โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

แจงชัด “จูเน่ เพลินพิชญา“ หลังแฟนคลับขุดเรื่องอดีตบอกเรียนไม่จบมหาลัย เทแฟนคลับ

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 03.41 น.

เป็นอีกหนึ่งนักร้องอดีตสมาชิกวง BNK48 รุ่น 2 ที่ตอนนี้เจ้าตัวหันมาเอาดีด้านนางแบบและการแสดง แต่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ถูกกลุ่มแฟนคลับขุดขุ้ยเรื่องราวในอดีตว่าทางสาว จูเน่ นั้น เรียนไม่จบปริญญาตรี พร้อมทั้งยังชอบเทแฟนคลับอยู่บ่อยครั้ง

ล่าสุดทางสาว จูเน่ ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นทั้งสอง ว่า “การเรียนมหาวิทยาลัยของเรา คิดว่าทุกคนพอจะรู้กันบ้างช่วงที่เน่อยู่วง BNK ก็เรียนที่จุฬาฯไปด้วยก็ตัดสินใจว่าเราไม่สามารถดูแลทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกันได้ ก็เลยทำการดร็อปแล้วมาโฟกัสที่งานก่อน จนวันที่เราจบการศึกษากับทางวงเราก็กลับไปเรียนต่อ แต่อันนี้คือส่วนตัวนะคะ คือพอเราได้มาทำงานแล้ว เราได้เห็นมุมมองชีวิตในแบบอื่นๆรวมถึงโอกาสในการทำงาน ก็เลยมานั่งคุยกับตัวเองว่าการที่เราจะมานั่งใช้เวลาอีก 4 ปีในมหาวิทยาลัย อาจจะไม่ตอบโจทย์ชีวิตที่เราต้องการจริงๆ ก็เลยออกจากมหาวิทยาลัยและเลือกที่จะทำงานมากกว่า เน่ก็ไปทางศึกษาลงคอร์สเรียนออนไลน์ ซึ่งเดี๋ยนี้มันทำได้กับมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลกเลย ไม่ต้องใช้เวลานาน เน่ก็เน้นเรียนที่เน่อยากจะรู้จริงๆ เอามาใช้ประโยชน์จริงๆ”

ที่เรียนเป็นคอร์สสั้นๆหรือหลักสูตรปริญญาตรี?

“เน่ไม่ซีเรียสเรื่องปริญญา และขอบคุณทางบ้านมากๆ เขาไม่ซีเรียสเลย คุณแม่เน่เขาเป็นคนที่รักเรียนมากๆ เขาก็อยากจะให้เราเรียนนั่นแหละ แต่เขาไม่ชอบบังคับ เขาจะรู้เองว่าตัวเราต้องการอะไรมากที่สุด เวลาเราทำอะไรเราก็จะทำของเราเองโดยไม่มีใครมาขอเราอยู่แล้ว ดังนั้นในวันที่เราเดินกลับไปเรียน เน่ก็บอกแม่ว่าเน่ไปเทคคอร์สอินทีเรียนะ เขาก็ดีใจ เพราะเขารู้ว่าจนถึงวันนึงที่เราทำงาน เราได้เจอคนเยอะๆ เราก็จะรู้สึกเองว่าเราต้องการความรู้เพิ่มเติม เน่ก็เลือกที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานพร้อมกับเรียนไปด้วย ดีใจที่เดี๋ยวนี้มันมีหลายคอร์สให้เราได้ลอง โดยที่ไม่ต้องไปนั่งอยู่ 4 ปี 6 เดือนก็มี 1 ปีก็มี 2 ปีก็มี มันไม่รู้สึกกดดันตัวเองด้วย”

ซีเรียสไหมที่คนมาถามถึงการเรียนของเรา?

“ไม่ได้ซีเรียสอะไรนะ เน่ว่ายุคสมัยนี้มันเปิดกว้างมากๆพอสมควรแล้ว เข้าใจค่ะว่ามันก็คงจะยังมีคอมเมนต์ที่หลากหลาย มองว่าเหมาะสมไม่เหมาะสม ดีหรือไม่ดี แล้วแต่เลย แล้วแต่แต่ละคน ส่วนตัวเน่แทบไม่รู้มาก่อนว่ามันมีคนสงสัย ไม่มีใครเดินเข้ามาถาม ถ้าอยากรู้ก็บอกได้ค่ะ”

กับอีกประเด็นที่แฟนคลับเขามาคอมเมนต์กันเยอะคือเราเท ทอดทิ้งอฟนคลับ เราไม่เหมือนเดิม นิสัยเปลี่ยนไป?

