โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดึง Big Data สแกนธุรกิจนอมินี ปกป้องผู้ประกอบการไทย

The Better

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • THE BETTER
“พาณิชย์” เดินหน้าใช้เทคโนโลยี Big Data ตรวจสอบธุรกิจนอมินี พัฒนาระบบ IBAS เชื่อมข้อมูลหน่วยงาน แจงสถิติปราบปรามแล้ว 861 ราย สร้างความเสียหายกว่า1.5 หมื่นล้าน

นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัลกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระบบ IBAS เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ที่กระทรวงพาณิชย์พัฒนาขึ้น เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีหรือละเมิดพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนกลไกการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการไทย และเสริมศักยภาพให้แข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ระบบ IBAS มีจุดเด่นในการคัดกรองเชิงลึกแบบ Targeted Screening ที่แม่นยำสูง สามารถตรวจจับความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลและนิติบุคคลได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การดำเนินการปราบปรามเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ

“ปัญหานอมินีเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ไม่สามารถอาศัยแรงงานเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียวได้ ต้องอาศัย เทคโนโลยี และข้อมูล รวมถึงการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาระบบ IBAS เป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้นโยบายของคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการที่สุจริต และป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม“ นายวรวงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ดีระหว่างการประชุมติดตามความก้าวหน้า นายวรวงศ์ได้มอบนโยบายให้เร่งเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมที่ดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อยกระดับความสมบูรณ์ของฐานข้อมูลกลาง โดยระบบ IBAS จะไม่ใช่แค่เครื่องมือของรัฐ แต่เป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจไทย ช่วยให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบและป้องกันความผิดได้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงเข้าไปแก้ไข คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในเดือนสิงหาคม 2568

นายวรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองปัญหานอมินีเป็นแค่เรื่องกฎหมาย แต่เห็นเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างซ้อนอยู่บนความไม่เป็นธรรมที่สะสมมาอย่างยาวนาน และต้องแก้ด้วยการใช้ “ข้อมูล” เพื่อ “ปราบปรามเครือข่าย” อย่างมียุทธศาสตร์”

ทั้งนี้จากข้อมูลที่ผ่านมาตั้งแต่ เดือนก.ย. 2567 ถึงพ.ค. 2568 คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ที่มีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าผิดกฎหมายจำนวน 57,739 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,287 ล้านบาท สามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท

ขณะเดียวกันดำเนินการ Notice and Takedown เพื่อลบสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า 14,976 รายการ พร้อมปราบปรามธุรกิจนอมินีแล้ว 861 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...