ดิว ภัทรพล ต่อมน้ำเหลืองใต้คางอักเสบ คาดติดเชื้อจากใช้ไมค์สาธารณะที่ไม่สะอาด
ไนน์เอ็นเตอร์เทน
อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 07.03 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทยถึงกับต้องรีบออกมาเตือนกันเลยทีเดียว สำหรับนักร้อง-นักแสดงหนุ่มกล้ามล่ำ ดิว ภัทรพล หรือ ดิว เดอะสตาร์ 4 ที่ได้ออกมาโพสต์เตือนเรื่องการใช้ไมโครโฟนสาธารณะ หลังเจ้าตัวได้ไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และทางร้านได้เชิญขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ซึ่งไมโครโฟนที่ใช้นั้นมีสภาพเก่าและขึ้นสนิม และมีคราบสกปรกสีดำ ๆ ติดตามซอกตะแกรงไมค์เต็มไปหมด แต่เลือกไม่ได้ เลยต้องใช้ไมโครโฟนตัวนั้น และคาดว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าตัวเกิดอาการติดเชื้อจนต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้คางอักเสบ
โดยหนุ่ม ดิว ได้โพสต์ข้อความเล่าอย่างละเอียด ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ไมโครโฟน ใครว่าไม่สำคัญ เรียบร้อยครับ ไปหาหมอ คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้คางอักเสบ โชคดีที่ยังเป็นในระดับต่ำ ถ้าเป็นในระดับสูงจะอาการหนักกว่านี้ โดนค่ายาไปอีกหนึ่งชุดใหญ่ สบายใจครับ อาการเริ่มต้น คือ ผมตื่นมาแล้วรู้สึกมีอาการปวดบริเวณใต้คาง จับดูแล้วเป็นก้อน ๆ กดดูแล้วเป็นก้อน กดแล้วรู้สึกปวดร้าวไปถึงสมอง มีไข้ต่ำ ๆ ริมฝีปากมีแผล เจ็บปวดตุบ ๆ บริเวณแผลตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เจ็บปวดทรมานมากจนนอนไม่หลับ ผมสันนิษฐานว่าน่าจะติดเชื้อมาจากไมโครโฟนที่ใช้วันก่อน
เรื่องมีอยู่ว่าวันก่อนผมไปทานข้าวที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง อาหารอร่อย บรรยากาศดีมาก ๆ แล้วทางร้านก็ได้เชิญผมขึ้นไปร้องเพลงแจมกับวงของทางร้าน ด้วยความที่ผมเป็นคนง่าย ๆ ใจดี ได้เสมออยู่แล้วครับ ผมก็เลยตั้งใจจะขึ้นไปร้องให้ 1 – 2 เพลง
พอขึ้นไปถึงบนเวที ไมค์ไม่พอ เพราะนักร้อง กับมือกลองใช้งานอยู่ ทีมงานจึงได้เสียบไมค์เพิ่มอีก 1 ตัวแล้วยื่นให้ผม ผมเห็นไมค์แว๊ปแรก ทำให้ภาพตัดไปที่แฟลชแบ็กในอดีตที่ผมเคยไปงานร้องเพลงแล้วเจอไมค์ลักษณะแบบนี้แล้วพอใช้มันแล้วติดเชื้อที่ปาก สภาพไมค์ คือ เก่า สนิมขึ้น หัวไมค์บุบ ตอนนั้นผมก็คิดในใจเลยว่ากลัวจะติดเชื้อ ทำยังไงดีล่ะ แต่เหมือนจะโชคดี พอยกขึ้นมาร้อง ไมค์ตัวนี้ใช้งานไม่ได้ เสียงไม่ดัง หอน ฟีดแบ็กหนักมาก ทีมงานช่างซาวนด์ปัดไอแพ็ดไปมา ปรับแล้วปรับอีกก็ไม่หาย ก็เลยไม่ได้ใช้ไมค์ตัวนั้น ตอนนั้นก็มองหน้ากันประมาณว่าเอาไงดีวะ
