เตรียมเสนอ สมช. จ่อใช้อำนาจกฎอัยการศึก คุมเข้มอาชญากรรมข้ามชาติ-ค้ามนุษย์
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.27 น. • The Bangkok Insightเตรียมเสนอ สมช. จ่อใช้อำนาจกฎอัยการศึก คุมเข้มปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-ค้ามนุษย์
พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคาม ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศอ.ปชด.) ครั้งที่ 3/2568
เพื่อหารือแนวทางการเพิ่มมาตรการกดดันต่อกลุ่มขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและค้ามนุษย์บริเวณชายแดน
สถานการณ์ปัจจุบัน
ที่ประชุมได้รับฟังการชี้แจงสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ซึ่งรวมถึงสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผลการปฏิบัติการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 เพื่อให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางที่ สมช. กำหนด ดังนี้
- เห็นชอบกรอบแนวคิด ท่าที และแนวทางการดำเนินการต่อการแก้ไขสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
- มาตรการรองรับสถานการณ์ความมั่นคงในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
- มาตรการกดดันกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
- มาตรการกดดันกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา
เสนอตัดไฟ ตัดเน็ต มือถือ เข้มงวดเปิดบัญชีธนาคาร
ในวาระการหารือ มีการเสนอแนวทางการยกระดับมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ โดยหน่วยเฉพาะกิจ 88 (ฉก.88) ได้เสนอแนวทางเข้มข้น เช่น การตัดกระแสไฟฟ้า การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ การออกคำสั่งห้ามบุคคลข้ามแดนไปทำงานในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การใช้อำนาจควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติกฎ อัยการศึก การเข้มงวดในการขอเปิดบัญชีธนาคาร และการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราการนำเข้า-ส่งออกเครื่องมือสื่อสาร
ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ได้นำเสนอข้อเสนอในการบูรณาการการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อกิจกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังจากมีการใช้มาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ชี้แจงแนวทางมาตรการ 8 ข้อ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ให้ถือปฏิบัติ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ โดยให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลที่จำเป็น สนับสนุนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดทางเทคโนโลยี
คุมเข้มสถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติ-ค้ามนุษย์
ในส่วนของฝ่ายเลขานุการ ได้เสนอเป้าหมายเชิงนโยบายในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ พร้อมมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการขับเคลื่อนหรือการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจ (War Room) การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 เพื่อใช้ในการควบคุมพื้นที่และควบคุมสถานการณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ ผลการประชุมในครั้งนี้จะได้นำเสนอกราบเรียนนายกรัฐมนตรีผ่านทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการปฏิบัติสำหรับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ตามลำดับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้าตัดสัญญาณมือถือ-เน็ตชายแดน
- ‘แอมนาสตี้’ แฉซ้ำ 'ศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา' โหดร้ายทารุณ เข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์
- 'กต.' เมินโซเซียล 'กัมพูชา' ปั่นแรง ยันใช้ช่องทางสื่อสารรัฐบาลต่อรัฐบาลเท่านั้น
ติดตามเราได้ที่