“พอทราบมาบ้างค่ะ ตัวเน่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาไปที่ไหนบ้าง ก็ต้องบอกว่าตั้งแต่ที่เน่ออกจาก BNK แล้วกัน ก็มีกลุ่มแฟนคลับหรือบางคนที่ไม่ชอบเรา เน่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเน่ไปทำอะไรบางอย่างให้เขารู้สึกขัดใจ ไม่สบายใจด้วยแหละ แล้วเขาก็เลือกที่จะมาแสดงออกแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ออกจากวงมาแล้ว ก็หลายปีอยู่เหมือนกัน เขาก็ตามไปทุกที่เลย ก็ถ้าเป็นไปได้เน่ก็อยากจะคุยกับเขานะคะ”

แสดงว่าตอนที่เราเป็นไอดอลเราโดนคุกคามมาตลอด?

“เน่ขอเรียกว่ามันคือการแสดงความเห็นต่างแล้วกัน แต่ทุกอย่างมันมีขอบเขตเสมอ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงออก แต่มันก็มีความเหมาะสมอยู่ การเห็รอกเห็นใจ สุดท้ายคำพูดอะไรพวกนี้เน่ว่าตอนนี้โชคดีที่เน่แข็งแรงมากๆแล้ว เราไม่ได้เอาความเห็นที่เป็นพลังลบมาใส่ตัวเท่าเดิมแล้ว เพราะเรารู้ว่าเรารับมันไม่ไหว ดังนั้นเน่มองว่ามันเข้ามาเป็นหนึ่งบททดสอบของตัวเอง ทุกวันนี้ก็ยังมีบางอย่างนะเวลาที่ใครมาพูดอะไรกับเราแบบนี้ เน่รู้ว่าบางอย่างมันก็เคยมีวันที่เน่เป็นเด็กอยู่ในวง ตอนนั้นเราเองต้องเรียนรู้อะไรเยอะมากๆ เราผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร เราอาจจะยังรับผิดชอบไม่ดี ดูแลตัวเองไม่ดี หรือวางตัวไม่เหมาะสมก็ตาม เราไม่ปฎิเสธเลย แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ เน่เรียนรู้สิ่งนี้นะ ไม่ว่าจะตอนอยู่ที่วงหรือตอนนี้ก็ตาม ก็ยังมีคนที่ทั้งชอบเราและไม่ชอบเราเสมอ ถ้าเป็นไปได้เน่เองก็อยากจะคุยเหมือนกัน ถ้าใครที่รู้สึกว่าไม่ชอบ หรือเราเคยไปทำอะไรให้เขา เราไปทำอะไรที่เบียดเบียนเขา ตัวเน่ยืนยันว่าเน่ไม่มีเจตนาแบบนั้น

จริงๆแล้วมันก็มีความจริงอะไรอีกหลายอย่างมากๆ เหรียญมันมี 2 ด้านค่ะทุกคน

ทุกเรื่องมันมีหลายด้านหลายมุมมองเสมอ

เรารู้สึกว่ามันเหมาะสมกว่าที่เราไม่ต้องมาอธิบายอะไร เน่ไม่อยากมีปัญหากับใคร เน่เลือกที่จะแก้มันด้วยการเทพลังลบที่เข้ามา เราประเมินแล้วว่าอะไรที่เราควรรับและไม่ควรรับ ก็ปล่อยไป มันไม่ใช่ว่าเราไม่แคร์ด้วยนะคะ”

เราอยากจะอธิบายให้คนที่เขามาเห็นคอมเมนต์ลบๆพวกนี้บ้างไหม อย่างคำว่านิสัยแย่ ไปเปลี่ยนนิสัยให้ได้ก่อน มันค่อนข้างแรง?

