BIZ: กดฉันสิจ๊ะ! เมื่อแพลตฟอร์มสตรีมมิง ทำการตลาดบน ‘รีโมตทีวี’ ด้วยการจ่ายเงินเพื่อให้มีปุ่มลัดสำหรับแอปฯ ตัวเองโดยเฉพาะ
เคยสังเกตไหมว่าบนรีโมตทีวีสมัยใหม่ จะมีปุ่มลัดให้กดเข้าแพลตฟอร์มสตรีมมิงได้ทันทีแบบไม่ต้องไปกดเลื่อนหาให้เสียเวลา ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ผลิตทีวีและรีโมตทีวีคิดมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ แต่เป็นการทำการตลาดของเหล่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงทั้งหลาย ที่อยากให้คนกดเข้ามาใช้บริการได้ง่ายๆ
.
โดยเจ้าแรกที่เป็นผู้บุกเบิกวิธีทำการตลาดอันแยบยลนี้คือ ‘Netflix’ ที่เมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ทำข้อตกลงร่วมกับบริษัทผู้ผลิตทีวี และกล่อง Set Top Box หลายเจ้า เพื่อทำปุ่มทางลัดบนรีโมตให้เข้าสู่ Netflix ได้ทันที โดยในช่วงแรกเป็นข้อตกลงกึ่งบังคับว่า ถ้าหากผู้ผลิตทีวีไม่ยอมทำปุ่มลัดให้ ทีวียี่ห้อนั้นก็จะไม่สามารถเข้า Netflix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดฮิตที่หลายคนชื่นชอบ และอาจทำให้ทีวีเหล่านั้นลดโอกาสที่จะขายได้ลง
.
แต่เหตุการณ์นี้ก็พลิกผันจากการให้ใช้ปุ่มลัดบนรีโมตฟรีๆ มาเป็นการจ่ายเงินให้มีปุ่มลัดแทน เมื่อ 10 ปีให้หลังสตรีมมิงเจ้าอื่นก็ต่างอยากมีปุ่มลัดเป็นของตนเอง ทางผู้ผลิตทีวีจึงมีอำนาจการต่อรองมากขึ้น เพราะรีโมตแต่ละอันใส่ปุ่มได้อย่างจำกัด และจะมีปุ่มทางลัดไปสตรีมมิงแค่ 2-3 ปุ่มเท่านั้น
.
จึงทำให้แต่ละแพลตฟอร์มต้องจ่ายเงินให้ผู้ผลิตทีวี 1 ดอลลาร์ หรือประมาณ 35 บาทต่อการมีปุ่มลัดบนรีโมต 1 อัน ที่แถมไปพร้อมกับการขายทีวี 1 เครื่อง ซึ่งราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้มีปุ่มลัดต่อรีโมต 1 อันอาจจะดูไม่มากนัก แต่ถ้านับจำนวนทีวีที่ขายได้ต่อปี ก็ถือว่าสตรีมมิงหลายเจ้าต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเช่นกัน
.
แต่การลงทุนครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะอย่าลืมว่ายังไงการมีปุ่มลัดบนรีโมตก็ได้เปรียบตรงที่ผู้ใช้งานทีวีสามารถเข้าถึงบริการสตรีมมิงนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว บางทีไม่รู้จะดูอะไร ก็อาจจะมีการกดปุ่มลัดนี้เข้าไปดูกันบ้าง
.
และอีกทางหนึ่งก็เป็นการหาลูกค้าใหม่ๆ เพราะบางทีผู้ใช้ทีวียังไม่ได้เป็นสมาชิก แต่พอถูกดึงดูดด้วยปุ่มลัดให้กดเข้าไปทดลองใช้ พวกเขาอาจจะติดใจจนสมัครสมาชิกในที่สุด ปุ่มทางลัดจึงเป็นการตลาดที่อยู่ในมือของผู้ใช้ทีวีทั่วโลก ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงและเพิ่มรายได้ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิงต่างๆ ได้อีกทางหนึ่ง
.
#BIZ #BrandThink#CreativeChange#Empowering#Diversity#PositiveImpact