ต่อมาน้องมือกลองที่อยู่ข้างหลังตะโกนบอกผมว่า พี่ครับ ๆ ใช้ไมค์ผมก็ได้ครับ ผมจึงไปดึงไมค์มาจากขาไมค์ของมือกลองอย่างทุลักทุเล แต่เมื่อได้เห็น และสัมผัส ผมอุทานในใจว่า คุณพระ!!! หนักกว่าตัวแรกอีก จะรอดไหมเนี่ย คือสภาพไมค์เป็นน้ำเงินที่ผ่านการทำสีมาแบบง่าย ๆ และมีคราบสกปรกสีดำ ๆ ติดตามซอกตะแกรงไมค์เต็มไปหมด จังหวะนั้นจะทำยังไงดีล่ะ อินโทรเพลงมันขึ้นมาแล้ว ไม่อยากใช้ก็ต้องใช้แล้วล่ะ นั่นแหละครับ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ไมโครโฟนส่วนตัวมีครับ แต่เราคงไม่สามารถพกพาติดตัวไปใช้งานได้ตลอดทุกที่ทุกเวลา เพราะในหลาย ๆ สถานการณ์ มันควบคุมไม่ได้จริง ๆ นี่ก็ตั้งใจไปกินข้าวจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจไปร้องเพลง ซึ่งถ้าเป็นงานจ้างร้องเพลงปกติ เราจะเซฟตัวเองเสมออยู่แล้วโดยการใช้ของส่วนตัวเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อต่าง ๆ ที่สะสมอยู่บนไมค์ของคนอื่น แต่หลาย ๆ ครั้งก็เจอเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้เสมอ คือถูกเชิญขึ้นไปร้อง แล้วอุปกรณ์ไม่พร้อม ไม่ได้ทำความสะอาด จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ กับนักร้อง ต่อไปก็คงต้องเซฟตัวเองให้มากกว่านี้ พกสเปรย์แอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อ ติดตัวไว้ตลอด กันเอาไว้ดีกว่าแก้ พอเป็นแล้วเป็นหนัก ไม่คุ้มค่ายา ครั้งนี้เจ็บ ปวด หนักมากที่สุดในชีวิต เท่าที่เคยเป็นมาแล้วครับ
ให้เรื่องของผมเป็นอุทาหรณ์ฝากถึง นักร้อง พิธีกร และ ทุกอาชีพที่ต้องใช้ไมโครโฟนด้วยนะครับ ใช้ไมค์ส่วนตัวของตัวเองดีที่สุด หรือถ้าไม่มีไมค์ส่วนตัว ก่อนใช้งานไมค์ก็อย่าลืมฉีดแอลกอฮอล์ และเช็ดทำความสะอาดก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะไมโครโฟนที่ไม่ได้ทำความสะอาด คือแหล่งสะสมเชื้อโรคดี ๆ นี่เองครับ ใช้แล้วควรทำความสะอาดทุกครั้ง ไมค์ส่วนตัวผมนี่เช็ดแล้วเช็ดอีก กลัวจะมีเชื้อโรคสะสมครับ เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเชื้อนั้น คือเชื้ออะไรบ้าง จากใครต่อใครบ้าง อันตรายมากน้อยแค่ไหน เราไม่มีทางรู้ได้เลยจริง ๆ จนกว่าจะเป็น ฉะนั้นเราเซฟตัวเองก่อนเสมอดีที่สุด ป้องกันไว้ ดีกว่าแก้ ดีที่สุด จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวแบบผม ค่าหมอ ค่ายา ค่ารักษามันไม่คุ้มเลยครับ ทั้งเจ็บตัว เสียเงิน เสียเวลา พักงาน จะได้ไม่เป็นภาระลูกหลานครับ ด้วยความปรารถนาดีจากผม จบนิทาน สวัสดีครับ”
ภาพจาก Pattarapol Kantapoj