“ดอลลาร์” อ่อนค่า นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยง หลังสถานการณ์อิหร่าน-อิสราเอลเริ่มคลี่คลาย
นักลงทุนทั่วโลกเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังมีสัญญาณบวกจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ทำให้ ดอลลาร์ อ่อนลง
วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 08.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า จากความหวังจากข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ซึ่งถูกมองว่าเป็นเหตุผลในการกลับมาเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ตลาดทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างคึกคัก ดัชนีหุ้นทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ในชั่วข้ามคืน หลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวกลาง สามารถยุติความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลไว้ได้ชั่วคราว ทั้งสองประเทศส่งสัญญาณว่าสงครามทางอากาศระหว่างกันสิ้นสุดลงแล้วอย่างน้อยก็ในตอนนี้ หลังจากที่ทรัมป์ตำหนิสาธารณะต่อการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เขาประกาศไว้
นักลงทุนเทขายดอลลาร์หนัก หลังจากก่อนหน้านี้แห่เข้าถือครองสกุลเงินปลอดภัยอย่างดอลลาร์ตลอดช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ซึ่งรวมถึงการโจมตีของสหรัฐต่อโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านด้วย
ในช่วงการซื้อขายเอเชียเช้าวันพุธ การเคลื่อนไหวของค่าเงินต่าง ๆ ค่อนข้างสงบลง ยูโรยังคงใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 ที่ 1.1621 ดอลลาร์ หลังจากแตะระดับดังกล่าวในวันก่อนหน้า เงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.02% มาอยู่ที่ 1.3615 ดอลลาร์ แต่ยังใกล้จุดสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ที่ 1.3648 ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงและปรับตัวขึ้นแรงเมื่อวันก่อน ล่าสุดซื้อขายเพิ่มขึ้น 0.02% ที่ 0.6492 ดอลลาร์
แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลจะดูเปราะบาง แต่นักลงทุนดูเหมือนจะยินดีต่อการผ่อนคลายสถานการณ์ในตอนนี้
โจเซฟ คาปูร์โซ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์เพื่อความยั่งยืนแห่งธนาคาร Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า “ตลาดกำลังเพิกเฉยต่อความเสี่ยงด้านลบบางประการ …สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือเรื่องนี้ยังไม่จบ ซึ่งหมายความว่ามันอาจกลับมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดเงินอีกครั้ง”
ในตลาดค่าเงินอื่น ดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าขึ้น 0.13% มาอยู่ที่ 0.6015 ดอลลาร์ ขณะที่เยนทรงตัวที่ระดับ 144.96 เยนต่อดอลลาร์ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยบันทึกการประชุมเดือนมิถุนายน โดยผู้กำหนดนโยบายบางรายเสนอให้คงดอกเบี้ยไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่แน่ใจถึงผลกระทบจากภาษีของสหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ฟรังก์สวิส ซึ่งแข็งค่าสุดในรอบ 10 ปีครึ่งเมื่อวันอังคาร ทรงตัวที่ระดับ 0.8049 ดอลลาร์ต่อฟรังก์ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักปรับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 97.91
แม้ว่าประธานเฟด เจอโรม พาวเวล จะยังคงส่งสัญญาณระมัดระวัง และย้ำว่าธนาคารกลางยังไม่รีบร้อนลดดอกเบี้ย ในการแถลงต่อรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันอังคาร แต่ตลาดยังคงคาดการณ์ว่ามีโอกาสประมาณ 18% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมนี้ ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME
นักวิเคราะห์จาก ANZ ระบุว่า“เราคิดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว และการชะลอลงของเงินเฟ้อในหมวดบริการและที่อยู่อาศัยจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาษี ทำให้เฟดกลับมาลดดอกเบี้ยได้ในเดือนกันยายน”
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งเสริมให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยรวมเกือบ 0.60% ภายในสิ้นปีนี้
ข้อมูลเมื่อวันอังคารแสดงให้เห็นว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนมิถุนายน เนื่องจากครัวเรือนกังวลเกี่ยวกับโอกาสในการหางานมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเพิ่มเติมว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนตัวลง
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 2 ปี ซึ่งมักสะท้อนแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะสั้น ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง ที่ 3.7870% เมื่อวันพุธ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีแทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 4.3043%
อ้างอิง : reuters.com