โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.43 น.

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส คาดว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways to Sideways Down ต่อเนื่อง โดยแนวรับหลักอยู่ที่ Low เดิม 1,056+- จุด ถูกกดดันจากสถานการณ์สงคราในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้น ขณะที่การเมืองในประเทศแม้จะได้ข้อสรุปว่ารัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อ แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคาดว่ายังไม่กลับมา ภาพรวมปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเป็นลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยยังต้องติดตามว่าสถานการณ์สงครามจะบานปลายทั้งในแง่การโจมตีตอบโต้ หรือการใช้มาตรการที่จะทำให้เกิด Supply Disruption ต่อราคาน้ำมันดิบ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องทั้งในด้านการเติบโตที่ชะลอแต่เงินเฟ้อปรับขึ้น

ส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ แม้เราจะประเมินว่าการเดินหน้าต่อของรัฐบาลอาจทำให้ภาพรวมมีความชัดเจนขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ตลาดกังวลว่าจะถึงขั้นยุบสภาหรือไม่ แต่คาดว่ายังเป็นปัจจัย Overhang ในระยะกลางจากเสถียรภาพที่ยังต่ำจากคะแนนเสียงที่เกินกว่ากึ่งหนึ่งไม่มาก และมีแนวโน้มว่าการยุบสภาอาจเกิดขึ้นภายหลังจากผ่านงบประมาณปี 2026 แล้วเสร็จ ระยะสั้นกลยุทธ์จึงยังเน้นพักเงินในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นปันผลสูง รวมถึงกลุ่มน้ำมันที่คาดว่ายังคงปรับตัวแข็งแกร่งกว่าตลาดต่อเนื่องในระยะนี้

กลยุทธ์ : พักเงินในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นปันผลสูง รวมถึง Global Play เช่น กลุ่มน้ำมันและส่งออก ซึ่งถูกกระทบจากความเสี่ยงการเมืองในประเทศจำกัดกว่า

หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON

FSSIA Portfolio : BA, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON

หุ้นเด่นวันนี้ : PTTEP

• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA consensus 129.79 บาท

• ราคาน้ำมันดิบปรับตัวพุ่งแรงอีกครั้งหลังสหรัฐฯเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่รัฐสภาอิหร่านลงมติให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยรอคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดตัดสินขั้นสุดท้าย ล่าสุด Brent พุ่งเฉียด US$80 ต่อบาร์เรล และเสี่ยงที่จะขึ้นถึง US$100 ต่อบาร์เรล หากปิดช่องแคบสำเร็จ

• ประเด็นดังกล่าวคาดกดดันหุ้นในกลุ่มอื่นๆจากความเสี่ยงราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจสูงขึ้น แต่เป็นบวกต่อผลการดำเนินงาน PTTEP ขณะที่ Dividend Yield ยังสูงราว 7%

• แนวรับ 107-105 บาท แนวต้าน 115-117 บาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET มีโอกาสปรับลดลงตามดัชนีภูมิภาคเช้านี้ทึ่ลดลงราว 0.8% -1.0% โดยวางแนวรับดัชนีที่ 1,050 แนวต้าน 1,080 ยังรอประเมินปัจจัยเสี่ยงในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าการเจรจาการค้าไทย – สหรัฐ แนะนำพักเงินกลุ่มปลอดภัยและจ่ายเงินปันผลสูง เช่น SCB,TISCO, MC, PRM, SAPPE, DIF

PTTEP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 120.00 บาท) ได้รับ sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังอิสราเอล-อิหร่านเปิดฉากโจมตีใส่กันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสหรัฐโดดเข้าร่วมสงครามโจมตีอิหร่านด้วยการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่ง ซึ่งจะยกระดับความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่จะถูกพิจารณาโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน และส่งผลกระทบ supply ของการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมายังภูมิภาคเอเชีย โดยการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 20% ของความต้องการใช้ทั่วโลก

TMAN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 22.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q68 อยู่ที่ 122 ลบ.(-13%YoY, +12%QoQ) การอ่อนตัว YoY มาจาก Produxt Mix ที่เปลี่ยนไป(สัดส่วนยาสูงขึ้น) และแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาด อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงที่เหลือของปี การเติบโตของรายได้จะสามารถชดเชยปัจจัยลบดังกล่าวในไตรมาส1 ได้ โดย ทาง TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายในระยะ 5 ปีข้างหน้า(68-72) รายได้เติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10-15% ต่อปี และตั้งเป้าเป็น Top 5 ในตลาด OTC (Over-The-Counter) และ Top 10 ในตลาดร.พ. ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าปี67 และ68 กำไรสุทธิของ TMAN* จะอยู่ที่ 491 ลบ. (+9%YoY) และ 544 ลบ.(+11%YoY)

