โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดหุ้นแนว Turnaround (2): อังกฤษ และ อาร์เจนตินา

Finnomena

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 05.04 น. • MacroView

บทความนี้ จะพามาแนะนำตลาดหุ้นแนว Turnaround หรือตลาดที่ดัชนีร่วงลงมาเยอะในช่วงที่ผ่านมา ทว่ามีโอกาสที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นแบบจริงจังอยู่ค่อนข้างสูง ประจำปี 2025 อีก 2 ตลาดโดยผมมองว่าประกอบด้วย อังกฤษ และ อาร์เจนตินา ดังนี้

อ่านเพิ่มเติม ตลาดหุ้นแนว Turnaround: เกาหลีใต้ และ ฮ่องกง

ตลาดหุ้นอังกฤษ

อังกฤษ ถือเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถตกลงเซ็นสัญญาทางการค้ากับสหรัฐได้สำเร็จ โดยรถยนต์อังกฤษสามารถนำเข้าเพื่อจำหน่ายในสหรัฐแบบแทบจะปลอดภาษีได้เป็นชาติแรกในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อม ๆ กับสินค้าอื่น ๆ อีกหลายประเภท จุดได้เปรียบของอังกษคือไม่ต้องกังวลว่านโยบาย Tariff War ของทรัมป์จะจ้องเล่นงานสินค้าส่งออกของเมืองผู้ดี เนื่องจากทรัมป์ประกาศว่าอังกฤษคือพันธมิตรอันดับหนึ่งของสหรัฐ

นอกจากนี้ ในมุมของนโยบายการเงินนั้น น่าจะถือว่าเป็นชาติเดียวในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังจะลดลงต่ออย่างแน่นอน แม้ว่าจะลดลงมาพักหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ นโยบายการคลังของรัฐบาลยังพร้อมจะผ่อนคลาย หากว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอังกฤษลดลงมากกว่าที่คาดไว้

เซกเตอร์หลักของตลาดหุ้นอังกฤษ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Value

ซึ่งดัชนีหุ้นอังกฤษเทรดด้วยอัตราส่วน P/E ที่ต่ำ, อัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลที่สูง และอัตราส่วนระหว่างราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชีอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งทำให้ดัชนีมักจะขึ้นน้อยกว่าหุ้นในกลุ่ม Growth

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยเป็นขาลงซึ่งรวมถึงระดับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรอังกฤษลดลงด้วยนั้น หุ้นในกลุ่มนี้ มักจะเป็นขาขึ้นแบบค่อนข้างแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็น ‘ตัวแทนของตราสารหนี้’ จะดูมีความโดดเด่นจากรายได้ที่ได้รับ (Current Income) ที่น่าสนใจ อาทิ REIT ขนาดใหญ่ของอังกฤษอย่าง British Land และ Land Securities มี Yield 5.5% และ 6.2% ตามลำดับ เมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ หุ้นอังกฤษในกลุ่มกลาโหม ถือว่ามาแรง โดย 8 หุ้นในกลุ่มนี้ซึ่งเป็นสมาชิกของ FTSE All-Share Index นำทีมด้วย BAE Systems, Rolls-Royce, Babcock และ Chemring มีอัตราผลตอบแทน 55% สำหรับในปีนี้ โดยถึงแม้ว่าราคาหุ้นกลุ่มนี้จะพุ่งสูงขึ้นจน Valuation สูงกว่าค่าเฉลี่ย อาทิ หุ้น BAE เทรดกันที่ 20 เท่าของกำไรในปีหน้า เทียบกับระดับประมาณ 12 เท่า ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

กระนั้นก็ดี โมเมนตัมก็ดูยังน่าจะไปต่อได้ จากการที่รัฐบาลอังกฤษเร่งการลงทุนในอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อรองรับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ หุ้นกลุ่มกลาโหมของอังกฤษยังคงดูมีราคาถูกเมื่อเทียบกับคู่แข่งในยุโรป โดยหุ้นกลาโหมยุโรปที่ไม่ใช่ Rheinmetall ซึ่งพุ่งทะยานไปมากกว่าเพื่อน อย่าง Leonardo, Thales และ Safran ยังเทรดกันที่ค่า P/E ระหว่าง 27 ถึง 30 เมื่อเทียบกับกำไรในปีนี้

ตลาดหุ้นอาร์เจนตินา

นโยบายเศรษฐกิจของซาเวียร์ มิเลอิ ผู้นำอาร์เจนตินา คือ การรัดเข็มขัด และ การผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของระบบราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยที่มีการควบคุมเงินไหลเข้าออกจากประเทศ (Currency Controls) ทั้งนี้ มิเลอิไม่ต้องการให้มีการพิมพ์เงินในประเทศเพื่อนำมาใช้ในการปกป้องค่าเงิน ทว่าต้องการให้ Fundamental ที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจในประเทศ อาทิ ปริมาณการขาดดุลงบประมาณที่ลดลง และ อัตราเงินเฟ้อที่ลดลง เป็นตัวที่ช่วยให้ค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินาค่อย ๆ อ่อนค่าน้อยลง โดยที่ทางการจะเป็นผู้ประกาศระดับค่ากลางของเงินสกุลเปโซ (Fixed Exchange Rate) ซึ่งที่ผ่านมาแข็งค่ากว่าระดับในตลาด Black Market ค่อนข้างมาก ท่ามกลางบรรยากาศอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินเปโซใน real term แข็งค่าขึ้นมาก

อย่างไรก็ดี ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้ได้รับเงินกู้มูลค่า $2 หมื่นล้าน จาก IMF มิเลอิได้ทำการยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ซึ่งทำให้ค่าเงินเปโซแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมาในการทำหน้าที่เป็นหลักยึด (Anchor) ให้กับการเพิ่มขึ้นของราคาในเศรษฐกิจอาร์เจนตินา ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการป้องกันไม่ให้ธนาคารกลางอาร์เจนตินาเพิ่มทุนสำรองเพื่อนำมาปกป้องค่าเงิน โดยในวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา มิเลอิได้ทำการลอยตัวค่าเงินเปโซ อย่างไรก็ดี ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม กลับออกมาต่ำกว่า 2% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ที่อัตราเงินเฟ้ออาร์เจนตินาต่ำในระดับนี้

นอกจากนี้ เมื่อต้นปีนี้ รัฐบาลอาร์เจนตินายังสามารถจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า $4.3 พันล้านต่อเจ้าหนี้ได้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020

สำหรับตลาดหุ้นอาร์เจนตินา มีอัตราผลตอบแทนกว่า 100% นับตั้งแต่ต้นปี 2024 โดยจุดเด่นของอาร์เจนตินาในตอนนี้ คือมิเลอิมีความสนิทแนบแน่นกับทรัมป์ ถึงขนาดที่ผู้นำอาร์เจนตินาได้ไปร่วมงานฉลองการรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐของทรัมป์ แบบที่ขึ้นเวทีไปโชว์การตัดลดงบประมาณด้วยการถือเลื่อยร่วมกับอิลอน มัสก์ด้วยตนเอง

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ, CFP

MacroView, macroviewblog.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...