โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมว.นฤมลกำชับกรมชลประทานกักเก็บน้ำฤดูฝนใช้หน้าแล้ง

PostToday

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.21 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในทุกมิติอย่างเข้มข้น ทั้งการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนัก การติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมความพร้อมของบุคลากร เครื่องจักร และเครื่องมือประจำจุดสำคัญทั่วประเทศ

รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำให้เร่งดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะในจุดที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและพื้นที่การเกษตร

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยปีนี้ฝนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เร็วกว่าปกติ และมีแนวโน้มปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 5% ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม” ศ.ดร.นฤมลกล่าว

จากข้อมูลล่าสุด ประเทศไทยมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวม 43,220 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 57% ของความจุรวม และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 43% หรือประมาณ 33,270 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่เพียงพอ แต่ได้กำชับให้ทุกพื้นที่เร่งระบายน้ำส่วนเกินออกจากอ่างฯ และพร่องน้ำในคลองสาขา เพื่อป้องกันน้ำล้น พร้อมตรวจสอบประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำ และระบบระบายน้ำให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

“สิ่งสำคัญคือ ต้องบริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้ ควบคู่กับการปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งในด้านความเป็นอยู่และผลผลิตทางการเกษตร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...