า เส้นตายใหม่ที่ทรัมป์ระบุไว้ในจดหมายถึงอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่ายังมีเวลาให้ทั้งสองประเทศทำข้อตกลงร่วมกันได้ โดยทำเนียบของลีออกแถลงการณ์ยืนยันภายหลัง
ทรัมป์ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะเริ่มเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ 25% ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 พร้อมโพสต์จดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีอีผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเอง พร้อมกับจดหมายถึงผู้นำญี่ปุ่น
กระทรวงอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า จดหมายของทรัมป์ถือเป็นการขยายช่วงเวลาผ่อนผันสำหรับการใช้มาตรการภาษีตอบโต้โดยสหรัฐ
“เราจะเร่งการเจรจาในช่วงเวลาที่เหลือเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและลดความไม่แน่นอนจากภาษีให้เร็วที่สุด …เรายังมีแผนใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงระบบและกฎระเบียบในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดดุลการค้าซึ่งเป็นประเด็นหลักที่สหรัฐให้ความสนใจ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมสำคัญของเราให้เติบโตผ่านความร่วมมือด้านการฟื้นฟูภาคการผลิตร่วมกับสหรัฐ”
ตามข้อมูลจากกรมศุลกากรเกาหลีใต้ เกาหลีใต้มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2567 ที่ 5.56 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2566 โดยมีแรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
ในจดหมายถึงประธานาธิบดีอี ทรัมป์ระบุว่า“ความสัมพันธ์ของเรายังห่างไกลจากความเป็นต่างตอบแทน (reciprocal)” พร้อมเชิญเกาหลีใต้ยื่นข้อเสนอเปิดตลาดการค้าที่ปิดกั้นมาโดยตลอด และยกเลิกทั้งกำแพงภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี
นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีที่ลงนามตั้งแต่ปี 2550 และปรับปรุงใหม่ในปี 2561 สมัยรัฐบาลทรัมป์ ค่าเฉลี่ยภาษีนำเข้าสินค้าของเกาหลีใต้ที่ส่งไปสหรัฐฯ อยู่ในระดับเกือบศูนย์ ขณะนี้ผู้แทนการค้าระดับสูงของเกาหลีใต้และที่ปรึกษาความมั่นคงประจำประธานาธิบดีได้เดินทางเยือนสหรัฐเพื่อเจรจาการค้าและความมั่นคง ท่ามกลางความพยายามของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของเอเชียในการขอยกเว้นภาษีจากรัฐบาลทรัมป์
วี ซอง-ลัก ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศรูบิโอที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ เพื่อหารือเรื่องพันธมิตรระหว่างประเทศและการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีอีและทรัมป์จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือ
ทำเนียบของประธานาธิบดีลี เปิดเผยว่า“แม้จดหมายภาษีจะถูกส่งไปยังคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ รวมถึงเกาหลีใต้ในวันนี้ แต่ยังมีเวลาจนถึงวันที่ 1 สิงหาคมก่อนมาตรการจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นรูบิโอหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดเพื่อบรรลุข้อตกลงก่อนถึงวันนั้น”
ทรัมป์ก็แสดงท่าทีว่า พร้อมเปิดทางเจรจาเช่นกัน เมื่อถูกถามว่าเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. จะเปลี่ยนได้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่ามัน ‘แน่นอน’ แต่ก็ไม่ถึงกับ 100% แน่นอน ถ้าพวกเขาโทรมาแล้วบอกว่าอยากเจรจาในแนวทางอื่น เราก็จะเปิดรับ”
ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เคลื่อนไหวช้าในการขอยกเว้นจากมาตรการภาษีของทรัมป์ โดยในช่วงแรกแค่ตกลงที่จะจัดทำ “แพ็คเกจดีล” แต่ยังอยู่ในระดับการหารือทางเทคนิค ก่อนจะเริ่มเจรจาในระดับสูงหลังจากที่ประธานาธิบดีอีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน
อีได้รับตำแหน่งหลังจากชนะการเลือกตั้งฉุกเฉิน แทนผู้นำคนก่อนซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งอีระบุว่าส่งผลกระทบต่อความสามารถของประเทศในการตอบสนองต่อนโยบายภาษีของสหรัฐอย่างมาก
กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ยอมรับในแถลงการณ์ว่า การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทำให้ไม่มีเวลามากพอในการเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐครบทุกประเด็น แม้จะมีความพยายามอย่างเข้มข้นก็ตาม
อ้างอิง : www.reuters.com