โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุกคนเป็นหนี้ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะ “เอาอยู่” เปิดคัมภีร์บริหารหนี้ รู้ก่อน ชีวิตไม่พัง!เพราะหนี้

Thairath Money

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 06.13 น.
ภาพไฮไลต์

“รายได้ของเราไม่มีทางเพิ่มทันเงินเฟ้อ” คือข้อเท็จจริงที่หลายคนรู้กันดี จึงเป็นต้นเหตุของการจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ ผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ หรือแม้แต่ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง จนกว่าจะรู้ตัวอีกที ชีวิตทางการเงินก็ติดลบ

จากข้อมูลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า กว่า 90% ของคนไทยมีเงินฝากไม่ถึง 50,000 บาท ทำให้หลาย ๆ คนยังอยู่ในภาวะตึงเครียด ยิ่งหนักเมื่อต้องเกษียณอายุ หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงต่าง ๆ ยิ่งทำให้ “ติดขัด”

โดยเฉพาะในกลุ่มที่ถูกเรียกว่า Sandwich Generation หรือกลุ่มคนวัย 40 - 50 ปี ที่มีภาระทางการเงินสูง ทั้งค่าใช้จ่ายส่วนตัวและครอบครัว

มีข้อมูลจาก BOT Symposium 2020 พบว่า หากแบ่งสัดส่วนหนี้คนไทยตามประเภทต่าง ๆ สามารถจำแนกได้เป็น …

  • หนี้บ้าน 40%
  • สินเชื่อส่วนบุคคล 34%
  • หนี้รถ 25%

ภูเบศ โอฬาริกานนท์ ผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกแก้หนี้ by SAM ให้ข้อมูลว่า “ครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญของคำว่าหนี้ ทั้งในแง่บ่อเกิดหนี้ คือ การจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อนำมาใช้จ่ายกับครอบครัว รวมถึงความต้องการแก้หนี้ เนื่องจากทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระหนัก”

สะท้อนได้จากตัวเลขหนี้ครัวเรือนในปัจจุบัน พบว่า หนี้ครัวเรือน 13.54 ล้านล้านบาท ในฐานข้อมูลเครดิตบูโรนี้ เป็นหนี้เสีย (NPL) ที่ค้างชำระเกิน 90 วันอยู่ 1.19 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% จากปีก่อนหน้า

ดังนั้น “หนี้” จึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่เป็นสิ่งที่ต้องถูกเล่าและได้รับการแก้ไข คลินิกแก้หนี้ by SAM จึงมีคำแนะนำถึงการบริหารหนี้อย่างถูกหลัก ตามคัมภีร์บริหารหนี้

โดยมี 4 ข้อหลักคือ “รู้ รับ ปรับ แก้”

“รู้” คือ การสำรวจหนี้ เพื่อรู้จักหนี้ในแต่ละประเภท โดยมีวิธีการง่าย ๆ คือการแจกแจงภาระหนี้ ซึ่งเรียงลำดับจากอัตราดอกเบี้ยจากมากไปน้อย เช่น บัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อเงินสด ที่มีอัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น ๆ หากจ่ายขั้นต่ำอาจเกิดเป็นภาระหนี้ระยะยาว

หรืออย่าง “นาโนไฟแนนซ์” ที่มีจุดประสงค์ให้สินเชื่อแก่ประชาชนทั่วไปโดย ไม่ต้องมีหลักประกัน เน้นช่วยเหลือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ที่มีดอกเบี้ยสูงถึง 33% ต่อปี และมีความยืดหยุ่นกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ๆ การบริหารจัดการหนี้เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

จะเห็นได้ว่าสินเชื่อแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของผู้กู้ในแต่ละสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ผู้กู้จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการหนี้อย่างรอบคอบ และเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต

ข้อที่สองคือ “รับ” รับความจริงในการรับภาระหนี้ และหลีกเลี่ยงในการก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากมีภาระหนี้ของคนทั่วไป มักเกิดจากการอยากมีอยากได้ และใช้จ่ายจนเกินตัว ดังนั้น จำเป็นต้องรับความจริง และปรับรูปแบบการดำเนินชีวิต การหวังรวยทางลัด มักทำให้เราตกเป็นเหยื่อยภัยทางการเงิน

หลักต่อมาคือ “ปรับ” เจรจาปรับหนี้ หาวิธีที่เหมาะสม และเรียนรู้ในการใช้กลยุทธ์เจรจาปรับหนี้ เช่น การนำเงินก้อนมาปิดชำระหนี้ หรือ การขอลดอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น เพื่อหาแนวทางในการลดภาระหนี้อย่างเป็นระบบกับสถาบันการเงิน

โดยรูปแบบการปรับโครงสร้างหนี้ สามารถทำได้หลากหลายวิธีตามสถานะทางการเงินในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ในกรณีขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไป เนื่องจากรายได้ลดลง หรือการขอพักชำระหนี้ เมื่อเกิดวิกฤตฉุกเฉินทางการเงิน การรู้จักการปรับโครงสร้างหนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยให้ภาระทางการเงินผ่อนคลายลง

และหลักการข้อสุดท้าย คือ “แก้” แก้ไขพฤติกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นต้นตอของการก่อหนี้ เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำของวัฏจักรการเกิดหนี้โดยไม่จำเป็น

ซึ่งในปัจจุบันทั้งสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ต่างมีจุดมุ่งหมายร่วมกันเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งหนี่งในหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ คือ

บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) ที่ริเริ่มโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีจุดมุ่งหมาย ในการเป็น One Stop Service หน่วยงานกลางประสานงานระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระของลูกหนี้

มีจุดเด่นคือแนวคิด “รวมเจ้าหนี้ไว้ที่เดียว ผ่อนที่เดียว” สามารถรวมหนี้เสียจากเจ้าหนี้หลายรายมาอยู่ภายใต้การดูแลเดียว พร้อมเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นเพียง 3% ต่อปี และมีแผนผ่อนชำระยืดหยุ่นตามกำลังของลูกหนี้

ผู้ที่เข้าร่วมจะต้องมีคุณสมบัติ เช่น เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่เกิน 70 ปี มีหนี้เสียจากบัตรเครดิตหรือสินเชื่อไม่มีหลักประกัน และมียอดหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ของโครงการได้โดยตรง ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและช่วยจัดทำแผนชำระหนี้อย่างเป็นระบบ

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทุกคนเป็นหนี้ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะ “เอาอยู่” เปิดคัมภีร์บริหารหนี้ รู้ก่อน ชีวิตไม่พัง!เพราะหนี้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...