โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 เดือน ตู้สินค้าพุ่ง 9 แสนที.อี.ยู. ลุยใช้ไอทีจัดคิวรถบรรทุก “ท่าเรือแหลมฉบัง” ส.ค.นี้ แก้รถติด

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.24 น. • เดลินิวส์
“การท่าเรือฯ” ดึงระบบไอทีจัดการคิวรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออก “ท่าเรือแหลมฉบัง” ภายใน ส.ค. นี้ แก้ปัญหารถติดภายในท่าเรือ หลังปริมาณขนส่งตู้สินค้าพุ่ง 5 เดือนแรก 9 แสนกว่า ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้นกว่า 10% คาดปีนี้รถบรรทุกใช้บริการ 5.4 ล้านคัน สูงสุดวันละ 2 หมื่นคัน ลุยร่วมมือ “ธนาคารโลก” ทำมาสเตอร์แพลน จัดพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณตู้

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการจราจรใน ทลฉ. โดยได้ระดมสมองผู้ประกอบการขนส่ง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหา และทบทวนมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุง และผลักดันการดำเนินการให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งตู้สินค้าผ่าน ทลฉ. ใน 5 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 914,769 ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้นกว่า 10% ซึ่งการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้รถบรรทุกหนาแน่น และจราจรติดขัดรุนแรงเกินโครงสร้างพื้นฐานที่ ทลฉ. รองรับได้ในปัจจุบัน รวมทั้งยังเกิดปัญหาเรือดีเลย์ และตู้สินค้าคงค้างอีกจำนวนมาก

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า คาดว่าปี 2568 จะมีรถบรรทุกใช้บริการ ทลฉ. กว่า 5.4 ล้านคัน เฉลี่ย 15,000 คัน/วัน และอาจสูงสุดถึง 20,000 คัน/วัน 820 คัน/ชั่วโมง ที่ผ่านมา กทท. ได้วางแนวทางแก้ไขปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านนโยบาย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านกฎหมายและด้านอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้นำมาสู่มาตรการในระยะต่างๆ ได้แก่ มาตรการเร่งด่วน จัดสรรพื้นที่ 70 ไร่ และ 22 ไร่ เพื่อรองรับรถบรรทุกที่เพิ่มขึ้น เพิ่มพื้นที่ภายในศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเพื่อวางตู้สินค้าขาออก ซึ่งจะสามารถรองรับตู้สินค้าได้เพิ่มอีก 19,410 TEUs นอกจากนี้ ยังนำระบบ IT มาใช้ในการบริหารจัดการ เช่น พัฒนา Mobile Application เพื่อบริหารจัดการจราจร และบังคับใช้ระบบบริหารจัดการคิวรถบรรทุกสินค้าเข้าออกที่ท่าเรือแหลมฉบัง (LCP Truck Queue) โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดภายในเขตท่าเรือ 100% ภายในเดือน ส.ค. 2568

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า กทท. ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก อาทิ กรมศุลกากร เพื่ออนุญาตให้จัดเก็บตู้สินค้าขาเข้านอกเขตท่าเทียบเรือเป็นการชั่วคราว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจปล่อยสินค้าให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง เร่งเปิดช่องทางเข้า-ออกใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร เพื่อลดความแออัดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง สำหรับการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม กทท. ได้จัดห้องสุขาเคลื่อนที่เพิ่มเติมอีก 12 จุด และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้ดำเนินมาตรการคู่ขนาน โดยเตรียมพื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรกว่า 83 ไร่ สำหรับเป็นจุดพักรถบรรทุก และปรับพื้นที่ว่างในศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟใช้เป็นพื้นที่สำรองจอดรถบรรทุก

สำหรับมาตรการระยะยาว กทท. ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) เร่งจัดทำ Master Plan ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ให้สามารถเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2570 ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างค่าภาระ เพื่อบริหารจัดการตู้สินค้าคงค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเกรียงไกร กล่าวด้วยว่า จากการประชุมครั้งนี้ มีมติให้เร่งขับเคลื่อน 3 ประเด็นหลักโดยทันที ได้แก่ การผลักดันระบบ LCP Truck Queue 100% ให้สามารถใช้งานได้ตามกำหนด รวมถึงบำรุงรักษาความลึกร่องน้ำให้ได้ระดับความลึกตามที่กำหนดในแต่ละแอ่งจอดเรือ (Basin) เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่โลจิสติกส์การนำเข้าส่งออก และการเร่งจัดหาพื้นที่วางตู้สินค้าชั่วคราว เพื่อบรรเทาสถานการณ์ในระยะนี้โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กทท. หวังว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาจราจรและการบริหารตู้สินค้าอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านเวลา เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งให้กับผู้ประกอบการทุกฝ่าย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในพื้นที่และประเทศโดยรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...