โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เวียดนาม" เร่งปฎิรูปตลาดการเงิน หวังยกสถานะสู่ตลาดเกิดใหม่ในปี 2568 ดูดเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 04.26 น.
“เวียดนาม” เร่งปฎิรูปตลาดการเงิน หวังยกสถานะสู่ตลาดเกิดใหม่ภายในปี 2568 ดูดเม็ดเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์

เวียดนามเดินหน้าปฏิรูปตลาดการเงินเพื่อยกระดับสถานะเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งรัฐเวียดนาม (State Securities Commission) เปิดเผยว่า เวียดนามเตรียมเปิดตัวกลไกตัวกลางในการชำระราคา (Central Counterparty Mechanism - CCP) อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและผลักดันให้การอัปเกรดสถานะตลาดเกิดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุดภายในปีนี้

ทั้วนี้ตามการประเมินของธนาคารโลกนั้น การปรับสถานะเป็นตลาดเกิดใหม่อาจทำให้เวียดนามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเวียดนามยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มตลาดชายขอบ (Frontier Market) และอยู่ในรายชื่อกลุ่มที่เข้าข่ายพิจารณาปรับสถานะของผู้จัดทำดัชนีระดับโลกอย่าง FTSE Russell มาตั้งแต่ปี 2561 โดยสถานะตลาดชายขอบจำกัดการลงทุนจากกองทุน นักลงทุนสถาบัน และสำนักงานครอบครัว (Family Offices) ที่ต้องการลงทุนในบริษัทจดทะเบียน

รัฐบาลเวียดนามได้กำหนดแผนงาน 4 ระยะที่จะดำเนินไปจนถึงปี 2570 เพื่อผลักดันการอัปเกรดสถานะตลาด โดยแผนนี้ประกาศขึ้นระหว่างการเยือนกรุงฮานอยของ เจอรัลด์ โทเลดาโน หัวหน้าฝ่ายหุ้นและสินทรัพย์หลายประเภทระดับโลกของ FTSE Russell โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมถึงการปรับปรุงกรอบกฎหมายให้เสร็จสิ้น และการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินงานด้าน CCP ภายใต้ศูนย์รับฝากและชำระราคาหลักทรัพย์เวียดนาม

กลไก CCP จะมีบทบาทเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในตลาดหุ้น เพื่อรับประกันว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์แม้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดชำระราคา ทั้งนี้ เวียดนามได้ทยอยออกมาตรการรองรับแล้ว เช่น ระบบการชำระราคาแบบใหม่ และการยกเลิกข้อกำหนดที่ให้นักลงทุนต่างชาติต้องวางเงินเต็มจำนวนก่อนซื้อขายหุ้น

"ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์" นายกรัฐมนตรีเวียดนามแสดงความคาดหวังว่า FTSE Russell จะสนับสนุนการปรับสถานะของประเทศ ขณะที่รายงานจากวอยซ์ออฟเวียดนาม (VOV) ระบุว่า โทเลดาโนกล่าวย้ำถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของตลาดการเงินเวียดนาม ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินเวียดนามยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ณ วันปิดตลาดวันพฤหัสบดี ดัชนีหุ้น VNINDEX ของเวียดนามมีมูลค่าตลาดราว 2.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนี SET ของไทยมีมูลค่าประมาณ 4.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และดัชนี STI ของสิงคโปร์มีมูลค่าประมาณ 4.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...