หุ้นไทยภาคเช้า ปิดบวก 2.36 จุด แกว่งแคบไร้ปัจจัยใหม่หนุน กังวลกำไรบจ.-ศก.ไทยช่วงต่อไปอ่อนตัว
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 20 พ.ค. ปิดที่ 1,189.42 จุด เพิ่มขึ้น 2.36 จุด มูลค่าซื้อขาย 22,084 ล้านบาท แกว่งกรอบแคบไร้ปัจจัยใหม่ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของไทยอาจไม่แข็งแรง แนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปีภาพยังไม่ค่อยดีนัก
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 20 พฤษภาคม ที่ระดับ 1,189.42 จุด เพิ่มขึ้น 2.36 จุด (+0.20%) มูลค่าซื้อขายราว 22,084 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 2 หลักทรัพย์ 2 รายการ พบ TIDLOR มีมูลค่าสูงสุด 39.02 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 15.20 บาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เคลื่อนไหวกรอบแคบ แม้ช่วงต้นดีดตัวขึ้นไปได้ แต่ก็ย่อตัวมาแกว่งในกรอบแคบ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน หลังตลาดรับรู้ประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งสหรัฐปรับลดภาษีตอบโต้กับจีนมาอยู่ที่ 30% ดัชนีปรับตัวขึ้นตอบรับประเด็นดังกล่าวแต่ก็ขึ้นในกรอบจำกัด
โดยมองว่าช่วงนี้ปัจจัยพื้นฐานของไทยอาจไม่แข็งแรง แม้การเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 1/68 ของบริษัทจดทะเบียนอาจไม่ได้แย่มากนัก แต่แนวโน้มระยะถัดไปไม่ค่อยดี นอกจากนี้คาดการณ์ว่าการส่งออกในไตรมาส 2/68 จะปรับลดลงหลังจากเร่งตัวไปมากในไตรมาส 1/68 จากคู่ค้าเร่งนำเข้าสินค้าก่อนภาษีสหรัฐจะมีผลบังคับใช้
รวมทั้งตัวเลขภาคการท่องเที่ยวปีนี้ที่ไม่ค่อยดี ซึ่งเดือนเม.ย.-พ.ค.ตัวเลขนักท่องเที่ยวชะลอตัวลง ส่งผลให้ทั้งผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปอาจไม่ดีมาก โดยมีโอกาสที่จะมีการปรับลดคาดการณ์ลงอีก ทั้งนี้ต้องติดตามตัวเลขในไตรมาส 2/68 ต่อไป
แนวโน้มช่วงบ่าย คาดตลาดแกว่งในกรอบแคบ แนะติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ โดยให้กรอบแนวรับ 1,180 จุดและแนวต้าน 1,195 จุด**