ขณะที่ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ระบุ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานรายสัปดาห์ โดย DJIA (+0.08% dod, +0.02% wow), S&P500 (-0.22% dod, -0.15% wow) และ Nasdaq (-0.51% dod, +0.21% wow) ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ที่ยังยืดยื้อ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดกำลังรอท่าทีของสหรัฐฯ ว่าจะพิจารณาเข้าร่วมสงครามหรือไม่

ล่าสุด ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ สหรัฐฯ ได้ร่วมวงความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน ด้วยการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่ง ในอิหร่าน และได้กล่าวว่า กองทัพสหรัฐ ได้ปฏิบัติการ “ประสบความสำเร็จ” ทำให้ รัฐสภาอิหร่านมีมติเอกฉันท์ตัดสินใจปิดช่องแคบ Hormuz

โดยขณะนี้ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน สำหรับการปิดช่องแคบ Hormuz (เส้นทางหลัก คิดเป็นราว 20% ของเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบโลก) เหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อคืนทำให้ เช้านี้ สัญญาน้ำมันดิบปิดบวก +2.3% และดัชนี Dow Junes Futures ปิดลบราว -110 จุด หรือ -0.27%

SET Index : เราคาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหวรายสัปดาห์ Sideway บริเวณ 1,050-1,090 จุด หลังรับรู้ปัจจัยลบไปมากพอสมควร อาทิ เสถียรภาพของรัฐบาล, ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา, สงครามอิสราเอล-อิหร่าน ที่ยังคงหนุนราคาน้ำมันดิบโลกให้อยู่ในระดับสูง และมาตรการภาษี Donald Trump ที่ไม่แน่นอน ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เติบโตช้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์การเมืองล่าสุด หลังจากพรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกจากรัฐบาล และยังไม่มีพรรคอื่นถอนตัวตาม (มีเพียงการเจรจาเพิ่มเติมระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล) เราเชื่อว่าพรรคอื่นจะไม่ถอนตัวตาม และทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งอาจช่วยลด Fund flow ที่ไหลออกจากนักลงทุนต่างชาติได้บางส่วน

ดังนั้น กลยุทธ์ในระยะสั้น-กลาง แนะนำ

1) Trading พลังงานต้นน้ำ (PTTEP) จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่เราแนะนำระมัดระวังกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP) เนื่องจาก Crack Spread ของโรงกลั่น ที่อาจจะเพิ่มขึ้น น่าจะถูกหักล้างด้วยต้นทุนราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ตลาดยังคงรอความเคลื่อนไหว คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่านตัดสินใจ สำหรับการปิดช่องแคบ Hormuz อย่างไรก็ดี เราคิดว่ากรณีที่มีการปิดช่องแคบ จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักของอิหร่าน

2) หาจังหวะทยอยสะสมกลุ่มอ้างอิงกำลังซื้อในประเทศ หลังจากตลาด Underweight มามากพอสมควร เช่น กลุ่มท่องเที่ยว(CENTEL ERW), กลุ่ม Retail (CPALL MOSHI)

3) ระมัดระวัง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจาก ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา เช่น CBG (สัดส่วนกัมพูชาราว 60% สำหรับการส่งออก และ 28% สำหรับ Energy drink), และ TVO / GFPT/ BTG และ CPF ที่มีสัดส่วนรายได้ราว 5%/ 4%/ 4%/ 3-4% จากกัมพูชา ในขณะที่ TU มีสัดส่วนรายได้เพียง 0.007%

สำหรับประเด็นอื่นๆ : ตลาดหลักทรัพย์ ประกาศมาตรการชั่วคราวเพื่อรองรับความผันผวน สำหรับวันที่ 23 มิ.ย.- 27 มิ.ย. 2025 ได้แก่ 1) ปรับ Ceiling/ Floor ลดลงครึ่งหนึ่ง เช่นหุ้นสามัญ จาก +-30% เหลือ +- 15% สำหรับ SET, mai และ TFEX เช่น Index future/ Options, Sector futures, Single stock Futures, 2) ปรับกรอบราคา Dynamic Price Band รายหลักทรัพย์ จาก +-10% เหลือ +-5% จากราคาซื้อขายล่าสุด

หุ้นแนะนำ

MOSHI : เราคาดว่าอัตราการเติบโตสาขาเดิม ยังแข็งแกร่ง +17% ใน 2Q25F และยังเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งจากการขยายสาขา โดย MOSHI ตั้งเป้าหมายขยาย 40 สาขา ทำให้สาขาทั้งหมดอยู่ที่ราว 204 สำหรับ 2025F (Take profit : 41.50 / Stop loss : 38.50)

PTTEP : เราแนะนำ Trading ในระยะสั้นสำหรับพลังงานต้นน้ำ จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่ยังยืดเยื้อ นอกจากนี้ เราเชื่อว่ามี Dividend yield ที่น่าสนใจราว 9% สำหรับ FY25-27F (Take profit : 114.0 / Stop loss : 105.5)

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...