”เน่เคยอยากจะอธิบายนะคะ ไม่มีใครชอบกับการถูกเข้าใจผิด เช่น เพื่อนที่เราสนิทกันมากๆเขาเคยรักเรา แล้วอยู่ดีๆเขาไม่รักเราแล้ว เราก็ไม่อยากจะให้เขาเข้าใจเราผิด เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากจะอธิบายมากๆเลย แต่ ณ จุดนี้มันมีความเห็นที่มันหลากหลายเกินไปแล้วกัน มันคงยากที่เราจะมานั่งอธิบาย ว่าคุณพี่หนูไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ เน่เชื่อว่าคนเราจะเลือกเชื่อในสิ่งที่เราอยากเชื่อเสมอ นี้คือความจริงค่ะ”

เคยมีคนเข้ามาถามเรื่องพวกนี้กับเราไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเรา เราถึงมาเจอคอมเมนต์แบบนี้?

“จะมีคนที่ห่วงใยเราคือคนใกล้ตัว แต่ถ้าคนทึ่ใกล้จริงๆเขาจะไม่มาถามแล้วเพราะเขารู้ว่าเราผ่านอะไรมา รู้ว่าเราจัดการตัวเองยังไง มันก็มีวิธีการของเรา”

เราเคยคิดที่จะจัดการคอมเมนต์หรือคนพวกนึ้?

”มันมีขอบเขตของมันค่ะ อย่างเช่นที่มันรุนแรงมากๆ ก็เคยมีคนที่มาแช่งคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวใหญ่ของเรา อันนี้มันก็เกินไปหน่อย จะว่าเรา จะเข้าใจเราผิดว่าเราเป็นคนไม่ดี ก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องมาว่าถึงพ่อแม่เราด้วย สำหรับเน่สุดท้ายแล้วคำพูดมันก็เป็นอะไรทึ่ใครก็พูดได้ ใครก็พิมพ์ได้ แต่มันไม่มึใครที่เดินมาด่าเราตรงๆ หรือมาทำอะไรกับเน่จริงๆ มาทำร้ายร่างกายหรือมาคุกคามชีวิตเรามากเกินไปเน่ก็คงดำเนินการทางกฎหมายแน่นอน อันนี้ไม่ปล่อย แต่ถ้ามาในแบบคำพูด สุดท้ายคำพูดทุกอย่างที่คุณสื่อสารลงไปในโลกโซเชียลมันเป็นกระจกสะท้อนตัวคุณเองทั้งนั้นแหละว่าคุณเป็นคนแบบไหน คุณเชื่อในอะไร คุณใจกว้างแค่ไหน คุณมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์มากแค่ไหน มันเป็นจุดที่ทุกคนมองเห็น เน่ว่าเน่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก“

ได้เคลียร์ตัวเองแล้วมันสบายใจขึ้นบ้างไหม?

“เน่ก็รู้สึกสบายใจเหมือนกันนะคะ มันไม่เคยมีใครกล้าพอที่เขาจะเข้ามาถามว่ามันเกิดอะไร มันเป็นยังไง แต่สำหรับเน่ยินดีมากนะคะ ถ้าในวันนึ้มีใครที่ฟังอยู่แล้วอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเน่ เน่ยินดีมากๆ เดินเข้ามาคุยได้เลยค่ะ”

เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้มาได้แล้วหรือมันก็ยังเป็นแผลในใจเราอยู่?

“เอาเป็นว่าไม่ใข่ว่าเราลืมมันไปแล้วเลยแล้วกัน เน่เขื่อว่ามันไม่มีทางหรอกที่เราจะลืม แต่เราเลือกที่จะจัดการกับความรู้สึกได้ดีขึ้นแล้วเราไม่ได้เอาทาเป็นทุกอย่างของชีวิต เรายังมีโลก ยังมีชีวิตในพาร์ตอื่นๆอีก นอกจากการทำงานในวงการเน่ก็ยังไปเที่ยว มีเพื่อนๆ มีครอบครัวที่เรารัก เรายังมีชีวิตในพาร๋ตอื่นๆ มันไม่ใช่โลกทั้งใบขนาดนั้น ก็ฝากไว้แล้วกันค่ะ สุดท้ายแล้วเน่เขื่อว่าตนเป็นทึ่พึ่งแห่งตน ต่อให้จะมีคนไม่น่ารักกับเรา ไม่ว่าคุณจะเป็นใครนะ ก็ขอเลือกที่จะอยู่กับคนทึ่น่ารักกับเรา หรือถ้าไม่มีก็เป็นคนทึ่น่ารักต่อตัวเองก็ยังดีค่ะ”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...